สรุปข่าว
- Jeffy Yu ผู้ร่วมก่อตั้ง Zerebro วางแผนแสร้งทำเป็นยิงตัวตายบน Livestream ผ่านแพลตฟอร์ม Pump.fun เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2568 เพื่อปั่นราคาเหรียญมีม $LLJEFFY ที่ถูกสร้างขึ้นในชื่อของเขาหลังเหตุการณ์
- เหรียญ $LLJEFFY พุ่งกว่า 2,115% มีมูลค่าตลาดสูงสุดแตะ $105 ล้าน ก่อนที่ความจริงจะแดงว่า Jeffy Yu ยังมีชีวิตอยู่ และ Market Cap ดิ่งเหลือ $1.8 ล้านภายในไม่กี่ชั่วโมง
- บริษัทกฎหมาย Burwick Law ยื่นฟ้อง Jeffy Yu เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 ฐานฉ้อโกงนักลงทุนและจัดฉากความตายเพื่อบิดเบือนตลาด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงของตลาดเหรียญมีมและการจัดการราคาที่ผิดจริยธรรม ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อโปรเจกต์ขนาดเล็กบน Solana อาจลดลง และส่งผลให้มีการเรียกร้องกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นสำหรับตลาด memecoin โดยรวม
หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าตะลึงที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2568 เมื่อ Jeffy Yu วัย 22 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ Zerebro บน Solana ได้ไลฟ์สดบนแพลตฟอร์ม Pump.fun และแสร้งทำเป็นยิงตัวตาย โดยมีเสียงปืนดังขึ้นก่อนที่หน้าจอจะมืดลง ตามรายงานจาก Rarest ซึ่งระบุว่าในขณะนั้นโทเคน $ZEREBRO ของ Yu กำลังร่วงหนักและชุมชนเริ่มต่อต้านเขาอย่างหนัก เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในกรณีที่น่าสะเทือนใจที่สุดของการพยายามปั่นราคาเหรียญมีมด้วยการใช้โศกนาฏกรรมส่วนตัวเป็นเครื่องมือ และท้ายที่สุดก็จบลงด้วยการถูกนำตัวมาชำระในชั้นศาล
แผนทีละขั้น ตายปลอม สร้างเหรียญ ปั่นราคา
แผนของ Jeffy Yu ดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน หลังจากไลฟ์สดสิ้นสุดลง ก็มีการสร้างเหรียญมีม $LLJEFFY (หรือที่รู้จักในชื่อ “Legacoin”) ขึ้นเพื่อรำลึกถึง “การเสียชีวิต” ของเขา พร้อมกับมีประกาศมรณกรรมปรากฏขึ้นบนเว็บไซต์ Legacy.com บรรยายเขาว่าเป็น “อัจฉริยะด้านเทคโนโลยี” ผลที่ตามมาคือ $LLJEFFY พุ่งกว่า 2,115% และมีมูลค่าตลาดพุ่งสูงสุดแตะระหว่าง $32 ล้านถึง $105 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในชั่วข้ามคืน
แต่ความจริงเริ่มแดงขึ้นในวันที่ 6-7 พ.ค. 2568 เมื่อนักสืบออนไลน์และบุคคลสำคัญในวงการคริปโตเริ่มตั้งคำถามถึงความจริงแท้ของวิดีโอ จนกระทั่ง Daniele Sestagalli ซีอีโอของ Wonderland ออกมาโพสต์อย่างตรงไปตรงมาว่า Yu แสร้งทำเป็นตาย ขณะเดียวกันก็มีการเปิดเผยอีเมลที่ Yu เขียนถึงนักลงทุนยุคแรกของ Zerebro ยอมรับว่าเขาจัดฉากความตายเพื่อ “ออกจากวงการอย่างถาวร” โดยอ้างว่าถูกคุกคาม ล่วงละเมิด และถูกเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว นอกจากนี้ยังระบุว่าต้องการป้องกันไม่ให้ราคา $ZEREBRO และ $OPAIUM ดิ่งหนัก
บทสรุปของแผนนี้ถูกเปิดโปงโดยข้อมูลบนเชน โดยพบว่ากระเป๋าเงินที่เชื่อว่าเป็นของ Yu ได้ขาย $ZEREBRO จำนวน 35.55 ล้านโทเคนมูลค่าราว $1.27 ล้าน แล้วโอนเงินไปยังกระเป๋าของผู้พัฒนา $LLJEFFY เพื่อซื้อโทเคนของตัวเองและพยุงราคา และในวันที่ 7 พ.ค. 2568 นักข่าวจาก The San Francisco Standard ก็พบ Jeffy Yu ยังมีชีวิตอยู่ที่บ้านพ่อแม่ในย่าน Crocker-Amazon ของซานฟรานซิสโก
