bitkub-banner

อวสานยุคเทขาย มูลนิธิ Ethereum โอน ETH 1,500 ล้านบาทลุย Stake เน้นถือยาว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ethereum Foundation (EF) โอน 22,517 ETH มูลค่ากว่า 46.2 ล้านดอลลาร์ ไป Stake รวดเดียว ถือเป็นสถิติสูงสุดในครั้งเดียวขององค์กร
  • การโอนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ประกาศไว้เมื่อเดือน ก.พ. ว่าจะนำเหรียญรวมประมาณ 70,000 ETH ไปล็อคในระบบ
  • EF เปลี่ยนผ่านจากการหาเงินทุนด้วยการ “เทขายเหรียญ” มาเป็นการใช้ “ดอกเบี้ย (Yield) จากการ Stake” เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแทน

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish 

Ethereum Foundation (EF) สร้างสถิติใหม่ด้วยการโอนเหรียญ 22,517 ETH (ราว 1.5 พันล้านบาท) ไป Stake รวดเดียวตามแผนที่เคยวางไว้ นัยสำคัญของเหตุการณ์นี้คือ การพลิกโฉมกลยุทธ์ทางการเงินครั้งใหญ่ขององค์กร จากเดิมที่นักลงทุนมักจะผวากลัว EF เทขายเหรียญเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย ตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนมาใช้วิธี “กินดอกเบี้ย” เพื่อนำมาเป็นทุนหมุนเวียนแทน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้องค์กรมีรายได้หล่อเลี้ยงอย่างยั่งยืนแล้ว ยังถือเป็นข่าวดีที่ช่วยลดความกังวลและลดแรงกดดันจากการเทขายทุบตลาดไปได้เยอะเลยครับ

ช่วงเช้าวันนี้ Ethereum Foundation (EF) ได้เทหน้าตักโอนเหรียญ Ether จำนวนมหาศาลถึง 22,517 ETH เข้าสู่ระบบ Smart Contract เพื่อทำการ Stake เหรียญ 

ข้อมูล On-chain ชี้ชัดว่า นี่ไม่ใช่แค่การบริหารจัดการสินทรัพย์ธรรมดา แต่เป็นการประกาศจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญขององค์กร 

ทุบสถิติโลกบล็อกเชน ! เดินหน้าตามแผน 70,000 ETH

Arkham แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนระดับโลกยืนยันในวันที่ 30 มี.ค. 2026 ว่า ธุรกรรมมูลค่ากว่า 46.2 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 พันล้านบาท) ในครั้งนี้ ถือเป็นการ Stake แบบรวดเดียวครั้ง “ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ ถือเป็นการเดินหมากตามโรดแมปที่ EF เคยให้สัญญาไว้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่าจะนำเงินสำรองจำนวน 70,000 ETH เข้าไป Stake ในระบบ

สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในตอนนี้คือ การปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ Ethereum Foundation (EF) จากเดิมที่นักลงทุนมักจะเกิดอาการผวาทุกครั้งที่เห็นกระเป๋าเงินของ EF มีความเคลื่อนไหว เพราะกังวลว่าจะเป็นการโอนเหรียญออกไปเทขายเพื่อหาทุนมาหมุนเวียนในองค์กรจนส่งผลกระทบต่อราคา Ethereum ในตลาด

แต่ภาพจำเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นอดีต เมื่อ EF ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ผลตอบแทนจากการ Staking เป็นรายได้หลักในการหล่อเลี้ยงองค์กรแทน โดยเงินปันผลที่ได้จากการนำ ETH ไปวางค้ำประกันในระบบจะถูกส่งกลับเข้าคลังโดยตรง เพื่อใช้เป็นทุนวิจัยพัฒนาโปรโตคอล (R&D), สนับสนุนระบบนิเวศ และแจกจ่ายเป็นเงินทุน (Grants) ให้กับชุมชนนักพัฒนาต่อไป


มุมมองผู้เขียน: การที่ Ethereum Foundation นำเหรียญมูลค่ามหาศาลไป Stake ถือเป็น Strategic Move ที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว ทั้งได้เงินทุนหมุนเวียนระยะยาว ลดแรงเทขายในตลาด และเพิ่มความปลอดภัยให้เครือข่าย