สรุปข่าว
- S&P 500 ปิดทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,041 จุด หลังดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดต่ำสุดที่ 6,316 จุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569
- แรงหนุนมาจากการคลี่คลายความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ผลประกอบการ Q1/2026 ที่แข็งแกร่ง และตัวเลขเงินเฟ้อดีกว่าคาด
- Bitcoin ปรับขึ้น 2.84% แตะ $77,485 แต่ยังตามหลังตลาดหุ้นอย่างเห็นได้ชัด นักลงทุนจับตาว่ากระแส risk-on จะหนุนคริปโตต่อได้ไหม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่พร้อมบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโตในระยะกลาง เพราะกระแสเงินลงทุนมักไหลต่อเนื่องมาสู่สินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่าง Bitcoin อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังดูฟื้นตัวน้อยกว่าตลาดหุ้นในรอบนี้ ทำให้มีพื้นที่ปรับขึ้นได้อีกหากความเชื่อมั่นคงอยู่
S&P 500 ปิดทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,041 จุดในวันที่ 16 เมษายน 2569 ตามเวลาไทย ต่อจากที่วันก่อนหน้าทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ 7,022 จุด ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter การฟื้นตัวครั้งนี้ถือว่ารวดเร็วผิดปกติ โดย S&P 500 ดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 6,316 จุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 กลับมาทำสถิติใหม่ได้ภายในเวลาเพียงประมาณ 10 วันทำการ ซึ่งก่อนหน้านี้ดัชนีร่วงลงเกือบ 10% จากสถิติสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนมกราคม อันเป็นผลมาจากวิกฤตความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

หุ้นเทคโนโลยีนำทัพ ตลาดพุ่งพร้อมกันทุกกลุ่ม
ข้อมูล Heatmap ตลาดหุ้นที่ The Kobeissi Letter แชร์ชี้ให้เห็นว่าหุ้นทุกกลุ่มปรับขึ้นพร้อมกัน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำโด่ง Oracle (ORCL) พุ่งสูงถึง 27.48% ในวันเดียว ตามด้วย Tesla (TSLA) ที่ขึ้น 15.58% Broadcom (AVGO) บวก 12.60% Microsoft (MSFT) ขึ้น 13.37% และ Alphabet (GOOGL) บวก 6.84% ส่วน Meta ปรับขึ้น 8.58% Nvidia (NVDA) บวก 9.40% และ Apple (AAPL) ขึ้น 3.98% แรงหนุนของการฟื้นตัวครั้งนี้มาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความคืบหน้าด้านการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ผลประกอบการบริษัทใน Q1/2026 ที่เติบโตกว่า 16% และตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ในอดีต การฟื้นตัวของตลาดในลักษณะที่ดีดกลับจากการปรับฐานมากกว่า 10% แล้วทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างรวดเร็วนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยมีความคล้ายคลึงกับบางช่วงในปี 1982 และปี 2020 ซึ่งทั้งสองครั้งนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดขาขึ้นระยะยาว
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต Bitcoin ขึ้นตามแต่ยังตามหลัง
แม้ตลาดหุ้นจะร้อนแรง Bitcoin กลับฟื้นตัวในจังหวะที่ช้ากว่า โดย ณ เวลาที่รายงาน Bitcoin อยู่ที่ $77,485 ปรับขึ้นราว 2.84% ใน 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum ขึ้น 3.18% แตะ $2,432 นักวิเคราะห์ในตลาดสังเกตเห็นว่าในรอบนี้ Bitcoin ยังคงซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้เหนือ $126,000 ในเดือนตุลาคม 2568 มากกว่า 40% ทำให้มีมุมมองแตกต่างกันในตลาด ฝ่ายหนึ่งมองว่าคริปโตกำลังรอสัญญาณยืนยันก่อนที่เงินลงทุนจะไหลเข้าหนักขึ้น อีกฝ่ายชี้ว่าการฟื้นตัวช้ากว่าตลาดหุ้นสะท้อนว่ายังมีแรงขายกดดันอยู่ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ หนุนราคา Bitcoin พุ่งทะลุ 77,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญที่มาพร้อมกับการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าภาพตลาดหุ้นรอบนี้น่าสนใจมากครับ การที่ S&P 500 ดีดตัวจากการปรับฐานแล้วทำจุดสูงสุดใหม่ได้ภายในเวลาสั้นมาก บ่งบอกว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าจับตาสำหรับสายคริปโตคือว่ากระแสเงินจากตลาดหุ้นจะเริ่มไหลมาหา Bitcoin มากขึ้นหรือเปล่า เพราะถ้าเทียบกับสถิติของตัวเอง Bitcoin ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาก แต่ต้องระวังด้วยว่าถ้าข่าวดีหยุดไหล เช่น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กลับมาร้อนแรง หรือผลประกอบการบริษัทต่ำกว่าคาด บรรยากาศความเชื่อมั่นนี้อาจพลิกกลับได้เร็วพอกัน
ที่มา: @KobeissiLetter
ภาพจาก AI
