bitkub-banner

อ.เจียง ผู้ทำนายสงครามอิหร่านชี้ Bitcoin เป็นผลงานลับของ CIA

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ศาสตราจารย์ เจียง เสวียฉิน สร้างความฮือฮาผ่านพ็อดแคสต์ โดยอ้างว่า Bitcoin ไม่ใช่นวัตกรรมของพลเรือน แต่เป็นโปรเจกต์ของ Deep State สหรัฐฯ (CIA, NSA, DARPA)
  • เจียงใช้ตรรกะคาดเดาว่า การที่บล็อกเชนบันทึกข้อมูลถาวรนั้นเอื้อต่อการแกะรอยของหน่วยข่าวกรอง ประกอบกับประวัติศาสตร์ของ DARPA ที่เคยสร้างอินเทอร์เน็ตมาก่อน 
  • ชาวเน็ตและผู้เชี่ยวชาญรุมโต้แย้งทฤษฎีนี้ โดยชี้ให้เห็นถึงความโปร่งใสของโค้ดแบบ ประวัติศาสตร์ของกลุ่ม Cypherpunk รวมถึงจุดบอดใหญ่ที่สุดของเจียงเอง

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ศาสตราจารย์ เจียง เสวียฉิน ผู้โด่งดังจากการทำนายสงครามอิหร่าน ได้จุดประเด็นถกเถียงร้อนแรงบนโลกออนไลน์ หลังให้สัมภาษณ์ในรายการพ็อดแคสต์ว่า แท้จริงแล้ว Bitcoin คือผลงานชิ้นเอกของหน่วยงานข่าวกรองและรัฐซ้อนรัฐของสหรัฐฯ (CIA, NSA, DARPA) โดยมีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมทางการเงินและสนับสนุนปฏิบัติการมืด ทว่า ผู้คนยังชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งในตรรกะของเจียงเอง เพราะหากรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นผู้สร้าง Bitcoin จริง มันก็เป็นเรื่องผิดวิสัยอย่างยิ่งที่มหาอำนาจจะจงใจสร้างสินทรัพย์ที่ตนเองไม่สามารถเสกเพิ่มหรือควบคุมได้ เพื่อมาบ่อนทำลายอำนาจของสกุลเงินดอลลาร์อันเป็นอาวุธหลักของชาติตนเอง

ศาสตราจารย์ เจียง เสวียฉิน (Jiang Xueqin) ผู้เชี่ยวชาญที่โด่งดังจากการทำนายการเกิดสงครามอิหร่านได้อย่างแม่นยำ ได้กลายเป็นกระแสไวรัลอีกครั้ง หลังล่าสุดเขาได้ไปร่วมรายการพอดแคสต์ของ Jank Neel และเปิดเผยทฤษฎีสุดช็อกว่า แท้จริงแล้ว Bitcoin อาจเป็นผลงานการสร้างของ CIA หน่วยงานข่าวกรองยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ  

ในคลิปตอนที่ 86 พาร์ท 2 ของรายการ ทางศาสตราจารย์ เจียง ให้สัมภาษณ์ว่า  Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาโดยกลุ่ม Deep State ซึ่งเป็นรัฐบาลเบื้องหลังของสหรัฐฯ ในขณะที่ตัวของมันถูกใช้เพื่อการสอดแนม และเป็นสื่อกลางในการจัดหาเงินทุนให้กับปฏิบัติการลับ

ศาสตราจารย์เจียง ให้เหตุผลสำหรับคำอธิบายของเขาเป็นคำถาม 3 ข้อ โดยข้อแรกคือการถามว่า “ใครเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอในการสร้าง Bitcoin” “ใครได้รับผลประโยชน์จากการบันทึกธุรกรรมอย่างโปร่งใส” และ “ทำไมถึงมีการสร้างระบบแล้วนำมาแจกให้ฟรี”

คำตอบที่เจียงได้คือ DARPA (สำนักโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหม) NSA (สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ) และ CIA (สำนักข่าวกรองกลาง)

เขากล่าวเสริมว่า เมื่อคุณวิเคราะห์ด้วย game theory คุณจำเป็นที่จะต้องมองไปยังความเป็นไปได้ทั้งหมด ซึ่งสุดท้ายแล้วจะวนเข้ามาหา deep state และหน่วยงานเหล่านี้

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ศาสตราจารย์เจียงยกตัวอย่างกรณีของ DARPA ขึ้นมา โดยหน่วยงานดังกล่าวเคยมีประวัติการสร้าง ARPANET ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายที่มาก่อนอินเทอร์เน็ต สิ่งนี้เป็นหลักฐานชั้นเยี่ยมว่าหน่วยงานทางทหารมีการวิจัยใหม่ตลอดเวลา และมักจะแอบทำการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ในคราบของนวัตกรรมที่มาจากพลเรือน

ถัดมาเขาโต้แย้งว่า การจดบันทึกบัญชีสาธารณะบนบล็อกเชนของ Bitcoin นั้น ห่างไกลจากการเป็นเครื่องมือรักษาความเป็นส่วนตัว แต่มันกลับทำหน้าที่เป็น บันทึกถาวร ที่หน่วยงานข่าวกรองสามารถขุดคุ้ยข้อมูลเพื่อสืบหาความเชื่อมโยงได้อย่างไร้ขีดจำกัด

