สรุปข่าว
- ETH ร่วงลง 5.01% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แตะ $2,065.32 ลดลงจากจุดสูงสุดวันนี้ที่ $2,196.43
- ราคาดิ่งกลับมาใกล้แนวรับจิตวิทยา $2,050 ท่ามกลางแรงขายจากบรรยากาศตลาดที่ยังอ่อนแรง หลังจากที่เคยพยายามฟื้นตัวไปแตะ $2,351 เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา
- ETH ยังคงอยู่ในกรอบ sideways $1,930 $2,350 ที่กินเวลากว่าเจ็ดสัปดาห์ ความผันผวนที่หดตัวลงบ่งชี้ว่าตลาดกำลังสะสมพลังก่อนตัดสินทิศทาง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การดิ่งกลับมาใกล้โซน $2,050 หลังจากที่ฟื้นตัวไม่สำเร็จสะท้อนความอ่อนแอของแรงซื้อในระยะสั้น ผนวกกับบริบทที่ ETH ยังไม่สามารถหลุดออกจากกรอบ sideways ได้ ทำให้แรงกดดันขาลงยังคงครอบงำอยู่
ราคา Ethereum (ETH) ดิ่งลง 5.01% ในวันที่ 26 มี.ค. 2569 แตะ $2,065.32 หลังจากที่พุ่งขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุด 24 ชั่วโมงที่ $2,196.43 แล้วพลิกกลับร่วงลงมาหยุดใกล้กับจุดต่ำสุดวันที่ $2,069.82 สะท้อนให้เห็นแรงขายที่เข้ามาอย่างหนักในช่วงบ่ายวันนี้ การร่วงครั้งนี้ทำให้ราคาหลุดกลับลงมาใกล้ระดับจิตวิทยา $2,050 ซึ่งเป็นแนวรับรองที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด

ในแง่ภาพรวม ETH มีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขปริมาณการซื้อขายที่สูงในวันที่ราคาร่วงหนักเป็นสัญญาณว่ามีแรงขายจริงเข้ามาในระบบ ไม่ใช่เพียงการแกว่งตัวเงียบ ๆ
ผลกระทบต่อผู้ถือ ETH ระยะยาว
สำหรับผู้ที่ถือ ETH มาตั้งแต่ช่วงปีก่อน ภาพรวมยังคงน่ากังวล ราคาปัจจุบันห่างจากจุดสูงสุดเมื่อปลายเดือนส.ค. 2568 ที่ระดับ $4,829 อยู่กว่า 57% การดิ่งครั้งนี้ไม่ใช่จุดเปลี่ยนใหม่ แต่เป็นการตอกย้ำว่า downtrend ระยะยาวที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. 2568 ยังไม่สิ้นสุด
สำหรับผู้ที่วางแผนซื้อสะสมแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) สิ่งที่ควรพิจารณาคือบริบทของตลาดในภาพใหญ่ก่อน ETH กำลังซื้อขายอยู่ในกรอบ sideways ที่กว้างถึง 21.8% ระหว่าง $1,930 ถึง $2,350 มาเป็นเวลาเจ็ดสัปดาห์แล้ว การที่ราคาร่วงกลับมาใกล้ฐานล่างของกรอบนี้หลังจากที่เคยดีดขึ้นไปทดสอบขอบบน สะท้อนให้เห็นว่ายังไม่มีแรงซื้อที่แข็งแกร่งพอจะพาราคาออกจากกรอบนี้ได้
มุมมองนักเทรดและสัญญาณในตลาดอนุพันธ์
การดิ่งลงอย่างรวดเร็ว 5% ในช่วงเวลาสั้น ๆ มักมาพร้อมกับการล้างพอร์ต Long ที่ใช้เลเวอเรจสูง โดยเฉพาะในตลาดฟิวเจอร์ส การที่ราคาพุ่งจาก $2,053 ขึ้นไปแตะ $2,196 แล้วดิ่งกลับลงมาในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อมีการล้างพอร์ต Long ที่เปิดค้างอยู่ใกล้แนวต้าน
สัญญาณที่นักเทรดควรติดตามในช่วงนี้ได้แก่ อัตรา funding rate ในตลาดฟิวเจอร์ส ซึ่งหากยังคงติดลบต่อเนื่อง แสดงว่าตลาดมีแรงกดดันขาลงอยู่ในระบบ รวมถึงปริมาณ Open Interest ที่ควรดูว่าลดลงหรือเพิ่มขึ้นหลังการร่วงครั้งนี้ ซึ่งจะบอกได้ว่าตลาดกำลัง “ล้างสถานะ” หรือ “เปิดสถานะใหม่” ในทิศทางขาลง
ในบริบทมหภาค ตลาดคริปโตโดยรวมยังคงได้รับแรงกดดันจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงส่งสัญญาณระวังเงินเฟ้อ บรรยากาศความเสี่ยงในตลาดการเงินโลกที่ผันผวนส่งผลให้นักลงทุนลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงในพอร์ต ซึ่งคริปโตมักเป็นกลุ่มที่โดนขายก่อนเสมอในช่วงเวลาแบบนี้
ระดับราคาที่ต้องจับตาต่อจากนี้
ภาพโครงสร้างราคาในปัจจุบันทำให้มีระดับราคาสำคัญหลายจุดที่ตลาดจะทดสอบ ฝั่งขาลง ระดับ $2,050 ถือเป็นแนวรับรองแรกที่ราคากำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ หากหลุดลงไปได้ บริเวณ $1,930 คือขอบล่างของกรอบ sideways เจ็ดสัปดาห์ที่ผ่านมา และ $1,821 คือจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนก.พ. 2569
ฝั่งขาขึ้น การที่ราคาจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อย่างมีนัยยะ ต้องพิชิตระดับ $2,196 ที่เพิ่งเป็นจุดสูงสุดในวันนี้กลับคืนมาให้ได้ก่อน และท้ายที่สุดจะต้องทดสอบขอบบนของกรอบที่ $2,350 ซึ่งเป็นแนวต้านที่ราคาพยายามทะลุแล้วล้มเหลวมาตลอดสองเดือนที่ผ่านมา การยืนเหนือ $2,350 ได้อย่างยั่งยืนจึงจะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนไป
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการดิ่งครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนภาพใหญ่อะไรมากนัก ETH ยังอยู่ในกรอบเดิม แค่เลื่อนมาอยู่ใกล้ขอบล่างมากขึ้นเท่านั้น สิ่งที่น่าสังเกตคือนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ราคาพยายามดีดขึ้นไปทดสอบโซน $2,200 ขึ้นไปแล้วถูกดันกลับลงมา รูปแบบนี้บอกผมว่าแรงขายยังแข็งแกร่งกว่าแรงซื้อในโซนนั้น
สิ่งที่ผมจะจับตาในช่วงสั้นนี้คือปฏิกิริยาของราคารอบโซน $2,050 ว่าจะมีแรงซื้อเข้ามารับได้หรือไม่ ถ้าราคาร่วงผ่านโซนนี้ไปได้แบบรวดเร็วโดยไม่มีการดีดกลับ นั่นคือสัญญาณที่ผมจะระวังมากขึ้น สำหรับคนที่ถือ ETH อยู่ในมือ การบริหารความเสี่ยงและการไม่ใช้เลเวอเรจสูงในช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดแบบนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในมุมมองผม
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
