สรุปข่าว
- ปริมาณธุรกรรม Stablecoin รายเดือนแตะ $7.2 ล้านล้าน แซงหน้าระบบโอนเงิน ACH ของสหรัฐฯ ที่ $6.8 ล้านล้าน และ Visa ที่ $1.2 ล้านล้าน
- ปริมาณธุรกรรมตลอดปี 2025 อยู่ที่ $33 ล้านล้าน เติบโตขึ้น 72% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมูลค่าตลาดรวมแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ $3.2 แสนล้าน
- ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า Stablecoin กำลังแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างการชำระเงินกระแสหลัก และอาจหนุนให้กฎหมาย Stablecoin อย่าง GENIUS Act มีน้ำหนักทางการเมืองมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า Stablecoin กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินดิจิทัลอย่างแท้จริง ซึ่งหนุนให้ภาพรวมของระบบนิเวศคริปโตมีความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนสถาบัน อย่างไรก็ตาม เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงพัฒนาการที่ผ่านมาแล้ว ไม่ได้มีผลต่อราคาในทันที
ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 Stablecoin ทำสถิติใหม่ด้านปริมาณธุรกรรมรายเดือน แตะระดับ $7.2 ล้านล้าน ซึ่งสูงกว่าปริมาณธุรกรรมของระบบโอนเงิน ACH ของสหรัฐฯ ที่ $6.8 ล้านล้าน และมากกว่า Visa ถึงเกือบ 6 เท่า ที่ทำได้เพียง $1.2 ล้านล้านในช่วงเดียวกัน ข้อมูลนี้อ้างอิงจากตัวเลขเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยใช้การคำนวณแบบ 30 วันแบบ rolling ซึ่งรวบรวมโดย Artemis Analytics, Nacha และ Visa ตามลำดับ นอกจากนี้ ปริมาณธุรกรรม Stablecoin ตลอดทั้งปี 2025 ยังทะลุ $33 ล้านล้าน เติบโตขึ้น 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมกับมูลค่าตลาดรวมที่แตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ $3.2 แสนล้าน

Stablecoin กลายเป็นเส้นเลือดใหม่ของระบบชำระเงินโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเก็งกำไรในตลาดคริปโต แต่สะท้อนให้เห็นว่า Stablecoin อย่าง Tether (USDT) และ USDC กำลังถูกใช้งานจริงในฐานะเครื่องมือโอนเงิน ชำระหนี้ และทำธุรกรรมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการซื้อขาย Bitcoin หรือ Altcoin ทั่วไป ปริมาณธุรกรรมที่สูงกว่าระบบ ACH ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบธนาคารสหรัฐฯ มานานหลายสิบปี ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บ่งบอกว่า Stablecoin ก้าวออกจากโลกของคริปโตมาแล้ว
ในมุมของ Visa นั้น ตัวเลข $1.2 ล้านล้านต่อเดือนดูอาจน้อยกว่าความเป็นจริงที่ Visa ประมวลผล เพราะข้อมูลนี้อ้างอิงเฉพาะธุรกรรมที่ชำระด้วยบัตรเครดิต/เดบิต ไม่รวมบริการอื่น แต่ก็ยืนยันได้ว่า Stablecoin มีปริมาณสูงกว่ามาก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการโอนเงินระหว่างกระดานเทรด การชำระเงินระหว่างประเทศ และการทำธุรกรรมใน DeFi
ผลต่อกฎหมายและภาพรวมตลาดคริปโต
ตัวเลขเหล่านี้มาในช่วงเวลาที่กฎหมาย Stablecoin กำลังอยู่ในการพิจารณาของสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวชี้ว่าการแบน Yield ของ Stablecoin ไม่ช่วยปกป้องระบบธนาคาร และ FDIC ประกาศเดินหน้าใช้ GENIUS Act พร้อมกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับผู้ออก Stablecoin ซึ่งตัวเลขปริมาณธุรกรรมที่แซงหน้าระบบธนาคารดั้งเดิมนี้จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ผู้立法ต้องเร่งออกกฎหมายที่ชัดเจน
สำหรับตลาดคริปโตโดยรวม การเติบโตของ Stablecoin ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว เพราะ Stablecoin เปรียบเสมือนน้ำมันที่หล่อลื่นระบบนิเวศทั้งหมด ยิ่งมีปริมาณธุรกรรมสูง แปลว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบมาก ซึ่งอาจไหลเข้าสู่ Bitcoin หรือ Altcoin ได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลย้อนหลัง ไม่ได้บ่งบอกทิศทางราคาในระยะสั้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้สำคัญมากในแง่ของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพราะนี่คือครั้งแรกที่เห็นชัดเจนว่า Stablecoin ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือในโลกคริปโตอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สร้างมานานหลายสิบปีอย่าง ACH และ Visa ในสายตาของนักลงทุนสถาบันและผู้กำหนดนโยบาย ตัวเลขแบบนี้คือ ammunition ที่ดีที่สุดในการผลักดันกฎหมาย Stablecoin ต้องติดตามว่าหลังจากนี้สภาคองเกรสจะเดินหน้า GENIUS Act เร็วแค่ไหน เพราะนั่นต่างหากที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมจริงๆ
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
