bitkub-banner

4 วีรกรรมสุดเพี้ยนในโลกคริปโตที่ฟังดูเหมือนเรื่องโกหกรับวัน April Fools’ Day แต่ดันเกิดขึ้นจริง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ต้อนรับวันเมษาหน้าโง่ด้วยการย้อนรอยสี่เหตุการณ์สุดแปลกประหลาดในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงมุกตลกขำขันแต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นจริงบนบล็อกเชนและมีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล
  • เหรียญมีมสุดแหวกแนวอย่าง Fartcoin และ Useless ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตลาดคริปโตในบางครั้งก็ขับเคลื่อนด้วยกระแสความกาวล้วนๆ โดยนักลงทุนพร้อมที่จะเทเงินให้กับโปรเจกต์ที่ไม่มีประโยชน์การใช้งานจริงจนดันมูลค่าตลาดให้พุ่งทะลุหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐได้อย่างหน้าตาเฉย
  • ความผิดพลาดระดับตำนานของนักพัฒนาเหรียญ SLERF ที่เผลอเผาเงินระดมทุนทิ้งกว่าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงวีรกรรมของเด็กอายุสิบสามปีที่สร้างเหรียญ QUANT แล้วเชิดเงินหนีกลางไลฟ์สด ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนให้นักลงทุนต้องตรวจสอบประวัติและที่มาที่ไปของโปรเจกต์ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื้อหาข่าวนี้เป็นการหยิบยกเหตุการณ์ในอดีตมาเล่าใหม่เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจนักลงทุนและเสียดสีความบ้าคลั่งของตลาดคริปโตให้เข้ากับบรรยากาศของเทศกาลวันโกหก ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้มีปัจจัยพื้นฐานใหม่หรือพัฒนาการทางเทคโนโลยีใดๆ ที่จะเข้ามากระทบต่อแนวโน้มราคาของเหรียญหลักในตลาดแต่อย่างใด

ในวัน April Fools’ Day ที่อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยข่าวปลอม การเฝ้าระวังความน่าเชื่อถือของข้อมูลถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับวงการคริปโตแล้ว สัญชาตญาณความระแวดระวังนี้ควรเป็นสิ่งที่ต้องมีติดตัวอยู่ตลอดทั้งปี เพราะเรื่องราวของเหรียญทั้งสี่โปรเจกต์ต่อไปนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้งแต่อย่างใด พวกมันถูกสร้างขึ้นจริงบนบล็อกเชน สามารถดึงดูดเม็ดเงินของจริง และทิ้งบาดแผลให้กับนักลงทุนที่ติดดอยไว้จริงๆ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้สามารถสอนเรื่องการตรวจสอบสถานะการลงทุนได้ดีกว่ามุกตลกใดๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต

Fartcoin โทเคนที่ได้แรงบันดาลใจจากการผายลมจนมีมูลค่าทะลุ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เหรียญ Fartcoin ถูกเปิดตัวขึ้นบนเครือข่าย Solana เมื่อเดือนตุลาคมปี 2024 จุดเริ่มต้นของเหรียญนี้มาจากแชตบอต AI ที่ชื่อว่า Truth Terminal ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยนักวิจัย Andy Ayrey โดยบอตตัวนี้มักจะชอบเล่นมุกตลกเกี่ยวกับการผายลมจนทำให้กลุ่มแฟนคลับตัดสินใจนำไอเดียนี้ไปสร้างเป็นโทเคน ภายในเวลาเพียงสามเดือน Fartcoin สามารถทำมูลค่าตลาดทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้สำเร็จ ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่า Dogecoin ที่ต้องใช้เวลาปลุกปั้นถึงแปดปี จนกระทั่งในเดือนมกราคมปี 2025 ราคาเหรียญได้พุ่งไปแตะจุดสูงสุดที่ 2.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ ทว่าในปัจจุบันราคาได้ร่วงลงมาเหลือเพียงประมาณ 0.17 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นการดิ่งลงกว่า 93% จากจุดสูงสุด ทิ้งให้นักลงทุนหลายพันคนต้องกอดเหรียญที่สูญเสียมูลค่าไปเกือบหมด

SLERF ความผิดพลาดระดับตำนานที่นักพัฒนาเผลอเผาเงินระดมทุน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐทิ้งถาวร

เหตุการณ์ที่สองคือความผิดพลาดระดับทำลายล้างของนักพัฒนาเหรียญ SLERF ที่เปิดตัวบน Solana เมื่อเดือนมีนาคมปี 2024 โปรเจกต์นี้สามารถระดมทุนล่วงหน้าได้ถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นักพัฒนาที่ไม่เปิดเผยตัวตนกลับทำเรื่องผิดพลาดอย่างมหันต์ด้วยการโอนโทเคนที่จัดสรรไว้รวมถึงโทเคนสภาพคล่องทั้งหมดไปยังที่อยู่สำหรับการเผาเหรียญทิ้งแบบถาวร โดยที่สิทธิ์ในการสร้างเหรียญใหม่ถูกยกเลิกไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถแก้ไขหรือกู้คืนเงินกลับมาได้เลย นักพัฒนาได้ออกมายอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือ แทนที่ราคาเหรียญจะดิ่งลงเหลือศูนย์ มันกลับพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งจนมีปริมาณการซื้อขายทะลุ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว แม้ว่าคลังสมบัติของโปรเจกต์จะเพิ่งถูกเผาทิ้งไปต่อหน้าต่อตาก็ตาม ปัจจุบันเหรียญนี้มีมูลค่าลดลงไปแล้วกว่า 99.7%

