สรุปข่าว
- คำแถลงการณ์ที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดี Donald Trump เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการทำสงครามกับอิหร่านได้ส่งผลให้ราคาของ Bitcoin ร่วงหล่นลงต่ำกว่าระดับ $67,000 ซึ่งเป็นการลบล้างผลกำไรที่ตลาดพยายามสะสมมาในช่วงหลายวันก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
- นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างราคาในปัจจุบันพึ่งพา Derivatives market มากกว่า Spot demand อย่างแท้จริง โดยมีการกระจุกตัวของ Leverage position ระยะสั้นใน CME Bitcoin futures ซึ่งถือเป็นโครงสร้างที่เปราะบางอย่างมาก
- ในกรณีเลวร้ายที่สุดหากเกิดการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซหรือสงครามขยายวงกว้างจนทำให้สภาพคล่องทั่วโลกหดตัวและราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $150 อาจจะกดดันให้เกิด Liquidation แบบลูกโซ่จนราคา Bitcoin ดิ่งลงไปทดสอบระดับ $10,000 ได้เลยทีเดียว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
โครงสร้างตลาดที่เปราะบางจากการพึ่งพา Derivatives market และ Leverage position มากเกินไป ทำให้นักลงทุนมีความอ่อนไหวต่อข่าวสารด้าน Geopolitics เป็นอย่างมาก หากสถานการณ์ความขัดแย้งลุกลามจนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินทั่วโลก แรงเทขายจากความตื่นตระหนกผสมผสานกับการถูกบังคับ Liquidation แบบโดมิโน จะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่อาจลากราคา Bitcoin ให้ร่วงหล่นลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ลึกกว่าเดิมในระยะยาวได้
ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐอเมริกาได้ออกมาแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามกับอิหร่าน ซึ่งท่าทีดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดและกดดันให้ราคาของ Bitcoin (BTC) ร่วงลงไปต่ำกว่าระดับ $67,000 เหตุการณ์นี้ได้กวาดล้างผลกำไรทั้งหมดที่เพิ่งฟื้นตัวมาในช่วงหลายวันก่อนหน้านี้หายวับไปกับตา
ท่ามกลางแนวโน้มขาลงที่หลายฝ่ายคาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป มีนักวิเคราะห์รายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ที่น่าตกใจว่า ราคาของ Bitcoin อาจมีสิทธิ์ร่วงลงไปลึกถึงระดับ $10,000 ได้
นักวิเคราะห์จากแพลตฟอร์ม CryptoQuant ที่ใช้ชื่อแฝงว่า XWIN Research ประเมินสถานการณ์ว่าในฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด โลกอาจได้เห็น BTC ร่วงลงไปแตะ $10,000 โดยเขาให้เหตุผลสำคัญว่าโครงสร้างราคาของตลาดในตอนนี้ต้องพึ่งพาเม็ดเงินจาก Derivatives market อย่างหนักหน่วง แทนที่จะเป็นการเติบโตอย่างมั่นคงจาก Spot demand ของจริง
เขาตั้งข้อสังเกตว่า Open interest ในตลาด CME Bitcoin futures นั้นไปกระจุกตัวอยู่กับ Short-term leverage position ที่ระดับ 18,000 ถึง 20,000 BTC ซึ่งการวางโครงสร้างแบบนี้ถือว่าเปราะบางและสุ่มเสี่ยงมาก หากมีข่าวลบเข้ามากระทบแรงๆ สภาพการณ์เช่นนี้จะนำไปสู่การเกิด Liquidation ล้างพอร์ตฝั่ง Long และสร้างแรงกดดันในการเทขายอย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนจะเลือกที่จะปิด Position ทิ้งเพื่อตัดขาดทุน มากกว่าที่จะยอม Roll over ถือสู้ต่อไป
ด้วยสถานะปัจจุบันของ Bitcoin ที่ค่อนข้างอ่อนไหวและพร้อมจะสวิงตามข่าวสาร นักวิเคราะห์จึงได้กางฉากทัศน์ที่อาจเป็นไปได้ออกมาหลายรูปแบบ ในระยะกลาง หากตลาดยังซึมต่อเนื่อง Bitcoin อาจปรับตัวลดลงไปตั้งหลักที่ระดับ $50,000 ซึ่งคิดเป็นการร่วงลงประมาณ 25% ถึง 30%
แต่ถ้าหากยังคงมีเม็ดเงินไหลออกจาก Spot ETF อย่างต่อเนื่องและ Spot demand ยังคงอ่อนแอไม่มีแรงซื้อเข้ามาหนุน BTC ก็มีโอกาสร่วงลงไปแกว่งตัวอยู่ในกรอบ $20,000 ถึง $30,000 ซึ่งนั่นหมายถึงการปรับฐานลึกถึง 60% ถึง 70%
และในฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดขั้นสุดยอด สมมติว่าสถานการณ์บานปลายจนนำไปสู่การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ หรือเกิดสงครามเต็มรูปแบบที่มีหลายประเทศกระโดดเข้ามาร่วมวง จนทำให้สภาพคล่องทั่วโลกหดตัวอย่างรุนแรงและราคาน้ำมันพุ่งทะยานไปอยู่ระดับ $150 ถึง $200 ปัจจัยมหาโหดเหล่านี้อาจเป็นตัวเร่งให้ BTC ทิ้งดิ่งลงไปแตะระดับ $10,000 หรือสูญเสียมูลค่าไปกว่า 80% เลยทีเดียว
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวผมคิดว่าการคาดการณ์ไปถึง $10,000 อาจจะดูเป็นภาพที่โหดร้ายและดาร์กเกินไปสักหน่อยครับ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยในโลกของคริปโตที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งที่นักวิเคราะห์คนนี้จี้ถูกจุดมากๆ คือเรื่องของโครงสร้างตลาดที่โดนลากด้วย Derivatives และ Leverage เป็นหลัก พอมันไม่มีแรงซื้อในฝั่ง Spot มารองรับให้แน่นพอ เวลาเจอข่าวสงครามหรือวิกฤตน้ำมันแทรกเข้ามา ตลาดก็พร้อมจะเกิด Panic sell และล้างพอร์ตกันแบบโดมิโนเอฟเฟกต์ทันที ช่วงนี้ใครที่ถือ Long position คงต้องตั้ง Stop loss ให้รัดกุมและคอยบริหารความเสี่ยงให้ดีครับ เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ Worst-case ขึ้นมาจริงๆ การดึงดันถือ Leverage สู้ข่าว Macro อาจจะทำให้เจ็บหนักเกินกว่าที่คาดคิดได้ครับ
