สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงลง 1.10% มาอยู่ที่ $69,070 ในวันที่ 7 เม.ย. 2569 หลังไม่สามารถยืนเหนือ $70,000 ได้ โดยแตะสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $70,243 ก่อนดิ่งลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ $68,104
- ระดับ $70,000 พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งในบริบทของการฟื้นตัวระยะสั้น ท่ามกลางแนวโน้มขาลงระยะยาวตั้งแต่ Bitcoin ทำจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ $124,774 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568
- ปริมาณการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดยังคงแกว่งตัวภายในกรอบ $65,000 ถึง $75,000 ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือ $70,000 ได้อย่างต่อเนื่อง ส่งสัญญาณว่าแรงขายยังคงมีอยู่หนาแน่นในบริเวณนี้ บวกกับแนวโน้มขาลงระยะยาวที่ยังไม่ได้รับการพลิกกลับอย่างชัดเจน ทำให้แรงกดดันฝั่งขายยังคงครอบงำตลาดในระยะนี้
Bitcoin ร่วงลงอีกครั้งในวันที่ 7 เม.ย. 2569 หลังความพยายามทะลุ $70,000 ล้มเหลว โดยราคาปรับตัวลดลง 1.10% มาอยู่ที่ $69,070 ในช่วงที่มีการรายงาน ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาแกว่งในกรอบแคบระหว่าง $68,104 ที่จุดต่ำสุด และ $70,243 ที่จุดสูงสุด ก่อนที่แรงขายจะดึงราคากลับลงมาต่ำกว่าระดับจิตวิทยาสำคัญอีกครั้ง มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin อยู่ที่ 1.38 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์

การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Bitcoin เพิ่งฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากจุดต่ำสุดของรอบสั้นที่ $65,970 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม โดยในช่วงต้นเดือนเมษายน ราคาเคยพุ่งขึ้นอย่างชัดเจนจากบริเวณ $67,300 ไปแตะเกือบ $70,000 ก่อนที่โมเมนตัมขาขึ้นจะสะดุดลงที่แนวต้านเดิม
ระดับ $70,000 มีประวัติที่นักเทรดต้องจำ
ระดับ $70,000 ไม่ใช่แค่ตัวเลขกลม ๆ ที่ดูสะอาดบนจอเทรด แต่มีนัยสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ราคาของ Bitcoin อย่างลึกซึ้ง ในบริบทของรอบปัจจุบัน หลังจากที่ราคาร่วงจากจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ $124,774 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 เข้าสู่แนวโน้มขาลงที่ยาวนานกว่า 8 เดือน ระดับ $70,000 ได้กลายเป็นเขตที่ราคาแกว่งผ่านเข้าออกหลายครั้งโดยไม่สามารถยืนเหนือได้อย่างมั่นคง
หลังจากที่ราคาหลุดลงมาจาก $90,000 และทำจุดต่ำสุดรอบใหม่ที่ $62,854 ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 Bitcoin เข้าสู่ช่วงการแกว่งตัว (consolidation) ในกรอบกว้างระหว่าง $64,000 ถึง $75,000 มาแล้วราว 8 สัปดาห์ ในกรอบนี้ $70,000 ทำหน้าที่เป็นแนวต้านกลางที่ราคามักสะดุดและร่วงกลับทุกครั้งที่พยายามขึ้นไปทดสอบ สะท้อนให้เห็นว่ามีแรงขายสะสมอยู่หนาแน่นในบริเวณนี้ ไม่ว่าจะมาจากนักลงทุนที่ซื้อไว้ในช่วงราคาสูงกว่าและรอโอกาสขายคืนทุน หรือจากผู้เล่นที่เปิดสถานะขายทำกำไรในแนวต้านที่ทดสอบมาแล้วหลายรอบ
มุมมองเชิงเทคนิคหลังล้มเหลวทดสอบแนวต้าน
ในมุมมองทางเทคนิค โครงสร้างตลาดของ Bitcoin ยังคงมีความซับซ้อนหลายชั้น ระยะยาวยังคงเป็นขาลงตั้งแต่จุดสูงสุดในปี 2568 โดยมีรูปแบบของจุดสูงต่ำลงและจุดต่ำต่ำลงเป็นลำดับ ซึ่งยังไม่มีสัญญาณยืนยันการกลับตัวอย่างชัดเจน ระยะกลางอยู่ในช่วงแกว่งตัวในกรอบกว้าง โดยขอบบนของกรอบอยู่ที่แนวต้านสำคัญ $75,000 และขอบล่างมีแนวรับสำคัญที่ $65,000 และ $62,854
