bitkub-banner

David Sacks พ้นตำแหน่งที่ปรึกษาคริปโต-AI ทรัมป์ หลังครบกำหนด 130 วัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • David Sacks สิ้นสุดวาระในตำแหน่ง “ที่ปรึกษาพิเศษด้าน AI และคริปโต” ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายที่อนุญาตให้พนักงานรัฐพิเศษ (Special Government Employee) ทำงานได้ไม่เกิน 130 วันต่อปี
  • Sacks ไม่ได้ออกจากวงการนโยบายสิ้นเชิง แต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานร่วมของ PCAST (สภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) คู่กับ Michael Kratsios อดีตประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสหรัฐฯ
  • ต้องจับตาว่าทิศทางนโยบายคริปโตของทำเนียบขาวจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่หลังจากนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่กฎหมาย Stablecoin และกฎหมายคริปโตหลักกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในสภาคองเกรส

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การสิ้นสุดวาระของ Sacks เกิดจากข้อจำกัดทางกฎหมาย ไม่ใช่การปลดหรือเปลี่ยนนโยบาย และเขายังคงมีบทบาทในวงนโยบายผ่าน PCAST ในระยะสั้น จึงยังไม่มีสัญญาณว่าทิศทางสนับสนุนคริปโตของรัฐบาลทรัมป์จะเปลี่ยนแปลง แต่ความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งอาจสร้างความกังวลให้ตลาดได้ในระยะสั้น

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 วาระของ David Sacks ในฐานะ “ที่ปรึกษาพิเศษด้าน AI และคริปโต” ของประธานาธิบดี Donald Trump ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ตามรายงานจาก Watcher.Guru ซึ่งอ้างอิงจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและการให้สัมภาษณ์ของ Sacks เองกับ BloombergTV การสิ้นสุดวาระครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการลาออกหรือถูกปลด แต่เป็นผลโดยตรงจากข้อจำกัดทางกฎหมายที่กำหนดให้ “พนักงานรัฐพิเศษ” (Special Government Employee) สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เกิน 130 วันต่อปีเท่านั้น ซึ่ง Sacks เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2568 และบัดนี้ครบกำหนดตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

Sacks ไม่ได้จากไปจริง ยังนั่งประธาน PCAST ต่อ

แม้ตำแหน่ง “ที่ปรึกษาคริปโตและ AI” ของทำเนียบขาวจะสิ้นสุดลง แต่ David Sacks ยังคงมีบทบาทสำคัญในวงนโยบายของสหรัฐฯ ต่อไป โดยทำเนียบขาวได้ประกาศแต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งประธานร่วมของ PCAST (สภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ร่วมกับ Michael Kratsios อดีตประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของสหรัฐฯ โดยการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ก่อนหน้าการสิ้นสุดวาระเพียงหนึ่งวัน

Sacks เป็นที่รู้จักในฐานะผู้มีมุมมองสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตและ AI อย่างแข็งขัน ช่วยผลักดันให้รัฐบาลทรัมป์มีจุดยืนที่เป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้น โดยก่อนรับตำแหน่ง Sacks และกองทุน Craft Ventures ของเขาได้ขายสินทรัพย์คริปโตโดยตรงออกไป แต่ยังคงถือหุ้นในบริษัทสตาร์ทอัพคริปโตไว้ ซึ่งถูกตั้งคำถามจากฝั่งประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ Elizabeth Warren ที่เคยเรียกร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมและสถานะการทำงานของเขา

นโยบายคริปโตทรัมป์จะเดินหน้าต่อแค่ไหนหลังจากนี้

ในช่วงที่ Sacks ดำรงตำแหน่ง รัฐบาลทรัมป์ได้ดำเนินนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตหลายด้าน ทั้งการออกคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) เพื่อส่งเสริมการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชน การผลักดันให้สหรัฐฯ ก้าวสู่การเป็นผู้นำโลกด้าน AI และคริปโต รวมถึงนโยบายแบน CBDC พร้อมสนับสนุน Stablecoin ที่หนุนด้วยดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กฎหมายคริปโตหลายฉบับยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในสภาคองเกรส ซึ่งต้องจับตาว่าการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งครั้งนี้จะส่งผลต่อแรงขับเคลื่อนทางนโยบายหรือไม่

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Sacks เคยออกมาแสดงจุดยืนขัดแย้งกับ Trump เรื่องสงครามอิหร่าน สร้างกระแสข่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองอาจมีรอยร้าว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ที่ปรึกษาทำเนียบขาวเคยระบุว่ามีเม็ดเงินมหาศาลรอเข้าตลาดคริปโต และ ทรัมป์ได้แต่งตั้งผู้บริหารจาก Nvidia และ Coinbase เป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งอาจบ่งชี้ว่ารัฐบาลยังคงต้องการเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านคริปโตและ AI ต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้น่าตกใจเท่าที่หน้าข่าวอาจทำให้ดูเหมือน เพราะการหมดวาระ 130 วันของ Sacks เป็นกติกาที่ทราบกันดีตั้งแต่ต้น และเขาก็ยังอยู่ในแวดวงนโยบายผ่าน PCAST อยู่ สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือว่าหลังจากนี้จะมีใครเข้ามารับไม้ต่อในตำแหน่ง “ซาร์” อย่างเป็นทางการหรือไม่ และทิศทางกฎหมายคริปโตอย่าง GENIUS Act หรือ Clarity Act จะเดินหน้าต่อได้มากน้อยแค่ไหนโดยไม่มีแรงผลักจากตำแหน่งนี้โดยตรง ถ้าสภาคองเกรสเริ่มชะลอตัวโดยไม่มีแรงกดจากทำเนียบขาว อันนั้นแหละที่ตลาดควรเป็นห่วงจริงๆ

เครดิตภาพจาก @huybuong_TCX