สรุปข่าว
- กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาสามารถปิดยอดเดือนมีนาคมด้วยกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 1.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบห้าเดือน
- การฟื้นตัวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดต้องเผชิญกับสภาวะเงินทุนไหลออกติดต่อกันถึงสี่เดือน ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่ราคาของ Bitcoin ร่วงลงไปถึง 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว
- แม้สถานการณ์จะเริ่มดูดีขึ้น แต่นักลงทุนในกองทุน ETF ส่วนใหญ่ยังคงต้องแบกรับสภาวะขาดทุนเนื่องจากมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 84,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ราคาตลาดสปอตในปัจจุบันยังคงวนเวียนอยู่แถวระดับ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันเริ่มไหลกลับเข้าสู่กองทุน ETF อีกครั้งถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญมาก มันสะท้อนให้เห็นว่าแรงเทขายที่เคยกดดันตลาดมานานหลายเดือนเริ่มชะลอตัวลงจนถึงจุดที่นักลงทุนมองเห็นความคุ้มค่าในการทยอยสะสมสินทรัพย์เพิ่ม ซึ่งกระแสเงินทุนไหลเข้าที่แข็งแกร่งนี้จะช่วยสร้างฐานราคาที่มั่นคงและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ตลาดพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้ในระยะกลาง
ข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์ม SoSoValue ระบุว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาสามารถปิดยอดการซื้อขายในเดือนมีนาคมด้วยกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิสูงถึง 1.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการบันทึกสถิติเงินทุนไหลเข้าเป็นรายเดือนครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2025 เป็นต้นมา

การกลับมาของเม็ดเงินในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญหลังจากที่ตลาดต้องเผชิญกับสภาวะเงินทุนไหลออกติดต่อกันยาวนานถึงสี่เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการร่วงลงอย่างหนักของราคา Bitcoin โดยปรับตัวลดลงไปมากถึง 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 126,000 ดอลลาร์สหรัฐ ย้อนกลับไปดูสถิติในช่วงที่ผ่านมา ตลาดต้องเผชิญกับกระแสเงินไหลออกถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤศจิกายน ตามมาด้วย 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนธันวาคม 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมกราคม และเริ่มชะลอตัวลงเหลือ 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์
นอกจากกระแสเงินทุนแล้ว เดือนมีนาคมยังเป็นเดือนแรกที่กราฟแท่งเทียนรายเดือนของ Bitcoin สามารถปิดบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบหกเดือน ซึ่งเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงของ Momentum ในทิศทางที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ของกองทุน ETF กลับแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นที่ค่อนข้างดี ข้อมูลจาก CheckonChain เผยให้เห็นว่ายอดการถือครอง Bitcoin ของกองทุนลดลงจากระดับ 1.38 ล้าน BTC ในเดือนตุลาคมลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 1.28 ล้าน BTC ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวลดลงเพียงประมาณ 7% เท่านั้น และหลังจากนั้นยอดการถือครองก็สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.31 ล้าน BTC ได้สำเร็จ

แม้แนวโน้มภาพรวมจะเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวก แต่นักลงทุนในกองทุน ETF ส่วนใหญ่ก็ยังคงตกอยู่ในสภาวะขาดทุน โดยมีการประเมินว่าต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนกลุ่มนี้อยู่ที่ระดับใกล้เคียง 84,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังคงห่างไกลจากราคาตลาดสปอตในปัจจุบันที่ซื้อขายกันอยู่ที่ระดับประมาณ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา coindesk
มุมมองส่วนตัวมองว่าการกลับมาของเม็ดเงินในกองทุน ETF รอบนี้เป็นสัญญาณที่น่าจับตามองมากครับ หลังจากที่ตลาดซึมและโดนสถาบันเทขายเพื่อลดความเสี่ยงมาตลอดหลายเดือน การที่ยอดเงินไหลออกค่อยๆ ลดลงจนพลิกกลับมาเป็นบวกระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคม แสดงให้เห็นว่าแรงขายชุดใหญ่ได้ถูกดูดซับไปจนเกือบหมดแล้ว ถึงแม้ว่าต้นทุนเฉลี่ยของคนที่ถือ ETF จะยังติดดอยอยู่แถว 84,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่มันก็เป็นเครื่องการันตีว่ารายใหญ่ไม่ได้ยอมแพ้และเลือกที่จะช้อนซื้อถัวเฉลี่ยต้นทุนที่ด้านล่าง ตราบใดที่ยอดการถือครองของ ETF ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่ราคาจะค่อยๆ ไต่ระดับกลับขึ้นไปหาโซนต้นทุนของสถาบันก็มีความเป็นไปได้สูงมากครับ