ในระยะสั้น แม้ว่าโครงสร้างจะเริ่มมีแนวโน้มขาขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม แต่การที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือ $70,000 ได้ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าการฟื้นตัวระยะสั้นอาจยังขาดความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเปลี่ยนแนวโน้มระยะกลางได้ นักวิเคราะห์เทคนิคส่วนหนึ่งระบุว่ากรอบ $68,000 ถึง $70,000 เป็นเขตที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากการหลุดออกจากกรอบนี้ในทิศทางใดทิศทางหนึ่งจะเป็นตัวบอกทิศทางของการเคลื่อนไหวต่อไปในระยะสั้น ขณะที่ปริมาณการซื้อขายที่ 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ยังไม่ได้บ่งชี้ถึงความผิดปกติที่ชัดเจน ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังอยู่ในขอบเขตของ noise ภายในกรอบการแกว่งตัว
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในช่วงนี้
ในบริบทมหภาค ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด รวมถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามภาษีนำเข้าที่ยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมักได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อมั่นของตลาดการเงินโดยรวมอย่างรวดเร็ว
ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือความเป็นไปได้ที่การฟื้นตัวระยะสั้นจะกลายเป็น false breakout หากราคาไม่สามารถกลับขึ้นมาเหนือ $70,000 ได้อย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แรงขายอาจกลับมาผลักดันราคาลงไปทดสอบบริเวณ $67,000 หรือต่ำกว่านั้น ขณะที่การหลุดลงต่ำกว่า $65,000 จะเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงมากขึ้น เนื่องจากอาจเปิดทางให้ราคาทดสอบจุดต่ำสุดของรอบการแกว่งตัวที่ $62,854 อีกครั้ง ในทางกลับกัน หากราคาสามารถทะลุและยืนเหนือ $71,200 ได้อย่างมั่นคงพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น นั่นจะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่น่าสนใจกว่าที่เห็นในตอนนี้
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย เพราะ $70,000 พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายรอบว่าเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งในภาวะตลาดแบบนี้ การที่ราคาพุ่งขึ้นไปแตะ $70,243 แล้วหล่นกลับมานั้น ฟังดูเหมือนการทดสอบซ้ำ (retest) ที่ล้มเหลว ซึ่งโดยปกติแล้วมักส่งสัญญาณว่าโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้นกำลังอ่อนแรงลง
สิ่งที่ผมจะจับตาดูต่อจากนี้คือว่าราคาจะยืนอยู่เหนือ $68,000 ได้หรือไม่ในช่วงกลางสัปดาห์ ถ้ายืนได้และมีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการทดสอบ $70,000 อีกครั้ง ผมถึงจะเริ่มให้น้ำหนักกับสถานการณ์ขาขึ้น แต่ตอนนี้โครงสร้างระยะยาวยังเป็นขาลงอย่างชัดเจน และการฟื้นตัวระยะสั้นยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพูดได้ว่าตลาดกลับทิศแล้ว ผมแนะนำให้ทุกคนติดตามสัญญาณจากทั้งกราฟราคาและปัจจัยมหภาคควบคู่กันไป เพราะในตลาดที่แกว่งตัวแบบนี้ ความอดทนและการรอจังหวะที่ชัดเจนสำคัญกว่าการตัดสินใจเร็วเกินไปเสมอ
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