เจียง ยังได้กล่าวไปไกลกว่านั้น โดยอ้างว่าการที่ฝาแฝดวิงเคิลวอส รีบลงทุนใน Bitcoin ตั้งแต่ยุคแรก ๆ หลังจากได้รับเงินชดเชยจากคดี Facebook บ่งบอกว่า พวกเขามีข้อมูลวงในเกี่ยวกับต้นกำเนิดที่แท้จริงของสินทรัพย์นี้

ข้อผิดพลาดในทฤษฎี

สิ่งที่ ศาสตราจารย์เจียงยกขึ้นมากล่าวอ้างนั้นไม่ได้มีหลักฐานใดๆยืนยัน หรือการอ้างถึงสายข่าวที่น่าเชื่อถือซึ่งต้องการจะเปิดโปง ทำให้ทฤษฎีของเขานั้นเป็นเพียงแค่สมมติฐานที่ใช้ความน่าจะเป็นซึ่งสอดคล้องกันมาตั้งคำถาม เช่น DARPA เป็นคนสร้างอินเทอร์เน็ต หมายความว่าพวกเขาย่อมเป็นคนสร้าง Bitcoin เป็นต้น

ชาวเน็ตบนโซเชียลมีเดียแย้งว่า ทฤษฎีของเจียงยังมีจุดที่บกพร่อง โดยระบุว่าเอกสาร whitepaper ของ Bitcoin เมื่อปี 2008 แสดงให้เห็นว่า จุดประสงค์การออกแบบของ Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตัดตัวกลางที่ต้องได้รับความไว้วางใจออกจากการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างชัดเจน 

ดังนั้นถ้าหาก Bitcoin จะเป็นโครงการสอดแนมของรัฐ ย่อมต้องมีสถาปัตยกรรมการออกแบบในรูปแบบที่ตรงกันข้าม นอกจากนี้ชุดคำสั่งของ Bitcoin ยังเป็นซอร์สโค้ดแบบเปิด ทั้งหมด และได้รับการดูแลโดยชุมชนอาสาสมัครทั่วโลกมาตลอดยาวนานถึง 17 ปี ซึ่งประวัติการพัฒนาเช่นนี้ไม่สอดคล้องกับการที่หน่วยงานเพียงแห่งเดียวจะดำเนินการสร้างกับดักที่เป็นความลับได้เลย

มิหนำซ้ำ อุดมการณ์ต้นกำเนิดจากกลุ่ม cypherpunkเช่น Hal Finney ที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin มีหลักฐานปรากฏชัดเจนต่อสาธารณะในเรื่องของเทคโนโลยีรูปแบบนี้ ซึ่งมี มาก่อนที่หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ จะแสดงความสนใจในเรื่องเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจเสียอีก

ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยต่างส่ายหัวให้กับความเห็นของเจียงโดยชี้ว่าเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับ Bitcoin จริงๆ เห็นได้จากการที่มีวิดีโอโต้แย้งมากมายบน YouTube ที่ย้ำชัดว่าผู้วิจารณ์ผิดพลาดในการอธิบายเรื่องเศรษฐศาสตร์การขุด, การกระจายศูนย์ และความเป็นส่วนตัวบนบล็อกเชน 

ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ สิ่งที่อาจารย์เจียงกล่าวมาทั้งหมดนั้นขัดแย้งกับคำพูดตัวเขาเอง ทฤษฎีภูมิรัฐศาสตร์ในภาพรวมของเจียงมองว่า การเสื่อมถอยของอำนาจจักรวรรดินิยมสหรัฐฯ จะผลักดันให้เงินทุนไหลไปสู่สินทรัพย์ที่จับต้องได้และมีจำกัด (เช่น Bitcoin) แต่ข้อกล่าวอ้างที่ว่า Bitcoin เป็นโครงการของ CIA นั้น กลับดูขัดแย้งกับคำพยากรณ์ดังกล่าวอย่างน่าประหลาด 

กล่าวคือ เขาเชื่อว่าสหรัฐฯ จะเสื่อมถอยและคนจะหนีออกจากดอลลาร์ และถ้าคนหนีจากดอลลาร์ไปหาก Bitcoin ที่ซึ่งเป็นผลงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตามที่เขากล่าวอ้าง มันก็ไม่ถูกต้อง เพราะในหลักความเป็นจริงแล้วถ้า Bitcoin เป็นของสหรัฐฯ มันก็ควรล่มไปพร้อมกัน

ดังนั้นการสร้างสิ่งที่จะมาแทนที่ดอลลาร์และมีคุณสมบัติที่รัฐบาลคุมไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่ขัดกับสัญชาตญาณของหน่วยงานอย่าง CIA หรือ NSA อย่างรุนแรง

ที่มา : Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน : รัฐบาลสหรัฐฯไม่น่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง Bitcoin เพราะอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอเมริกาคือ Petrodollar และกลไก SWIFT ที่อนุญาตให้สหรัฐฯ คว่ำบาตรใครก็ได้ไปพร้อมกับควบคุมการไหลเวียนเงินของโลก การที่ CIA จะสร้างเครือข่ายทางการเงินที่แบนใครไม่ได้ และผลิตเพิ่มไม่ได้ นั้นก็ไม่ต่างกับการยิงปืนใส่เท้าตัวเองอย่างชัดเจน แถมหากจะอ้างว่า Bitcoin ถูกใช้เพื่อธุรกรรมมืด หารู้ไม่ว่าดอลลาร์นั่นแหละสามารถใช้งานได้ง่ายและทิ้งร่องรอยน้อยกว่า Bitcoin เป็นไหนๆ