bitkub-banner

Solana ทดสอบลายเซ็นต้านควอนตัม พบเครือข่ายช้าลงกว่า 90%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Solana Foundation และ Project Eleven เผยผลทดสอบระบบเข้ารหัสต้านควอนตัม พบว่าลายเซ็นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม 20-40 เท่า ส่งผลให้ความเร็วเครือข่ายลดลงถึงประมาณ 90%
  • Solana ใช้ลายเซ็น Ed25519 ซึ่งทฤษฎีระบุว่าเสี่ยงต่อการโจมตีจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ และต่างจากบล็อกเชนอื่น ระบบ Solana เปิดเผย Public Key โดยตรง ทำให้ 100% ของเครือข่ายอาจเสี่ยงหากมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังพอ
  • การอัปเกรดนี้ยังไม่เสร็จสิ้น และต้องอาศัยความร่วมมือจากนักพัฒนา ผู้ตรวจสอบเครือข่าย แอปพลิเคชัน และผู้ใช้งานทั่วไป จึงจะสำเร็จได้ในทางปฏิบัติ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้สะท้อนถึงการมองการณ์ไกลของทีม Solana ในด้านความปลอดภัยระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม ผลทดสอบที่พบว่าเครือข่ายช้าลงถึง 90% ชี้ให้เห็นว่ายังมีความท้าทายด้านประสิทธิภาพที่ต้องแก้ไขก่อนนำมาใช้จริง ในระยะสั้นจึงไม่มีผลต่อราคา SOL โดยตรง

ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 สื่อหลายสำนักรายงานผลการทดสอบระบบเข้ารหัสต้านภัยควอนตัม (quantum-resistant cryptography) บนเครือข่าย Solana โดย Solana Foundation ร่วมกับ Solana Labs และพันธมิตรอย่าง Project Eleven ตามรายงานจาก CryptosRus ซึ่งระบุว่าผลทดสอบเผยให้เห็น “ราคาที่ต้องจ่าย” อย่างชัดเจน นั่นคือลายเซ็นดิจิทัลแบบต้านควอนตัมมีขนาดใหญ่กว่าลายเซ็นปัจจุบันถึง 20-40 เท่า ส่งผลให้ความเร็วของเครือข่ายลดลงประมาณ 90% ซึ่งนับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับบล็อกเชนที่เน้นจุดแข็งด้านความเร็วสูงและค่าธรรมเนียมต่ำอย่าง Solana




https://twitter.com/CryptosRus/status/2040840659830005825

ทำไม Solana ถึงเสี่ยงกว่าบล็อกเชนอื่นต่อภัยควอนตัม

เครือข่าย Solana ในปัจจุบันใช้ลายเซ็นดิจิทัลแบบ Ed25519 ซึ่งในทางทฤษฎีสามารถถูกถอดรหัสได้ด้วยควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังเพียงพอ โดยใช้อัลกอริทึมที่เรียกว่า Shor’s Algorithm สิ่งที่ทำให้ Solana เสี่ยงกว่าบล็อกเชนอื่นอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum คือระบบของ Solana เปิดเผย Public Key โดยตรง แทนที่จะซ่อนไว้ภายใต้ Hash ของที่อยู่กระเป๋าเงิน นั่นหมายความว่าหาก Private Key สามารถถูกคำนวณย้อนกลับได้ กระเป๋าเงินทั้งหมดบนเครือข่าย ซึ่งอาจถึง 100% อาจตกอยู่ในความเสี่ยง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 Project Eleven ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Solana Foundation เพื่อประเมินภัยคุกคามจากควอนตัมในระบบนิเวศ Solana อย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่กระเป๋าเงินผู้ใช้ ตัวตนของ Validator การออกแบบระบบเข้ารหัสหลัก ไปจนถึงภัยคุกคามระดับระบบ ในวันเดียวกัน Project Eleven ยังได้ติดตั้ง Solana testnet ที่ทำงานด้วยลายเซ็นดิจิทัลแบบ post-quantum เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถรันได้จริงบนบล็อกเชนประสิทธิภาพสูง ขณะที่นักพัฒนายังได้แนะนำ “Solana Winternitz Vault” ซึ่งเป็นระบบเสริมที่ใช้เทคโนโลยีลายเซ็น Winternitz One-Time Signatures (WOTS) สร้างกุญแจเข้ารหัสใหม่ในทุกธุรกรรมเพื่อลดความเสี่ยง

ความเร็วที่หายไป 90% คือปัญหาใหญ่แค่ไหน

ผลการทดสอบที่พบว่าเครือข่ายช้าลงถึงประมาณ 90% เมื่อใช้ลายเซ็นต้านควอนตัมนั้นถือเป็นความท้าทายที่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะจุดแข็งหลักของ Solana คือความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมได้หลายพันรายการต่อวินาทีด้วยค่าธรรมเนียมต่ำ การใช้ลายเซ็นขนาดใหญ่กว่าเดิม 20-40 เท่าย่อมกระทบโดยตรงต่อ throughput และ latency ของเครือข่าย นักวิเคราะห์จาก Helius Labs เคยระบุในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเข้ารหัสต้านควอนตัมจะเป็น “การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของโปรโตคอลอย่างลึกซึ้ง” ซึ่งสอดคล้องกับผลทดสอบที่ออกมา

อย่างไรก็ตาม การทดสอบนี้เป็นเพียงขั้นตอนเตรียมการล่วงหน้า ไม่ใช่การประกาศอัปเกรดทันที เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ประเมินว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังพอจะยังต้องใช้เวลาอีก 20-40 ปีจึงจะเกิดขึ้น แม้ว่า Vitalik Buterin จะเคยประเมินไว้ว่ามีโอกาสราว 20% ที่จะเกิดขึ้นก่อนปี 2573 นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านระบบเข้ารหัสในเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ยังต้องอาศัยการประสานงานจากทุกฝ่าย ทั้งนักพัฒนา ผู้ตรวจสอบเครือข่าย แอปพลิเคชัน และผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งถือเป็นความท้าทายด้านสังคมไม่แพ้ด้านเทคนิค

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Cardano คือบล็อกเชนที่พร้อมรับมือควอนตัม เป็นอันดับที่ 2 จัดอันดับโดย Google ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันด้านความปลอดภัยต่อภัยควอนตัมในวงการบล็อกเชนนั้นกำลังดำเนินอยู่ในหลายเครือข่ายพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสิ่งที่ Solana Foundation และ Project Eleven กำลังทำอยู่นี้น่าชื่นชม เพราะเป็นการเตรียมการล่วงหน้าอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยแก้ แต่ก็ต้องยอมรับตรงๆ ว่าตัวเลข 90% ช้าลงนั้นหนักมากสำหรับบล็อกเชนที่ขายจุดแข็งเรื่องความเร็ว ประเด็นที่น่าจับตาต่อไปคือทีมนักพัฒนาจะแก้ปัญหา performance tradeoff นี้ได้อย่างไร และจะมีกลไกใดที่ทำให้เครือข่ายยังคงความเร็วไว้ได้บางส่วนในขณะที่เพิ่มความปลอดภัยควอนตัม ราคา SOL ที่อยู่ที่ $79.82 ตอนนี้ยังไม่น่าจะตอบสนองต่อข่าวนี้โดยตรง เพราะมันเป็นเรื่องระยะยาว แต่ถ้าวันไหนเห็นความคืบหน้าจริงๆ เรื่องนี้อาจกลายเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญมากสำหรับความเชื่อมั่นในระยะยาวได้เลย

ที่มา:CryptosRus

เครดิตภาพจาก Splexxlabs