bitkub-banner

Justin Sun สูญกว่า $80 ล้านจากโทเคน WLFI ที่ถูก World Liberty Financial อายัด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เมื่อเดือนกันยายน 2568 ทีม World Liberty Financial อายัดกระเป๋าเงิน WLFI ของ Justin Sun โดยอ้างสงสัยการนำเงินผู้อื่นไปใช้โดยมิชอบ ด้าน Sun ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและเรียกการกระทำนี้ว่า “ผิดกฎหมาย”
  • ราคา WLFI ร่วงกว่า 74% นับตั้งแต่เริ่มซื้อขาย ส่งผลให้โทเคนที่อายัดอยู่ของ Sun ซึ่งเคยมีมูลค่าราว $100-119 ล้าน เหลือเพียงประมาณ $45 ล้าน ณ ช่วงวันที่ 10-11 เม.ย. 2569
  • ประเด็นนี้ยังคงได้รับความสนใจ เนื่องจากตั้งคำถามต่อความเป็น DeFi ที่แท้จริงของ World Liberty Financial และความสามารถในการอายัดกระเป๋าเงินโดยผู้บริหาร

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ข่าวนี้กดดัน WLFI โดยตรง เนื่องจากการที่ทีมงานสามารถอายัดกระเป๋าเงินของนักลงทุนรายใหญ่ได้ด้วยมืออย่างอิสระ ทำให้ตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของโปรเจกต์ ประกอบกับราคาโทเคนที่ร่วงหนักต่อเนื่อง แรงซื้อกลับจึงเป็นเรื่องยาก

ตามรายงานจาก เจ้ามือ Insider Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON ได้ออกมากล่าวหาว่าทีมงาน World Liberty Financial (WLFI) ได้ “อายัดกระเป๋าเงิน WLFI ของเขาอย่างผิดกฎหมาย” โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 หลัง Sun โอนโทเคน WLFI จำนวนหนึ่งไปยังกระดานเทรด เช่น HTX ทีม World Liberty Financial ได้อายัดกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับ Sun (ปรากฏบน Etherscan ในชื่อ “TRON DAO”) โดยอ้างว่าสงสัยการนำเงินของผู้ถือคนอื่นไปใช้โดยมิชอบหรือการปั่นราคา ล่าสุดในช่วงวันที่ 10-11 เมษายน 2569 ประเด็นนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อมูลค่าโทเคนที่อายัดอยู่ของ Sun ร่วงลงจนสูญมูลค่าไปกว่า $80 ล้านจากตอนที่ถูกอายัด เหลือเพียงประมาณ $45 ล้าน

ที่มาของความขัดแย้งระหว่าง Sun กับ World Liberty Financial

Justin Sun ลงทุนใน World Liberty Financial ครั้งแรกด้วยเงิน $30 ล้านในช่วงปลายปี 2567 และทยอยสะสมจนถือโทเคน WLFI มูลค่ารวมราว $75 ล้านในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงมกราคม 2568 ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้ถือรายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์ที่เชื่อมโยงกับตระกูล Trump นี้

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลัง WLFI เริ่มซื้อขายในตลาดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 Sun ได้โอนโทเคนจำนวนหนึ่งไปยังกระดานเทรด ซึ่งทีม World Liberty Financial ระบุว่าเป็นการกระทำที่น่าสงสัย และได้อายัดกระเป๋าเงินดังกล่าวในวันที่ 4 กันยายน 2568 ส่งผลให้ Sun ไม่สามารถโอนหรือขายโทเคนที่มีอยู่ราว 544-595 ล้าน WLFI ได้ ขณะที่โทเคนที่ยังรอ vesting อีกราว 2.4 พันล้าน WLFI ก็ได้รับผลกระทบด้วย Sun ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยชี้แจงว่าการโอนดังกล่าวเป็นเพียง “การทดสอบฝากเงินเข้ากระดานเทรดด้วยจำนวนเล็กน้อย” และไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ปลดล็อกโทเคนคืนเขา

ตั้งคำถามต่อความเป็น DeFi ของ WLFI และมูลค่าที่สูญหาย

ประเด็นที่น่าสนใจในมิติของวงการคริปโตคือ ความสามารถของทีม World Liberty Financial ในการอายัดกระเป๋าเงินของผู้ถือโทเคนได้ฝ่ายเดียว ตั้งคำถามอย่างมากต่อความเป็น “การเงินแบบกระจายอำนาจ” (DeFi) ที่แท้จริงของโปรเจกต์ เนื่องจากระบบที่กระจายอำนาจอย่างแท้จริงไม่ควรมีผู้ดูแลที่มีอำนาจระงับธุรกรรมได้ด้วยการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว

ด้านความเสียหายทางการเงิน ราคา WLFI ร่วงลงกว่า 74% นับตั้งแต่เริ่มซื้อขาย โดยในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนวันที่ 10 เมษายน 2569 ราคาร่วงลงถึง 15% โทเคนที่ถูกอายัดของ Sun ซึ่งเคยมีมูลค่าราว $100-119 ล้านในช่วงที่ถูกอายัด ขณะนี้เหลือมูลค่าเพียงประมาณ $45 ล้าน หมายความว่า Sun สูญเสียมูลค่าไปมากกว่า $80 ล้านโดยที่ยังไม่สามารถขายได้เลย World Liberty Financial ยังถูกจับตาเพิ่มเติมจากการนำโทเคน WLFI จำนวนหลายพันล้านใช้เป็นหลักประกันบนโปรโตคอลกู้ยืม Dolomite เพื่อกู้ยืม Stablecoin หลายสิบล้านดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านหนี้เสีย แม้ทาง World Liberty Financial จะออกมาปฏิเสธว่าสถานะของตนมีหลักประกันเพียงพอ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ‘จัสติน ซัน’ ถือ Ethereum มากกว่า Tron (TRX) พร้อม Stake ETH กว่า $154 ล้าน และ ลูกทรัมป์ยก ‘จัสติน ซัน’ เป็นไอคอนคริปโตท่ามกลางข่าว Tron เตรียมเข้าตลาดหุ้น US ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Sun มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับกลุ่มที่เชื่อมโยงกับทีม Trump มาโดยตลอด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วงมากในแง่ของหลักการ DeFi เพราะถ้าโปรเจกต์ที่ติดป้าย “การเงินแบบกระจายอำนาจ” ยังสามารถอายัดกระเป๋าเงินของใครก็ได้ตามอำเภอใจ มันก็ไม่ต่างกับธนาคารแบบเดิมเลย ที่น่าจับตาคือตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าโทเคนของ Sun จะได้รับการปลดล็อกหรือไม่ และถ้าไม่ได้รับการปลดล็อก คดีนี้อาจบานปลายไปเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่กดดัน WLFI ยิ่งกว่าเดิม ใครที่ถือ WLFI อยู่ก็ควรติดตามพัฒนาการในเรื่องนี้ใกล้ชิด

ที่มา: @WhaleInsider

เครดิตภาพจาก @WhaleInsider