bitkub-banner

ไขปม ChatGPT แอบส่งข้อมูลให้ Facebook รู้ไว้ก่อนใช้ AI

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • ผู้ใช้ ChatGPT จำนวนมากพบว่า ข้อมูลที่พิมพ์ลงใน AI ปรากฏเป็นโฆษณาบน Facebook/Instagram ในทันที แต่สาเหตุที่แท้จริงน่าจะมาจาก browser tracking, cookies และ การระบุตัวตนอุปกรณ์แบบเจาะจง มากกว่าการที่ OpenAI ส่งข้อมูลให้ Meta โดยตรง
  • OpenAI ระบุชัดว่า ไม่ขายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน หรือนำไปใช้เพื่อโฆษณาแบบ targeted แต่ก็ยอมรับว่าบทสนทนาของผู้ใช้อาจถูกนำไปใช้ฝึก AI model ได้ หากไม่ได้ปิดการตั้งค่าด้วยตนเอง
  • เมื่อเปรียบเทียบ 3 ค่ายหลัก Claude ถือเป็นแชทบอท AI ที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวดีที่สุดในหมู่ แชทบอทกระแสหลัก ส่วน Gemini และ ChatGPT นั้น ผู้ใช้งานต้องปิดการตั้งค่าด้วยตนเองจึงจะปลอดภัย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish 

ข่าวความเป็นส่วนตัวในด้าน AI กดดันความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม AI รวมถึงหุ้นและโทเค็น ที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์เกี่ยวกับ AI ซึ่งอาจทำให้เผชิญความรู้สึกในเชิงลบได้ในระยะสั้น 

อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง-ยาว กระแสการตื่นตัวด้านความเป็นส่วนตัว กลับเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์ม Web3 และ decentralized AI ที่อ้างเรื่องความเป็นส่วนตัวโดดเด่นขึ้นมา ซึ่งอาจเป็นปัจจัยส่งเสริมโปรโตคอลที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว

ประเด็นร้อนในโลก AI ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความฉลาดของโมเดล แต่คือ ข้อมูลของเราปลอดภัยแค่ไหน? ผู้ใช้งาน ChatGPT ทั่วโลกต่างรายงานปรากฏการณ์ที่ชวนขนลุก เมื่อพิมพ์ข้อมูลส่วนตัว เช่น โรคที่เป็นอยู่ แผนลงทุน หรือปัญหาชีวิต ลงใน ChatGPT แล้วไม่กี่นาทีถัดมา โฆษณาที่ตรงกับเนื้อหานั้น ก็ปรากฏบน Facebook และ Instagram ของพวกเขาทันที ทำให้เกิดคำถามว่า OpenAI กำลังแบ่งปันข้อมูลกับ Meta อยู่หรือเปล่า? 

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทั้งสิ่งที่ผู้ใช้งานพบจริง, นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อมูลของ AI แต่ละค่าย และวิธีปกป้องตัวเอง โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้ AI วิเคราะห์พอร์ต คริปโต หรือข้อมูลการเงิน

สิ่งที่ผู้ใช้รายงานจริง เรื่องบังเอิญหรือเรื่องจริง?

โพสต์บน Reddit ในชุมชน r/ChatGPT ที่ถูก upvote กว่า 350 ครั้ง เล่าว่า ผู้ใช้งานหลายคนพบโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจงบน Facebook ภายในไม่กี่นาทีหลังพิมพ์ข้อมูลนั้นลงใน ChatGPT โดยข้อมูลที่ “รั่ว” ออกมาในรูปโฆษณา ได้แก่ อาการสุขภาพที่ค้นหา ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ถามถึง ไปจนถึงแผนการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยส่วนใหญ่ชี้ว่า สาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่าการที่ OpenAI ส่งข้อมูลตรงให้ Meta คือ กลไก tracking ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเบราเซอร์ของผู้ใช้เอง ได้แก่

  • Browser Cookies & Pixel Tracking — ของ Facebook Pixel ที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์หลายแห่ง สามารถติดตามว่า คุณเคยเปิดหน้าเว็บใดบ้าง รวมถึงเว็บของ ChatGPT
  • Device Fingerprinting — เทคนิคที่ระบุตัวตนผู้ใช้งานจากข้อมูลอุปกรณ์โดยไม่ต้องใช้ cookies
  • Third-party Data Brokers — บริษัทรวบรวมข้อมูลที่ขายโปรไฟล์พฤติกรรมผู้ใช้ให้กับแพลตฟอร์มโฆษณา
  • Behavioral Correlation — เมื่อคุณค้นเรื่องเดียวกันในหลายที่พร้อมกัน อัลกอริทึมโฆษณาจะจับรูปแบบได้รวดเร็วมาก

กล่าวง่ายๆ คือ ความบังเอิญที่น่ากลัวนั้น เกิดจากระบบทุนนิยมสอดแนมที่ Facebook สร้างไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่การที่ OpenAI ส่งข้อมูลให้ Meta โดยตรง ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีหลักฐานจากสาธารณะยืนยัน

OpenAI มีนโยบาย Data Privacy อย่างไร ? อะไรเก็บ อะไรไม่เก็บ

OpenAI ระบุในนโยบายว่า ไม่ขายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานให้บุคคลภายนอก และข้อมูลที่เก็บรวบรวมนั้น ใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของ Chatbot และมอบประสบการณ์การใช้งานให้ดีขึ้นเป็นหลัก 

ซึ่งสิ่งที่ OpenAI เก็บจริง มีดังนี้

  • Prompt & Response Logs — ทุกคำที่คุณพิมพ์ และคำตอบที่ได้รับ จะถูกบันทึกไว้ เพื่อดำเนินการบริการ และพัฒนาโมเดล
  • Account Information — อีเมล ชื่อ และข้อมูลระบุตัวตน เมื่อสมัครใช้งาน
  • Metadata & Usage Data — IP address, browser info, ชุดข้อมูลระบุตัวตนของเครื่อง และรูปแบบการใช้งาน
  • Payment Information — ข้อมูลการชำระเงิน ซึ่งเคยมีเหตุการณ์รั่วไหลในปี 2023

สิ่งสำคัญที่หลายคนมักมองข้ามคือ บทสนทนาของคุณอาจถูกนำไปฝึก AI รุ่นต่อไปได้ ยกเว้นแต่คุณจะปิดฟีเจอร์นี้ด้วยตนเอง ซึ่งผู้ใช้งานสามารถทำได้ผ่านการไปกดตั้งค่า Settings เลือก Data Controls แล้วกด Improve the model 

ตามนโยบายระบุว่า สิ่งที่ OpenAI ไม่ทำ มีดังนี้

  • ไม่ขายข้อมูลส่วนตัวให้ผู้ลงโฆษณา
  • ไม่ใช้ข้อมูลเพื่อการโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
  • สำหรับ ChatGPT Enterprise, Business และ API Platform นั้น ข้อมูล input/output จะไม่ถูกนำไปใช้ฝึกโมเดลโดยค่าเริ่มต้น 

เปรียบเทียบ ChatGPT vs Claude vs Gemini — ใครปกป้องข้อมูลดีกว่า ?

หากเปรียบเทียบยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ค่ายในเรื่องการรักษาความลับของข้อมูลปี 2026 นี้ พบว่าแต่ละค่ายมีแนวทางที่ต่างกันอย่างชัดเจน

โดย Claude (Anthropic) ครองแชมป์ด้านความเป็นส่วนตัวสูงสุด ด้วยนโยบายที่เน้นการจำกัดขอบเขตข้อมูลอยู่เฉพาะภายในบริการของตัวเองเท่านั้น และมีตัวเลือกให้ไม่เก็บข้อมูลเลย ซึ่งต่างจาก ChatGPT และ Gemini ที่ตั้งค่าการนำข้อมูลไปฝึกฝน AI มาให้แบบเปิดอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้งานต้องคอยตามปิดเอง

ในด้านขอบเขตการเก็บข้อมูล Gemini (Google) ถือเป็นค่ายที่น่าจับตามองที่สุดในแง่ของ “ความละเอียด” เพราะข้อมูลบทสนทนาจะถูกเชื่อมโยงเข้ากับระบบนิเวศทั้งหมดของ Google ทั้ง Gmail, YouTube และประวัติการค้นหา ทำให้เกิดการสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ที่ลึกซึ้งกว่าใคร 

ขณะที่ ChatGPT จะเน้นเก็บข้อมูลพฤติกรรมการท่องเว็บและโซเชียลมีเดียควบคู่ไปด้วย ส่วนในเรื่องความปลอดภัยระดับสากล แม้ทุกค่ายจะผ่านมาตรฐาน ISO แต่ Claude และ Gemini จะดูมีความชัดเจนในด้านการรับรองระดับองค์กร (SOC 2) ที่เข้มข้นกว่า 

