bitkub-banner

เฟดเตรียมซื้อ Treasury Bills กว่า $40,000 ล้าน เริ่ม 14 เม.ย. อัดสภาพคล่องเข้าระบบ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ประกาศแผนอัดฉีดสภาพคล่องรวมกว่า $40,500 ล้านระหว่างวันที่ 14 เม.ย. ถึง 13 พ.ค. 2569 ผ่านการซื้อ Treasury bills ในตลาดรอง
  • ตัวเลขดังกล่าวแบ่งเป็นการซื้อเพื่อบริหารทุนสำรอง (Reserve Management Purchases) ราว $25,000 ล้าน และการซื้อเพื่อลงทุนซ้ำ (Reinvestment Purchases) อีกราว $15,500 ล้าน โดยมีตารางการซื้อทั้งหมด 6 ครั้งในช่วง 1 เดือน
  • นักลงทุนในตลาดคริปโตจับตาว่าสภาพคล่องที่ไหลเข้าระบบจะช่วยพยุงราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้หรือไม่ ท่ามกลางราคา Bitcoin ที่ยังปรับตัวลงในช่วงนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะกลาง เพราะเงินที่ไหลเข้าตลาดพันธบัตรมักส่งผ่านไปยังหุ้นและคริปโต อย่างไรก็ตาม การซื้อในครั้งนี้เป็นการบริหารทุนสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพ ไม่ใช่ QE เต็มรูปแบบ ผลกระทบในระยะสั้นอาจจำกัดกว่าที่หลายคนคาด

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2569 ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก (New York Fed) ได้ประกาศแผนดำเนินการซื้อ Treasury bills รวมมูลค่ากว่า $40,500 ล้าน (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. และสิ้นสุดในวันที่ 13 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Ash Crypto ซึ่งได้แชร์ตารางการดำเนินการอย่างละเอียดจากเว็บไซต์ทางการของ New York Fed มูลค่าดังกล่าวแบ่งออกเป็นการซื้อเพื่อบริหารทุนสำรอง (Reserve Management Purchases หรือ RMPs) ราว $25,000 ล้าน และการซื้อเพื่อลงทุนซ้ำ (Reinvestment Purchases) อีกราว $15,500 ล้าน นับเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องรายเดือนที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ Fed เริ่มโปรแกรม RMPs ในเดือน ธ.ค. 2568

ตารางการซื้อ 6 ครั้งในหนึ่งเดือน

ตามตารางการดำเนินการที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ New York Fed จะเข้าซื้อพันธบัตร Treasury bills ในตลาดรองทั้งหมด 6 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะดำเนินการในช่วงเวลา 09:00 ถึง 09:20 AM ตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก (21:00 ถึง 21:20 น. ตามเวลาไทย) ได้แก่ วันที่ 16 เม.ย. (วงเงินสูงสุด $5,058 ล้าน), 21 เม.ย. ($7,587 ล้าน), 27 เม.ย. ($5,058 ล้าน), 5 พ.ค. ($7,585 ล้าน), 7 พ.ค. ($7,587 ล้าน) และ 11 พ.ค. ($7,587 ล้าน) โดยครอบคลุมพันธบัตรอายุ 1 ถึง 12 เดือน และเฟดจะไม่ดำเนินการกับพันธบัตรที่มีอายุเหลือ 4 สัปดาห์หรือน้อยกว่า

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ การซื้อในรอบนี้ ไม่ใช่ มาตรการ QE (Quantitative Easing) แบบเต็มรูปแบบ แต่เป็นการบริหารทุนสำรองเพื่อให้ระบบธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพอในช่วงที่ภาษีประจำปีถูกชำระเข้ารัฐบาล ซึ่งทำให้ปริมาณเงินสดในระบบลดลงตามฤดูกาล คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ได้มีมติให้ New York Fed ดำเนินโปรแกรม RMPs มาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 หลังสังเกตว่าทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ลดลงสู่ระดับ “เพียงพอ” และเฟดยังได้หยุดการลดขนาดงบดุล (balance sheet runoff) ไปตั้งแต่เดือน พ.ย. 2568 ด้วย

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

แม้การอัดฉีดสภาพคล่องระดับนี้จะเป็นข่าวดีในเชิงมหภาค แต่ตลาดคริปโตในวันนี้ยังคงปรับตัวลง โดย Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $73,736 ลดลง 1.06% ใน 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum ร่วงลงหนักกว่าที่ $2,316 ลดลง 2.58% ความขัดแย้งระหว่างข่าวดีด้านสภาพคล่องและราคาที่ยังปรับลงสะท้อนให้เห็นว่าตลาดอาจยังกังวลกับปัจจัยอื่น เช่น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ในทางทฤษฎี เมื่อ Fed อัดฉีดเงินเข้าระบบธนาคาร ธนาคารพาณิชย์จะมีสภาพคล่องมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อและลงทุน ซึ่งในอดีตมักส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท รวมถึงคริปโต อย่างไรก็ตาม RMPs เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่มุ่งรักษาเสถียรภาพตลาดเงิน ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงเหมือน QE ดังนั้นผลกระทบต่อราคา Bitcoin และ Ethereum อาจไม่ชัดเจนในระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณว่าเฟดยังคงพร้อมรักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า FED เตรียมอัดฉีด $14,685 ล้านเข้าตลาดใน 2 วัน ซึ่งในครั้งนั้นตลาดตอบรับในเชิงบวก โดยโปรแกรม RMPs ของเฟดดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดการสภาพคล่องตามฤดูกาล


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่าสนใจแต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นมากเกินไป เพราะโปรแกรม RMPs ของเฟดไม่ใช่ “เครื่องพิมพ์เงิน” แบบ QE ที่เราเคยเห็นในปี 2563-2564 มันเป็นเพียงการรักษาสมดุลสภาพคล่องตามฤดูกาล คล้ายกับการเติมน้ำมันเครื่องให้รถแทนที่จะเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ที่น่าจับตามากกว่าคือท่าทีของเฟดในการประชุม FOMC ครั้งถัดไปว่าจะมีสัญญาณลดดอกเบี้ยหรือไม่ เพราะนั่นถึงจะเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” ที่แท้จริงสำหรับตลาดคริปโต

ที่มา: @AshCrypto

เครดิตภาพจาก @ReviewTrading11