bitkub-banner

เหมืองขุด Bitcoin เทขายรวม 61,000 BTC ตั้งแต่ต้นวัฏจักร Riot, MARA นำทัพ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ปริมาณสำรอง Bitcoin ของเหมืองขุดทั่วโลกลดลงสุทธิ 61,000 BTC นับตั้งแต่เริ่มต้นวัฏจักรปัจจุบัน จาก 1.862 ล้าน BTC เหลือ 1.801 ล้าน BTC ตามข้อมูลของ CryptoQuant
  • บริษัทเหมืองขุดรายใหญ่ทั้ง Riot Platforms, Marathon Digital และ Core Scientific ต่างขาย Bitcoin ออกมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มีเหตุผลจากการบริหารทางการเงิน เช่น ไถ่ถอนตั๋วเงินแปลงสภาพ และขยายโครงสร้างพื้นฐาน
  • แรงขายจากเหมืองขุดถือเป็นปัจจัยกดดันด้านอุปทานที่ต้องจับตา แม้จะเป็นการลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไปและตลาดได้รับรู้ไปบ้างแล้ว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่เหมืองขุดรายใหญ่เทขาย Bitcoin อย่างต่อเนื่องสร้างแรงกดดันด้านอุปทานให้กับตลาด แม้จะไม่ใช่การขายแบบเฉียบพลัน แต่การไหลออกสะสม 61,000 BTC ถือเป็นสัญญาณที่ไม่เป็นบวกต่อราคาในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคา Bitcoin แกว่งตัวอยู่บริเวณ $74,000

ข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph อ้างอิงข้อมูลจาก CryptoQuant ปริมาณสำรอง Bitcoin ของเหมืองขุดทั่วโลกลดลงสุทธิประมาณ 61,000 BTC นับตั้งแต่เริ่มต้นวัฏจักรปัจจุบัน โดยลดลงจากประมาณ 1.862 ล้าน BTC เหลือ 1.801 ล้าน BTC บริษัทเหมืองขุดรายใหญ่อย่าง Riot Platforms, Marathon Digital และ Core Scientific ต่างมีส่วนในการขาย Bitcoin ออกสู่ตลาด ขณะที่ราคา Bitcoin อยู่ที่ประมาณ $74,030 ในปัจจุบัน การลดลงของปริมาณสำรองนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของบริษัทเหมืองขุดที่หันมาใช้ Bitcoin เป็นเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น แทนที่จะถือครองเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์เหมือนในอดีต

กราฟแสดงปริมาณ Bitcoin สำรองของนักขุดทั้งหมด (เส้นสีเขียว) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 เป็นต้นมา ในขณะที่ราคา Bitcoin (เส้นสีขาว) มีการเคลื่อนไหว
กราฟแสดงปริมาณ Bitcoin สำรองของนักขุดทั้งหมด (เส้นสีเขียว) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2023 เป็นต้นมา ในขณะที่ราคา Bitcoin (เส้นสีขาว) มีการเคลื่อนไหว (ภาพจาก: @Cointelegraph)

เหมืองขุดรายใหญ่ขาย Bitcoin เท่าไหร่บ้าง

Riot Platforms ขาย Bitcoin รวมทั้งสิ้น 3,778 BTC ในไตรมาสแรกของปี 2569 (มกราคมถึงมีนาคม) ในราคาขายเฉลี่ยสุทธิ $76,626 ต่อเหรียญ สร้างรายได้ประมาณ $289.5 ล้าน และก่อนหน้านั้นยังขาย 383 BTC ในเดือนพฤศจิกายน 2568 และอีก 1,818 BTC ในเดือนธันวาคม 2568 รวมมูลค่าราว $200 ล้าน ปัจจุบัน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 Riot ยังคงถือ Bitcoin อยู่ที่ 15,680 BTC

Marathon Digital ขาย Bitcoin รวม 15,133 BTC ในช่วงสามสัปดาห์ของเดือนมีนาคม 2569 คิดเป็นมูลค่าราว $1.1 พันล้าน เพื่อนำเงินไปซื้อคืนตั๋วเงินแปลงสภาพ นอกจากนี้ยังโอน 1,318 BTC มูลค่า $87 ล้านไปยังแพลตฟอร์มบริการสถาบันในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วย ปัจจุบัน ณ วันที่ 27 มีนาคม 2569 Marathon ยังถือ Bitcoin อยู่ที่ 38,689 BTC ส่วน Core Scientific ขาย Bitcoin มากกว่า 1,900 BTC ในเดือนมกราคม 2569 คิดเป็นมูลค่าราว $175 ล้าน และภายในเดือนมีนาคม 2569 Core Scientific เหลือ Bitcoin อยู่เพียงประมาณ 630 BTC

ทำไมเหมืองขุดถึงเทขาย และตลาดควรกังวลแค่ไหน

การขาย Bitcoin ของเหมืองขุดในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากความตื่นตระหนก แต่ส่วนใหญ่เป็นการบริหารทางการเงินตามแผน ทั้งการไถ่ถอนหนี้ การขยายโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล AI/HPC และการจัดหาเงินทุนสำหรับการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกราฟ CryptoQuant แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการลดลงของปริมาณสำรองผู้ขุดเริ่มต้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2566 และเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปี 2566 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ที่น่าสังเกตคือ แม้ภาพรวมจะลดลง แต่เหมืองขุดบางรายอย่าง AntPool กลับเพิ่มปริมาณ Bitcoin ที่ถือครองสวนทาง ซึ่งชี้ว่าพฤติกรรมในกลุ่มเหมืองขุดไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า MARA เจ้ามือ Bitcoin อันดับ 2 พิจารณาขาย Bitcoin Reserves เปลี่ยนนโยบาย Treasury ครั้งใหญ่ และยังได้รายงานเรื่อง เหมืองขุด Bitcoin โดน AI แย่งไฟฟ้าต้นทุนขุดแพงขึ้น อาจขุดไม่คุ้มอีกต่อไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันหลายด้านที่เหมืองขุดต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการลดลงของปริมาณสำรองเหมืองขุด 61,000 BTC นี้น่าจับตาแต่ยังไม่ถึงขั้นน่าตกใจ เพราะส่วนใหญ่เป็นการขายเชิงกลยุทธ์ไม่ใช่การเทหนีในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องดูต่อไปคือว่าในไตรมาสถัดไปเหมืองขุดจะยังคงขายต่อเนื่องหรือเปล่า เพราะถ้าราคา Bitcoin ยังแกว่งตัวอยู่แถว $74,000 และเหมืองขุดยังต้องการเงินสดเพื่อชำระหนี้หรือขยายธุรกิจ AI/HPC เราอาจเห็นแรงขายออกมาอีกระลอก อย่าลืมว่าแต่ละ BTC ที่เหมืองขุดเทขายออกมานั้นต้องมีคนรับซื้อ ถ้าฝั่งสถาบันยังแข็งแกร่งก็คงพอสมดุลได้ แต่ถ้าดีมานด์อ่อนตัวลงในช่วงนี้ราคาก็อาจมีแรงกดดันเพิ่มขึ้น

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI