bitkub-banner

เปิดสาเหตุทำไม Bitcoin อาจต้องรอ 300 วันกว่าจะแตะจุดสูงสุดเดิม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ecoinometrics แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลชื่อดัง เผยสถิติความสัมพันธ์ระหว่าง “ความลึกของการปรับฐาน” และ “ระยะเวลาการฟื้นตัว” โดยระบุว่า ยิ่งราคาร่วงหนักเท่าไหร่ ระยะเวลาที่ Bitcoin จะกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ก็จะยิ่งนานขึ้นตามลำดับ
  • จากข้อมูลย้อนหลังพบว่า ทุกๆ การร่วงลงของราคาที่เพิ่มขึ้น 10% จะส่งผลให้ระยะเวลาการฟื้นตัวเฉลี่ย เพิ่มขึ้นประมาณ 80 วัน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคา Bitcoin ลดลงมาแล้วเกือบ 45%
  • แบบจำลองทางสถิติประเมินว่า Bitcoin อาจต้องใช้เวลาพักตัว และสะสมพลังนานถึง 300 วัน เพื่อกลับไปทดสอบระดับราคา All-Time High เดิมที่เคยทำไว้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

แม้ตัวเลข 300 วันอาจฟังดูน่ากังวลสำหรับนักลงทุนระยะสั้น แต่การวิเคราะห์นี้สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่กำลังเข้าสู่ช่วงการปรับสมดุลตามกลไกธรรมชาติ 

การที่ราคา Bitcoin ไม่ได้พุ่งกลับขึ้นไปทันที ช่วยลดความเสี่ยงของสภาวะฟองสบู่และเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันเข้าสะสมของในราคาที่เหมาะสม 

แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำ Ecoinometrics ออกมาเปิดเผยข้อมูลชุดสำคัญที่ระบุว่า การปรับตัวลดลงของราคา Bitcoin ในรอบนี้ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับระยะเวลาที่ตลาดต้องใช้ในการเยียวยาตัวเอง 

ข้อมูลทางสถิติชี้ชัดว่า ยิ่งราคาทรุดตัวลงแรงเท่าไหร่ ระยะเวลาการรอคอยเพื่อกลับไปทุบสถิติเดิมก็จะยิ่งทอดยาวออกไปนานขึ้นเท่านั้น โดยประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ Bitcoin ร่วงลงจากจุดสูงสุดประวัติศาสตร์ที่ระดับ 126,000 ดอลลาร์ในช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ลงมาเคลื่อนไหวแถวบริเวณ 68,900 ดอลลาร์ในปัจจุบัน คิดเป็นการปรับตัวลดลงประมาณ 45% ส่งผลให้โมเดลการคำนวณคาดการณ์ว่า เราอาจต้องใช้เวลาอีกราว 300 วัน กว่าจะได้เห็นจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง

กฎเหล็ก 80 วัน ยิ่งลงลึก ยิ่งฟื้นช้า

จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังที่ทาง Ecoinometrics โพสต์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X พบกฎความสัมพันธ์ที่น่าสนใจคือ ทุกๆ การปรับฐานที่เพิ่มขึ้นทุก 10% จะเป็นตัวแปรที่ทำให้เวลาในการฟื้นตัว กลับไปทำ All-Time High เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 80 วัน 

ตัวเลขนี้ไม่ใช่การสุ่มเดาแต่เป็นค่าเฉลี่ยจากพฤติกรรมราคาในอดีตหลายรอบที่ผ่านมา การปรับตัวลงระดับ 45% ในรอบนี้จึงเป็นบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ของเหล่านักลงทุน เนื่องจากตลาดยังมีความผันผวนสูง และจำเป็นต้องใช้เวลาในการดูดซับแรงขายที่ค้างคาอยู่จำนวนมหาศาล

ปัจจัยชี้ชะตาคือ สภาพคล่องและเศรษฐกิจมหภาค

ทาง Ecoinometrics ย้ำชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่การทำนายราคาในอนาคต แต่เป็นเพียงการประเมินกรอบเวลาจากสถิติเท่านั้น การที่ Bitcoin จะกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งได้อีกครั้ง จำเป็นต้องพึ่งพาปัจจัยเกื้อหนุนหลายด้าน โดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ต้องเอื้ออำนวยต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ต้องกลับมาหนาแน่นพอที่จะดึงเม็ดเงินใหม่ให้ไหลเข้าสู่ตลาด ทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินโลกจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยย่อระยะเวลา 300 วันนี้ให้สั้นลง หรืออาจจะยาวออกไป หากสถานการณ์โลกยังไม่นิ่ง

ความอดทนคือผลกำไร

ภาพรวมของตลาดในตอนนี้คือ ความเงียบเหงาที่แฝงไปด้วยการสะสมพลัง ข้อมูลระบุว่า การปรับฐานรอบนี้ถือเป็นระดับปกติของวัฏจักรคริปโตที่มักจะมีการล้างไพ่ครั้งใหญ่ก่อนเริ่มรอบใหม่เสมอ 

นักวิเคราะห์แนะนำว่า ไม่ควรดูแค่สถิติเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องจับตาดูความต้องการของนักลงทุนสถาบัน และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางควบคู่กันไปด้วย เพื่อประเมินว่า เหตุการณ์นี้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อไหร่

ที่มา : bitcoinsistemi


มุมมองผู้เขียน : ตัวเลข 300 วันที่นักวิเคราะห์ประเมินออกมานั้น ดูสมเหตุสมผลกับสภาพตลาดที่โดนทุบลงมาเกือบครึ่ง การที่ Bitcoin ร่วงลงมาจากมูลค่าแสนกว่าดอลลาร์ ได้สร้างความหวาดกลัวให้รายย่อยค่อนข้างมาก ดังนั้นตลาดต้องใช้เวลา “เยียวยาจิตใจ” นานพอสมควร 

แต่ในมุมมองของนักสะสม นี่คือช่วงเวลาทอง เพราะประวัติศาสตร์บอกเราเสมอว่าหลังจากพายุสงบ Bitcoin มักจะกลับมาพร้อมกับสถิติใหม่ที่ทำเอาคนตกรถต้องเสียดายเสมอ