ราคาดิ่งพับ ตามด้วยคดีความ
ทันทีที่ข่าวการโป๊ะแพร่กระจายออกไป มูลค่าตลาดของ $LLJEFFY ดิ่งจากจุดสูงสุด $105 ล้าน เหลือเพียง $13.8 ล้านภายในชั่วโมงเดียว และลดต่อลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียง $1.8 ล้าน ข้อมูลจากกราฟราคาที่เห็นในโซเชียลมีเดียสะท้อนภาพที่ชัดเจน คือแท่งเทียนพุ่งสูงชันแล้วดิ่งกลับลงมาอย่างรวดเร็ว บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Bubblemaps รายงานว่าสามารถติดตามเงินกว่า $1.4 ล้านที่เคลื่อนไหวจากกระเป๋าเงินที่เชื่อว่าเชื่อมโยงกับ Yu หลังเหตุการณ์ที่อ้างว่าเสียชีวิต
ผลพวงทางกฎหมายก็ตามมาอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 บริษัทกฎหมาย Burwick Law ยื่นฟ้อง Jeffy Yu โดยกล่าวหาว่าเขาหลอกลวงนักลงทุนด้วยการนำเสนอ Zerebro ว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI ระยะยาวที่น่าเชื่อถือ ทั้งที่ผู้ก่อตั้งขายโทเคนออกไปหมดแล้ว และการจัดฉากความตายเป็นความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากการล่มสลายของโปรเจกต์ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ช่วงที่เหตุการณ์เริ่มต้น ใน ผีหลอก! กระเป๋าเงินคริปโทฯ ของผู้ร่วมก่อตั้ง Zerebro เคลื่อนไหว หลังมีรายงานการเสียชีวิต และต่อมาใน ผู้ร่วมก่อตั้ง Zerebro ถูกจับโป๊ะพบยังมีชีวิต! หลังไลฟ์สดแสร้งยิงตัวตาย ปั่นราคาเหรียญมีม
บทเรียนที่ตลาดเหรียญมีมต้องจำ
กรณีของ Jeffy Yu ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานกรณีที่คล้ายกันใน ทีมพัฒนา Montra Finance ทิ้งโปรเจกต์อ้างโดนเกณฑ์ทหารไปรบอิหร่าน ทำราคาดิ่ง 80% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการหลอกลวงที่ทีมโปรเจกต์อ้างเรื่องส่วนตัวเพื่อหนีจากความรับผิดชอบ สิ่งที่น่ากังวลในกรณี Zerebro คือมันไม่ใช่แค่โปรเจกต์เล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก Zerebro เป็น AI protocol บน Solana ที่เคยมีมูลค่าตลาดสูงสุดถึง $800 ล้าน และมีชุมชนขนาดใหญ่ติดตาม
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงของตลาดเหรียญมีมที่ราคาสามารถขึ้นลงได้จากเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวกับพื้นฐานของโปรเจกต์เลย และยังชี้ให้เห็นว่าการวิเคราะห์บนเชนสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินที่น่าสงสัยได้อย่างรวดเร็ว โดยในกรณีนี้ Bubblemaps สามารถติดตามเงินที่ถูกย้ายออกได้ภายในไม่กี่วัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเคสนี้มันหนักมากในแง่จริยธรรม เพราะการจัดฉาก “การฆ่าตัวตาย” ไม่ใช่แค่การโกงนักลงทุน แต่มันยังเอาเรื่องของคนที่กำลังทุกข์ทรมานจริงๆ มาใช้เป็นเครื่องมือ สิ่งที่น่าจับตาดูต่อจากนี้คือคดีความของ Burwick Law จะดำเนินไปถึงไหน และจะมีการฟ้องทางอาญาในข้อหาปั่นราคาตลาดตามมาหรือเปล่า เพราะถ้ามีบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนในเคสนี้ อาจช่วยยับยั้งพฤติกรรมแบบนี้ในอนาคตได้บ้าง ตลาดเหรียญมีมยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวังตัวเสมอ อย่าปล่อยให้อารมณ์หรือ FOMO พาเข้าไปเสี่ยงกับโปรเจกต์ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
ที่มา: @Rarest
เครดิตภาพจาก @Rarest
