สรุปข่าว
- Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple ออกโรงสนับสนุน Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เพื่อเร่งผลักดันร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส หวังสร้างความชัดเจนให้กับตลาดคริปโต
- รมว.คลังสหรัฐฯ ชี้ว่าร่างกฎหมายนี้คือวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งจัดการ เพื่อสกัดกั้นปัญหาสมองไหลที่นักพัฒนาพากันย้ายฐานหนีไปยังสิงคโปร์และอาบูดาบี ท่ามกลางร่างกฎหมายที่ยังคงติดหล่มอยู่ในชั้นวุฒิสภา
- แม้ Ripple จะรอดพ้นข้อครหาเรื่องหลักทรัพย์มาได้แล้ว แต่ซีอีโอย้ำชัดว่า “ความชัดเจนย่อมดีกว่าความโกลาหล” พร้อมคาดการณ์ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีโอกาสสูงถึง 80% ที่จะผ่านการรับรองภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ทั้งภาครัฐและเอกชนระดับท็อปออกมาประสานเสียงเพื่อผลักดันกฎหมายคริปโตให้เกิดขึ้นจริง ถือเป็นสัญญาณบวกระดับโครงสร้างที่จะช่วยปลดล็อกความกังวลของนักลงทุนสถาบัน และอาจเปิดทางให้เม็ดเงินก้อนใหญ่ไหลเข้าสู่ตลาดหากกฎหมายผ่านการรับรอง
Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple ได้ออกมาสนับสนุนท่าทีของ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่กำลังจี้ให้สภาคองเกรสเร่งพิจารณาและผ่านร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act อย่างเร่งด่วน
ผู้บริหาร Ripple ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ แต่ได้ใจความบนโซเชียลมีเดียว่า “Progress > Perfection” หรือ “ความก้าวหน้าสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ” เพื่อสะท้อนมุมมองว่าวงการคริปโตควรเดินหน้าสร้างความชัดเจนทางกฎหมายได้แล้ว แม้ว่าร่างข้อบังคับต่างๆ อาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม
ความเคลื่อนไหวที่สอดประสานกันของทั้งผู้นำภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตที่ทุกคนรอคอย ยังคงถูกแช่แข็งและติดหล่มอยู่ในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา
ก่อนหน้านี้ Scott Bessent ได้เขียนบทความแสดงความเห็นลงใน The Wall Street Journal โดยยกระดับความสำคัญของ Clarity Act ให้เป็นวาระเร่งด่วนด้านความมั่นคงของชาติ เขาโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อโปรโมตบทความนี้ว่า สภาคองเกรสเสียเวลาไปเกือบครึ่งทศวรรษเพื่อพยายามร่างกฎระเบียบที่จะดึงอนาคตทางการเงินกลับมาไว้ที่สหรัฐฯ ซึ่งตอนนี้เวลาของวุฒิสภามีค่ามาก และถึงเวลาที่ต้องลงมือทำจริงจังเสียที
รัฐมนตรีคลังเตือนว่า ภาพรวมของตลาดคริปโตยังคงอึมครึมเพราะความไม่แน่นอนของกฎระเบียบและการทำงานที่ทับซ้อนกันของหลายหน่วยงาน กฎหมาย Clarity Act จึงเป็นก้าวต่อไปที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากต้องการดึงศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาใช้ให้เต็มที่ และจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเบรกปัญหาสมองไหล ป้องกันไม่ให้นักพัฒนาแห่ย้ายฐานหนีไปยังศูนย์กลางการเงินอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ หรือ อาบูดาบี
ในฝั่งของ Garlinghouse นั้น แม้เขาจะยอมรับว่าในทางเทคนิคแล้ว Ripple แทบจะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับศึกรอบนี้ (เนื่องจากศาลได้รับรองแล้วว่าโทเคน XRP เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ใช่หลักทรัพย์) แต่เขาก็เน้นย้ำว่า ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม ชะตากรรมของ Ripple ก็ยังต้องพึ่งพาและผันผวนไปตามภาพรวมของอุตสาหกรรมคริปโตอยู่ดี
เขามักจะออกมาเตือนคนในวงการคริปโตอยู่เสมอว่า อย่ามัวแต่ตามหากรอบกฎหมายที่สมบูรณ์แบบจนพาลไปทำลายกรอบกฎหมายที่ดีที่มีอยู่แล้ว โดยย้ำจุดยืนว่า “ความชัดเจนย่อมดีกว่าความโกลาหลแน่นอน” พร้อมทั้งยังคงมองโลกในแง่ดีว่า แม้ร่างกฎหมายจะยังติดขัดอยู่ในตอนนี้ แต่เขามั่นใจถึง 80% ว่า Clarity Act จะสามารถผ่านการรับรองได้ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้
ที่มา: u.today
ผมประเมินว่า การผนึกกำลังกันระหว่างรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Ripple เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ทรงพลังมากครับ การดึงประเด็น “ความมั่นคงของชาติ” และ “ปัญหาสมองไหล” มาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา จะทำให้วุฒิสภาไม่สามารถเตะถ่วงร่างกฎหมายนี้ได้นานนัก และประโยคที่ว่า “ความก้าวหน้าสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ” ของ Garlinghouse ก็สะท้อนความจริงที่ว่า ตลาดคริปโตต้องการ “กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน” มาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่ “กฎเกณฑ์ที่เพอร์เฟกต์” หากกฎหมาย Clarity Act ผ่านได้ในเดือนเมษายนตามที่คาดการณ์ไว้ นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้เงินทุนระดับสถาบันกล้าไหลเข้าตลาดสหรัฐฯ อย่างเต็มสูบแน่นอนครับ
