bitkub-banner

Larry Fink เตือนน้ำมันอาจพุ่ง $150 โอกาสสหรัฐฯ เข้าสู่เศรษฐกิจถดถอยเกือบ 50%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Larry Fink ประธานและซีอีโอของ BlackRock เตือนว่าหากราคาน้ำมันพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โดยเฉพาะหากอิหร่านยังคงคุกคามช่องแคบฮอร์มุซ
  • Moody’s Analytics ประเมินโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ไว้ที่ 48.6% ขณะที่ Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป็น 30% และ Wilmington Trust ให้ไว้ที่ 45%
  • Bitcoin ซึ่งยังมีความสัมพันธ์กับหุ้นในช่วงที่ตลาดผันผวน อาจได้รับแรงกดดันหากความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยทวีความรุนแรงขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

คำเตือนของ Fink รวมกับโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ใกล้แตะ 50% ส่งสัญญาณเชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท รวมถึง Bitcoin ที่ยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นในช่วงที่มีความผันผวนสูง หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อและราคาน้ำมันพุ่งสูง แรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอาจรุนแรงขึ้น

ตามรายงานจาก Cointelegraph ความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์นี้ หลังจาก Larry Fink ประธานและซีอีโอของ BlackRock ออกมาเตือนผ่านพอดแคสต์ “Big Boss Interview” ของ BBC ว่าหากราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับ 100-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โลกอาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่รุนแรงและฉับพลัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อิหร่านยังคงคุกคามเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ Moody’s Analytics ประเมินโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 48.6% ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ภายหลังความขัดแย้งในอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 Bitcoin ซึ่งปัจจุบันเทรดที่ราคา $69,488 (ลดลง 2.84% ในรอบ 24 ชั่วโมง) ยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นในช่วงที่มีความผันผวน ทำให้นักลงทุนต้องจับตาสถานการณ์มหภาคอย่างใกล้ชิด

Fink เตือนราคาพลังงานสูงเปรียบเหมือนภาษีที่กดทับคนยากจน

Fink ระบุในการให้สัมภาษณ์ว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นทำหน้าที่เปรียบเสมือนภาษีถดถอย ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนยากจนมากกว่าคนร่ำรวย และหากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจะรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ การเตือนของเขาเกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

สถาบันการเงินหลายแห่งต่างปรับการคาดการณ์ความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้นพร้อมกัน โดย Wilmington Trust ให้โอกาสไว้ที่ 45% ขณะที่ EY Parthenon ให้ไว้ที่ 40% พร้อมเตือนว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหากความขัดแย้งยืดเยื้อ Goldman Sachs ปรับเพิ่มโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจาก 25% เป็น 30% สำหรับช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าปกติที่มักอยู่ราว 20% อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยที่กดดันเพิ่มเติมยังได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การสนับสนุนทางการคลังที่ลดลง และตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง

Bitcoin ยังเดินตามหุ้น สัญญาณเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง

ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับตลาดหุ้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2563 จากที่แทบไม่มีความสัมพันธ์กัน มาสู่ความสัมพันธ์เชิงบวกที่เด่นชัดขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวน ข้อมูลจากปี 2567 แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีความสัมพันธ์ราว 52% กับดัชนี Nasdaq แม้ว่าค่าความสัมพันธ์ 30 วันล่าสุดจะลดลงมาอยู่ที่ 0.46 ซึ่งเป็นหนึ่งในระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่รายงานของ Fidelity ระบุว่าความสัมพันธ์กับดัชนี S&P 500 อยู่ที่เพียง 19%

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของ Bitcoin ในช่วงที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสอดคล้องกับการเป็นสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยการเพิ่มขึ้นของความขัดแย้งมักกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายพร้อมกับหุ้น การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF ยังมีแนวโน้มเพิ่มการมีส่วนร่วมของสถาบัน ซึ่งอาจทำให้ Bitcoin เคลื่อนไหวคล้ายกับหุ้นมากขึ้นในระยะยาว นักวิเคราะห์ชี้ว่าสภาพคล่องทั่วโลกยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคา Bitcoin และหากภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นจริง สภาพคล่องในระบบอาจถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ซีอีโอ BlackRock เตือน ยุค AI บูม เสี่ยงดันความเหลื่อมล้ำรวยจนพุ่ง และก่อนหน้านั้น Fink ยังเคยคาดการณ์ว่า ราคา Bitcoin อาจพุ่งแตะ 500,000 ดอลลาร์ภายใน 5-10 ปี ซึ่งตัดกันอย่างชัดเจนกับมุมมองเชิงระมัดระวังที่เขาแสดงออกในสถานการณ์ปัจจุบัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำเตือนของ Fink รอบนี้น่าจับตามากกว่าปกติ เพราะมันไม่ใช่แค่การพูดถึงความเสี่ยงทั่วไป แต่ผูกโยงกับสถานการณ์ที่จับต้องได้คือราคาน้ำมันและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่จริง ในฐานะคนที่ถือ Bitcoin อยู่ ผมคิดว่าต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ เพราะถ้าตลาดหุ้นโดนแรงเทขายจากความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอย Bitcoin ก็มีโอกาสร่วงตามไปด้วยในระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือทิศทางของราคาน้ำมันและพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หากช่องแคบฮอร์มุซเปิดใหม่ได้เร็ว สถานการณ์อาจคลี่คลายเร็วกว่าที่คิด

ภาพจาก AI