สรุปข่าว
- คณะกรรมาธิการบริการทางการเงินสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จัดการพิจารณา “Tokenization and the Future of Securities” เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 โดยมีฉันทามติว่า Tokenized Securities ยังคงเป็นหลักทรัพย์และต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบชุดเดิม
- มีการหารือร่างกฎหมาย “Modernizing Markets Through Tokenization Act” ที่จะให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC ศึกษาร่วมกันว่าต้องการกฎเพิ่มเติมสำหรับ Tokenized Securities หรือไม่
- ตลาด RWA (Real-World Assets) บนบล็อกเชนมีมูลค่าสินทรัพย์ที่แสดงอยู่ถึง $3.9 แสนล้านแล้ว จับตาว่ากรอบกฎหมายที่ชัดเจนขึ้นจะเปิดทางสถาบันการเงินเข้ามามากน้อยแค่ไหน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การพิจารณาในระดับนิติบัญญัติยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังไม่มีการออกกฎหมายหรือคำสั่งที่มีผลผูกพันทันที จึงไม่ได้ส่งแรงซื้อหรือแรงขายโดยตรงต่อตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม ทิศทางที่ “กฎเดิมใช้กับสินทรัพย์เดิม” มีนัยว่าโปรเจกต์ Tokenization หลายตัวอาจต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎหมายหลักทรัพย์ในอนาคต
เมื่อเวลา 22:00 น. ตามเวลาไทย (10:00 AM EDT) ของวันที่ 25 มี.ค. 2569 คณะกรรมาธิการบริการทางการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้จัดการพิจารณาหัวข้อ “Tokenization and the Future of Securities: Modernizing Our Capital Markets” ณ ห้องประชุม Rayburn House Office Building ตามรายงานจาก CoinDesk การพิจารณาครั้งนี้มุ่งตรวจสอบว่ากฎหมายหลักทรัพย์ที่มีอยู่ครอบคลุมกิจกรรมการนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชนได้ดีพอหรือไม่ และมีช่องว่างทางกฎหมายที่ต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง โดยมีฉันทามติชัดเจนว่า Tokenized Securities ยังคงเป็นหลักทรัพย์ตามกฎหมายและต้องอยู่ภายใต้กฎการซื้อขายชุดเดียวกับหุ้นหรือตราสารหนี้แบบดั้งเดิม
พยานหลักและประเด็นสำคัญในการพิจารณา
การพิจารณาครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าให้การ ได้แก่ Kenneth Bentsen ซีอีโอของ SIFMA (สมาคมอุตสาหกรรมหลักทรัพย์และตลาดการเงิน), Summer Mersinger ซีอีโอของ Blockchain Association, Christian Sabella กรรมการผู้จัดการของ DTCC และรองประธานบริหาร Nasdaq รวมถึง Salman Banaei ที่ปรึกษากฎหมายของ Plume Network ประเด็นหลักที่หารือกันรวมถึงร่างกฎหมาย “Modernizing Markets Through Tokenization Act” ซึ่งหากผ่านจะบังคับให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC ทำการศึกษาร่วมกันว่าจำเป็นต้องออกแนวปฏิบัติหรือกฎเพิ่มเติมสำหรับ Tokenized Securities และอนุพันธ์หรือไม่
ก่อนหน้าการพิจารณานี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ได้อนุมัติข้อเสนอของ Nasdaq ที่อนุญาตให้ Tokenized Securities ซื้อขายบนระบบ Order Book เดียวกับหุ้นปกติ โดยเฟสแรกจะจำกัดเฉพาะหุ้นในดัชนี Russell 1000 และ ETF ที่ติดตามดัชนีสำคัญ นอกจากนี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC ยังได้ออกแนวทางจัดหมวดหมู่สินทรัพย์คริปโต (token taxonomy) ร่วมกันเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 โดยจัดให้สินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล แต่โทเคนที่แสดงแทนหุ้นหรือพันธบัตรยังคงอยู่ภายใต้อำนาจกำกับดูแลของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ
นโยบาย Trump กับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่ถูกตั้งคำถาม
การพิจารณาครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่รัฐบาล Trump ได้ใช้นโยบายหลายอย่างเพื่อส่งเสริมการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลและ Tokenization เช่น การยกเลิก Staff Accounting Bulletin 121 (SAB 121) ที่เคยบังคับให้สถาบันการเงินรายงาน Tokenized Assets ที่ถือแทนลูกค้าเป็นหนี้สิน รวมถึงการออกคำสั่งประธานาธิบดีที่เน้นหลักการ “กฎเดิมสำหรับสินทรัพย์เดิม” โดยมุ่งเน้นที่การปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงเทคโนโลยีที่ใช้ อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากครอบครัว Trump มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการคริปโตหลายตัว รวมถึง Stablecoin USD1 และ World Liberty Financial ($WLFI) ซึ่งบางส่วนอาจได้รับประโยชน์จากกฎระเบียบที่ผ่อนคลายลง
ตลาด RWA โตแตะ $3.9 แสนล้าน กรอบกฎหมายยิ่งสำคัญ
ข้อมูล ณ วันที่ 23 มี.ค. 2569 ระบุว่าตลาด RWA บนบล็อกเชนมีมูลค่าสินทรัพย์ที่แสดงอยู่ถึง $3.9 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีมูลค่าที่กระจายอยู่บนเชนจริงที่ $2.6 หมื่นล้าน ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตลาด Tokenization กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และความชัดเจนของกรอบกฎหมายถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดสถาบันการเงินรายใหญ่เข้ามาลงทุน ทั้ง FDIC, ธนาคารกลางสหรัฐฯ และ OCC ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าธนาคารจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับการถือ Tokenized Securities ที่มีสิทธิทางกฎหมายเหมือนกับหลักทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นโทเคน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ซีอีโอ Coinbase เผยว่าธนาคารรายใหญ่กำลังนำ Stablecoin มาใช้สำหรับการชำระเงินและ Tokenize สินทรัพย์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรกำลังสำรวจ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า BMO ธนาคารชั้นนำของแคนาดาได้จับมือ Google Cloud และ CME เปิดตัวระบบเงินฝากในรูปแบบโทเคน แสดงให้เห็นว่ากระแส Tokenization กำลังเร่งตัวขึ้นในภาคสถาบัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการพิจารณาในสภาครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าผู้立法ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ กำลังให้ความสนใจเรื่อง Tokenization อย่างจริงจัง แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังไม่ใช่การออกกฎหมายที่มีผลทันที สิ่งที่น่าจับตามองคือร่าง Modernizing Markets Through Tokenization Act จะผ่านสภาได้หรือไม่ และผลการศึกษาร่วมของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ กับ CFTC จะออกมาในทิศทางไหน เพราะถ้าออกกฎเพิ่มเติมมามากเกินไปก็อาจชะลอการเติบโตของโปรเจกต์ RWA ที่กำลังบูมอยู่ได้ ส่วนประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของครอบครัว Trump นั้น แม้ไม่กระทบตลาดโดยตรง แต่อาจสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อกระบวนการออกกฎหมายในระยะยาวก็เป็นได้
ภาพจาก AI
