bitkub-banner

บริษัทคริปโตกว่า 10 แห่งรอขอใบอนุญาตธนาคารสหรัฐฯ รวม Ripple, Circle, Coinbase

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีบริษัทคริปโตและ fintech อย่างน้อย 11 แห่งที่ยื่นขอหรือได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขสำหรับใบอนุญาต National Trust Bank Charter จากสำนักงานกำกับดูแลสถาบันการเงิน (OCC) ภายในช่วงเวลา 83 วันนับจากเดือนธันวาคม 2568
  • บริษัทที่อยู่ระหว่างกระบวนการได้แก่ Ripple, Circle, BitGo, Fidelity Digital Assets, Paxos, Coinbase, Crypto.com รวมถึง Zerohash ที่เพิ่งยื่นเมื่อ 4 มีนาคม 2569 โดย Anchorage Digital Bank เป็นรายเดียวที่ได้รับใบอนุญาตเต็มรูปแบบแล้ว
  • ใบอนุญาต National Trust Bank ช่วยให้บริษัทดำเนินการภายใต้ผู้กำกับดูแลเดียวใน 50 รัฐ แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตธนาคารเต็มรูปแบบ เน้นการดูแลและถือครองสินทรัพย์ให้ลูกค้าเป็นหลัก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่บริษัทคริปโตชั้นนำหลายแห่งพร้อมใจขอใบอนุญาตธนาคารระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณบวกชัดเจนว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเดินเข้าสู่กระแสหลักทางการเงิน เมื่อบริษัทเหล่านี้ได้รับใบอนุญาตครบถ้วน จะเปิดทางให้เงินสถาบันไหลเข้าสู่ระบบคริปโตได้มากขึ้น ซึ่งในระยะยาวเป็นผลดีต่อราคา Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ

บริษัทคริปโตและ fintech อย่างน้อย 10 แห่งกำลังรอการอนุมัติใบอนุญาต National Trust Bank Charter จากสำนักงานกำกับดูแลสถาบันการเงินสหรัฐฯ (OCC) ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าวงการคริปโตกำลังรุกเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมอย่างจริงจัง ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่อ้างอิงข้อมูลจาก VanEck โดยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ระบุว่ามีบริษัทรวมถึง 11 แห่งที่ยื่นขอหรือได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขภายในช่วง 83 วัน นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นมา ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $66,897 ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.24% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

https://x.com/CryptoRover/status/2040297484090806540

ใครบ้างที่กำลังขอใบอนุญาตธนาคารจาก OCC

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 OCC ได้ประกาศอนุมัติแบบมีเงื่อนไขพร้อมกัน 5 บริษัทในคราวเดียว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่หน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติบริษัทคริปโตหลายรายในเวลาเดียวกัน บริษัทที่ได้รับการอนุมัติในรอบนั้นได้แก่ Ripple (ในชื่อ Ripple National Trust Bank), Circle (ในชื่อ First National Digital Currency Bank), BitGo, Fidelity Digital Assets และ Paxos นอกจากนี้ยังมี Bridge (บริษัทในเครือ Stripe), Crypto.com, Protego, Morgan Stanley และ Payoneer ที่อยู่ในกระบวนการด้วย และล่าสุดเมื่อ 4 มีนาคม 2569 Zerohash บริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโตจากชิคาโกได้ยื่นเอกสารต่อ OCC เพิ่มเติม ขณะที่ Coinbase และ World Liberty Financial ก็มีใบสมัครรออยู่เช่นกัน

จนถึงขณะนี้ Anchorage Digital Bank เป็นบริษัทเดียวที่ผ่านกระบวนการทั้งหมดและได้รับใบอนุญาต National Trust Bank เต็มรูปแบบแล้ว ส่วนบริษัทอื่น ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ใบอนุญาตนี้คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

National Trust Bank Charter ที่ออกโดย OCC ภายใต้ National Bank Act ไม่ใช่ใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ แต่เน้นการถือครอง ดูแล และจัดการสินทรัพย์ให้ลูกค้าเป็นหลัก โดยไม่มีการรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไปหรือปล่อยกู้ สิ่งที่ทำให้ใบอนุญาตนี้น่าสนใจคือการที่บริษัทสามารถดำเนินการภายใต้ผู้กำกับดูแลเดียวใน 50 รัฐทั่วสหรัฐฯ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตแยกรัฐต่อรัฐ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายได้มากโข

แรงผลักดันส่วนหนึ่งมาจากการที่โมเดลเดิมซึ่ง fintech ใช้สถาบันการเงินที่มีใบอนุญาตเป็นตัวกลาง (sponsor bank model) ถูกหน่วยงานกำกับดูแลจับตาและเข้มงวดมากขึ้น บริษัทคริปโตจึงหันมาสมัครใบอนุญาตของตัวเองโดยตรงแทน นอกจากนี้ในเดือนกรกฎาคม 2568 รัฐสภาสหรัฐฯ ยังผ่านกฎหมาย GENIUS Act ที่เปิดทางให้ผู้ออก Stablecoin ที่ไม่ใช่ธนาคารสามารถดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง และรับรองให้ OCC-chartered trust bank เป็นโครงสร้างที่ถูกกฎหมาย ซึ่งยิ่งทำให้ใบอนุญาตนี้มีความหมายมากขึ้นสำหรับผู้ออก Stablecoin อย่าง Circle และ Paxos

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่เห็นด้วย สมาคมธนาคารอเมริกัน (ABA) เคยแสดงความกังวลในเดือนธันวาคม 2568 ว่าการที่ OCC อนุมัติ trust charter ให้กับสถาบันที่เน้นคริปโตเกือบทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบขอบเขตและการกำกับดูแลอย่างถี่ถ้วน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Charles Schwab เปิด Waitlist ซื้อขาย Bitcoin-Ethereum จริง เริ่มครึ่งแรกปี 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมก็กำลังเดินหน้ารุกตลาดคริปโตพร้อมกันในหลายทิศทาง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่บริษัทอย่าง Ripple, Circle และ Fidelity Digital Assets พร้อมใจกันขอใบอนุญาตธนาคารจาก OCC พร้อมกันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันสะท้อนว่าตอนนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้กำลังส่งสัญญาณเปิดรับอุตสาหกรรมคริปโตอย่างจริงจัง และบริษัทที่ฉลาดก็รีบวิ่งจองคิวก่อน สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือว่า OCC จะให้ใบอนุญาตเต็มรูปแบบกับรายใดก่อน และจะมีข้อจำกัดอะไรบ้างในสัญญา เพราะใบอนุญาตแบบมีเงื่อนไขกับใบอนุญาตเต็มตัวนั้นห่างกันอีกหลายขั้น ถ้าบริษัทเหล่านี้ผ่านครบจริง ก็น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับตลาดโดยรวม แต่ยังไม่ต้องรีบตื่นเต้นจนเกินไปก่อนที่จะเห็นใบอนุญาตจริง ๆ

ที่มา: @cryptorover

ภาพจาก AI