5 วิธีปกป้องตัวเองเมื่อใช้ AI โดยเฉพาะนักลงทุนคริปโต

สำหรับคนที่ใช้ AI วิเคราะห์พอร์ตคริปโต ข้อมูลการเงิน หรือกลยุทธ์การลงทุน สิ่งที่ต้องทำ ได้แก่

1. ปิด Model Training ทันที 

ให้เข้าไปกดตั้งค่า Settings เลือก Data Controls แล้วปิด “Improve the model for everyone” ใน ChatGPT หรือ Gemini ทุกครั้งหลังสมัครบัญชีใหม่ 

สำหรับ ChatGPT ยังมีโหมด “Temporary Chat” ที่บทสนทนาจะไม่ถูกบันทึก และไม่นำไปฝึกโมเดล 

2. ห้ามพิมพ์ข้อมูลที่ระบุตัวตนได้

ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ Private key, seed phrase, เลขบัญชี, หรือแม้แต่ชื่อ-นามสกุลจริง พร้อมรายละเอียดของข้อมูลเลขกระเป๋าพอร์ตการลงทุน เป็นสิ่งที่ไม่ควรพิมพ์ลงใน AI ใดๆ ทั้งสิ้น 

3. ใช้ Browser แยกสำหรับ AI 

ให้ทำการเปิด ChatGPT/Claude/Gemini ในเบราเซอร์แยก หรือ โหมดแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อตัดการเชื่อมต่อกับ Facebook Pixel และ tracking cookies ที่ฝังอยู่ในเบราเซอร์หลัก

4. ติดตั้ง Ad/Tracker Blocker  

การติดตั้งส่วนขยายหรือ Extension อย่าง uBlock Origin หรือ Privacy Badger เปรียบเสมือนการกางโล่ป้องกันความเป็นส่วนตัวขณะใช้งาน AI เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะคอยทำหน้าที่ “บล็อก” ตัวดักจับข้อมูลจากภายนอก ที่มักจะแฝงตัวอยู่ตามหน้าเว็บเพื่อคอยสอดส่องพฤติกรรมการพิมพ์หรือการใช้งาน AI ของคุณ จากนั้นจะส่งข้อมูลเหล่านั้นต่อไปยังระบบโฆษณาเพื่อสร้างโปรไฟล์ความสนใจของคุณขึ้นมา

การใช้ Extension กลุ่มนี้จึงช่วยตัดวงจรการถูกสะกดรอยตาม ทำให้การสนทนากับ AI ของคุณมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการตลาดโดยที่คุณไม่อนุญาต

5. พิจารณา Enterprise/API Plan สำหรับข้อมูลสำคัญ 

สำหรับใครที่ต้องจัดการข้อมูลความลับระดับบริษัท การขยับมาใช้ ChatGPT Team หรือ OpenAI API ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าบัญชีทั่วไปแบบคนละเรื่องเลยเพราะในระบบนี้ ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้เพียงชั่วคราวสูงสุดแค่ 30 วัน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย เท่านั้น หลังจากนั้นจะถูกลบออกไปโดยไม่มีการนำไปใช้ฝึกฝน AI ต่อเด็ดขาด และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ หากองค์กรของคุณมีความจำเป็นด้านความปลอดภัยขั้นสูง (เช่น ธุรกิจการเงินหรือกฎหมาย) คุณยังสามารถยื่นขอสิทธิ์ Zero Data Retention สำหรับ API ได้อีกด้วย ซึ่งหมายความว่า OpenAI จะไม่เก็บข้อมูลใดๆ ไว้ในระบบเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ที่มา : reddit, openai , anthropic


มุมมองส่วนตัว: อุตสาหกรรม AI ในปัจจุบันกำลังเดินตามรอยประวัติศาสตร์ของโซเชียลมีเดียช่วงปี 2010–2015 อย่างน่ากังวล ซึ่งเป็นยุคที่ทุกคนยอมแลกข้อมูลส่วนตัวเพื่อใช้บริการฟรี จนกระทั่งเกิดวิกฤต Cambridge Analytica ที่ข้อมูลผู้ใช้ถูกนำไปบงการผลการเลือกตั้งจนโลกต้องตื่นตัว