สรุปข่าว
- Rep. Maxine Waters สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ส่งหนังสือถามธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแคนซัสซิตี้ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026 กรณีอนุมัติบัญชีหลักแบบจำกัดวัตถุประสงค์ให้ Kraken Financial
- Waters โต้แย้งว่าบัญชีประเภท “จำกัดวัตถุประสงค์” หรือ “สกินนี่ แอคเคาท์” นี้ไม่มีรองรับในกฎหมายหรือแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางสหรัฐฯ
- การอนุมัติบัญชีหลักให้ Kraken เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สำหรับบริษัทคริปโต แต่ยังต้องจับตาว่าการตรวจสอบจากรัฐสภาจะนำไปสู่แรงกดดันเชิงนโยบายหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การที่ Kraken ได้บัญชีหลักจากธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทคริปโตนั้นเป็นสัญญาณบวกระยะยาวสำหรับการยอมรับคริปโตในระบบการเงิน แต่การที่นักการเมืองเริ่มตั้งคำถามและอาจนำไปสู่การสอบสวนเพิ่มเติมสร้างความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ทำให้ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นยังอยู่ในระดับ Neutral
ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026 Rep. Maxine Waters สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตและผู้นำเสียงข้างน้อยในคณะกรรมการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎร (House Financial Services Committee) ได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการตั้งคำถามต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแคนซัสซิตี้ เกี่ยวกับการอนุมัติบัญชีหลักแบบจำกัดวัตถุประสงค์ให้กับ Kraken Financial เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา การอนุมัตินี้ทำให้ Kraken Financial กลายเป็นบริษัทคริปโตแห่งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาที่ได้รับสิทธิ์เชื่อมต่อโดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ Waters ระบุว่าบัญชีประเภทดังกล่าวไม่มีรองรับในกฎหมายหรือแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการของธนาคารกลาง ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของกระบวนการอนุมัติ
บัญชีหลัก “แบบจำกัด” ที่ไม่มีในกฎหมาย
สิ่งที่ Kraken Financial ได้รับไม่ใช่บัญชีหลักมาตรฐานเหมือนธนาคารทั่วไป แต่เป็น “บัญชีหลักแบบจำกัดวัตถุประสงค์” หรือที่เรียกกันในวงการว่า “สกินนี่ แอคเคาท์” (Skinny Account) ซึ่ง Michelle Bowman รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่าเป็น “โครงการนำร่อง” มีระยะเวลาหนึ่งปี เพื่อทดสอบว่าสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารจะสามารถเข้าถึงระบบการชำระเงินของธนาคารกลางได้อย่างไร แนวคิด “บัญชีการชำระเงิน” แบบนี้เพิ่งถูกเสนอโดยผู้ว่าการ Christopher Waller ในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งยังไม่ได้รับการบัญญัติเป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการ นั่นคือประเด็นที่ Waters ตั้งคำถาม
Kraken Financial ดำเนินการในฐานะสถาบันรับฝากเงินเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ (Special Purpose Depository Institution หรือ SPDI) ภายใต้ใบอนุญาตของรัฐไวโอมิง ซึ่งรัฐนี้ออกกรอบกฎหมาย SPDI ตั้งแต่ปี 2019 เพื่อรวมสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับระบบธนาคาร กระบวนการขออนุมัติบัญชีหลักใช้เวลากว่าห้าปีครึ่งนับตั้งแต่ยื่นคำขอในเดือนตุลาคม 2020 อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับการอนุมัติแล้ว บัญชีประเภทนี้ยังไม่ให้สิทธิ์เต็มรูปแบบเหมือนธนาคารทั่วไป เช่น ไม่ได้รับดอกเบี้ยจากเงินสำรอง และไม่สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกการให้กู้ยืมฉุกเฉินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้
เสียงสนับสนุนและต้านจากทุกทิศ
ขณะที่ Waters ออกมาตั้งคำถาม ฝั่งผู้สนับสนุนก็มีเสียงดังไม่แพ้กัน Senator Cynthia Lummis (R-WY) ประธานคณะอนุกรรมการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของวุฒิสภา ประกาศสนับสนุนการอนุมัติครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็น “ช่วงเวลาสำคัญ” สำหรับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ด้าน Arjun Sethi ผู้ร่วมบริหาร Kraken กล่าวว่าการได้รับบัญชีหลักครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานคริปโตเข้ากับโครงสร้างทางการเงินของประเทศ”
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารทั่วไปแสดงความ “กังวลอย่างยิ่ง” ต่อการอนุมัติดังกล่าว โดยอ้างว่าขาดความโปร่งใสและกระบวนการอนุมัติเกิดขึ้นก่อนที่กรอบนโยบายสำหรับบัญชีประเภทนี้จะเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการที่บริษัทคริปโตเข้าถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยตรงยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ในวงกว้าง กรณีของ Custodia Bank ที่เคยยื่นขอบัญชีหลักแต่ถูกปฏิเสธหลังการต่อสู้ทางกฎหมายยืดเยื้อ ยิ่งตอกย้ำว่าเส้นทางนี้ไม่ง่ายสำหรับบริษัทคริปโตทุกราย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ประวัติศาสตร์! Kraken เจ้าแรกคริปโตที่เข้าถึง Fed โดยตรง หลังรอมา 5 ปีกว่า และก่อนหน้านั้นยังมีกรณีของ ธนาคาร Bitcoin “Custodia” ที่เคยฟ้อง Fed ฐานทำให้จดทะเบียนล่าช้า อีกด้วย
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะมันสะท้อนถึงความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรครีพับลิกันที่โน้มเอียงสนับสนุนคริปโตกับพรรคเดโมแครตอีกกลุ่มที่ยังระแวงอยู่ การที่ Waters ออกมาตั้งคำถามครั้งนี้อาจแค่เป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง ไม่ได้หมายความว่าบัญชีหลักของ Kraken จะถูกถอนในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ต้องจับตาว่าจะมีการฟังคำชี้แจงจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแคนซัสซิตี้ต่อไปอย่างไร ถ้าธนาคารกลางตอบชี้แจงได้ชัดเจน เรื่องนี้น่าจะจบ แต่ถ้าเกิดการฟังคำชี้แจงในรัฐสภาขึ้นมาจริง ๆ วงการคริปโตอาจต้องลุ้นกันอีกรอบ ตอนนี้โครงการนำร่องหนึ่งปียังไม่จบ สิ่งที่น่าสังเกตที่สุดคือผลลัพธ์หลังครบกำหนดหนึ่งปีจะออกมาเป็นอย่างไร
ภาพจาก AI