QUANT วีรกรรมเด็กชายวัย 13 ปีที่สร้างเหรียญแล้วเชิดเงินหนีกลางไลฟ์สด

เรื่องที่สามคือวีรกรรมของเด็กชายวัย 13 ปีที่สร้างเหรียญ QUANT บนแพลตฟอร์ม Pump.fun ระหว่างการถ่ายทอดสดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2024 เพียงแปดนาทีหลังจากเปิดตัว เขาได้เทขายเหรียญทั้งหมดทิ้งเพื่อรับเงินกำไรประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐพร้อมกับชูนิ้วกลางใส่กล้อง เหตุการณ์นี้สร้างความโกรธแค้นให้กับชุมชนคริปโตจนนำไปสู่การรวมพลังกันปั่นราคาเหรียญเพื่อเป็นการแก้แค้น ทำให้มูลค่าตลาดพุ่งไปถึง 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งหากเด็กคนนั้นถือเหรียญไว้โดยไม่ขายทิ้ง มูลค่าที่เขาจะได้รับจะสูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว เรื่องราวบานปลายไปจนถึงการที่ผู้คนในโลกอินเทอร์เน็ตพากันขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัวของเด็กคนนี้และส่งข้อความไปข่มขู่ครอบครัวของเขา ปัจจุบันเหรียญ QUANT กลายเป็นเหรียญตายที่ไม่มีการซื้อขายใดๆ มานานนับเดือน

USELESS โปรเจกต์ที่ประกาศตัวว่าไม่มีประโยชน์แต่ดันมีมูลค่าตลาดพุ่งถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เรื่องสุดท้ายคือเหรียญที่ชื่อว่า Useless ซึ่งเปิดตัวบน Solana ในเดือนพฤษภาคมปี 2025 โปรเจกต์นี้มาพร้อมกับความซื่อสัตย์ขั้นสุดโดยประกาศชัดเจนว่าไม่มีแผนงาน ไม่มีทีมงาน ไม่มีกองทุน และไม่มีประโยชน์การใช้งานใดๆ ทั้งสิ้น อุปทานทั้งหมด 1 พันล้านเหรียญถูกปล่อยออกมาตั้งแต่วันแรก และแน่นอนว่าตลาดยินดีต้อนรับความกาวนี้อย่างอบอุ่น Useless ใช้เวลาเพียงสัปดาห์เดียวในการปั้นมูลค่าตลาดจาก 200,000 ดอลลาร์สหรัฐไปเป็น 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะมีการร่วงลงมาบ้างแต่มันก็สามารถทำจุดสูงสุดได้ถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน แถมยังได้รับการจดทะเบียนบนกระดานเทรดชั้นนำหลายแห่ง ปัจจุบันเหรียญนี้ยังคงรักษามูลค่าตลาดไว้ได้ที่ราว 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยที่ไม่ได้มีการเชิดเงินหนีแต่อย่างใด ถือเป็นโปรเจกต์ที่ซื่อสัตย์ที่สุดในบรรดาเรื่องราวทั้งหมด

บทเรียนสำคัญก่อนการตัดสินใจคลิกซื้อ

เรื่องราวของทั้งสี่โปรเจกต์เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าการขาดประโยชน์การใช้งานจริงหรือการขาดความน่าเชื่อถือของทีมงานไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดเม็ดเงินในโลกคริปโตเลยแม้แต่น้อย นักลงทุนจึงควรตั้งคำถามเสมอว่าใครคือผู้สร้าง มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงหรือไม่ สัญญาอัจฉริยะได้รับการตรวจสอบแล้วหรือยัง และมูลค่าของเหรียญเติบโตมาจากพื้นฐานจริงๆ หรือมาจากแค่กระแสในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะในทุกความเสียหายที่เกิดขึ้น ข้อมูลความเสี่ยงมักจะถูกกางรอไว้อยู่แล้ว คำถามคือมีใครยอมเสียเวลาอ่านมันก่อนที่จะกดปุ่มซื้อหรือไม่

ที่มา beincrypto


มุมมองส่วนตัวผมอ่านข่าวนี้แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ครับเพราะมันสะท้อนภาพความเป็นจริงของตลาดคริปโตได้แบบตลกร้ายมากๆ ความไร้เหตุผลของตลาดมีมคอยน์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวงการนี้มาตลอด เรามักจะเห็นคนยอมจ่ายเงินหลักล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับเหรียญที่ไม่มีอะไรเลยเพียงเพราะความสนุกสนานและหวังรวยทางลัด บทเรียนจากเหรียญ SLERF และ QUANT น่าจะเตือนสติสายซิ่งได้ดีว่าการเล่นกับไฟหรือไปไล่ซื้อเหรียญที่ทีมงานสร้างวีรกรรมแปลกๆ ไว้มักจะจบไม่สวยเสมอครับ ใครที่ชอบเสี่ยงโชคกับเหรียญมีมก็ควรใช้เงินเย็นที่พร้อมสูญเสียได้ทั้งหมดมาเล่นเท่านั้นครับ