bitkub-banner

Morgan Stanley ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 177 BTC ถือครองรวมทะลุ $103 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Morgan Stanley ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 177.76 BTC มูลค่า 13.75 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2569 ส่งยอดถือครองรวมเป็น 1,347.54 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 103.94 ล้านดอลลาร์
  • กองทุน Morgan Stanley Bitcoin Trust (MSBT) เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 บน NYSE Arca ด้วยค่าธรรมเนียมเพียง 0.14% ต่ำที่สุดในบรรดา Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ และดึงเงินเข้ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์แรก
  • นี่คือการสะสม Bitcoin ต่อเนื่องวันที่ 9 ของ Morgan Stanley สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่แห่หันมาจับ Bitcoin อย่างจริงจัง ตามหลัง BlackRock, Goldman Sachs และ Charles Schwab

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ Morgan Stanley เพิ่มการซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องทุกวัน บวกกับกองทุน MSBT ที่ดึงเงินเข้ารวดเร็วมาก เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาด เพราะแสดงให้เห็นว่าเงินสถาบันยังคงไหลเข้าคริปโตอยู่ ซึ่งในอดีตมักหนุนให้ราคา Bitcoin ทรงตัวหรือขึ้นได้ในระยะกลาง

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2569 ตามรายงานจาก OnchainIns5699 ระบุว่า Morgan Stanley ได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 177.76 BTC คิดเป็นมูลค่า 13.75 ล้านดอลลาร์ (ราว 490 ล้านบาท) ทำให้ยอดถือครอง Bitcoin รวมของ Morgan Stanley เพิ่มขึ้นเป็น 1,347.54 BTC มูลค่ารวมกว่า 103.94 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการสะสมต่อเนื่องท่ามกลางกระแสที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่แห่เข้าตลาด Bitcoin พร้อมกัน ทั้ง BlackRock, Goldman Sachs และ Charles Schwab ในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่ราคา Bitcoin ณ วันที่รายงานอยู่ที่ $77,301 ปรับตัวขึ้นกว่า 3.44% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากที่เคยบอก Bitcoin อาจมีมูลค่าเป็นศูนย์ สู่กองทุน ETF ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้คือการพลิกทิศ 180 องศาของ Morgan Stanley เองในฐานะสถาบัน ย้อนกลับไปในปี 2560 นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley เคยเผยแพร่บทวิเคราะห์ชื่อ “Bitcoin Decoded” ที่ระบุว่ามูลค่าที่แท้จริงของ Bitcoin อาจเป็นศูนย์ ตามที่ Bitcoin Magazine ได้หยิบยกมาเผยแพร่อีกครั้ง แต่วันนี้ Morgan Stanley Investment Management (MSIM) กลับกลายมาเป็นเจ้าของกองทุน Spot Bitcoin ETF ของตัวเองภายใต้ชื่อ Morgan Stanley Bitcoin Trust (MSBT) ซึ่งเปิดตัวบน NYSE Arca เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 และยังถือเป็น Spot Bitcoin ETF แห่งแรกที่ออกโดยธนาคารหลักของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

MSBT ดึงดูดเงินทุนได้ราว 30-34 ล้านดอลลาร์ในวันแรกของการซื้อขาย และเกินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ภายในสัปดาห์แรก ทำให้กลายเป็นการเปิดตัวกองทุน ETF ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Morgan Stanley จุดเด่นอีกอย่างคือค่าธรรมเนียม (expense ratio) เพียง 0.14% ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดา Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกา ณ วันเปิดตัว โดยมี Coinbase Custody และ BNY Mellon ทำหน้าที่ดูแลสินทรัพย์

สงครามสะสม Bitcoin ระดับวอลล์สตรีทปี 2569

ภาพรวมของการแข่งขันสะสม Bitcoin ในกลุ่มสถาบันการเงินขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาในปี 2569 กำลังเดือดขึ้นเรื่อยๆ ตามที่ just_stevin รายงานไว้ว่า BlackRock มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในกองทุน IBIT สูงกว่า 55,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังเตรียมเปิดตัว ETF รุ่นใหม่ที่มีรายได้ประจำ (BITA) ส่วน Goldman Sachs ก็เพิ่งยื่นจดทะเบียนกองทุน Bitcoin Premium Income ETF และ Charles Schwab ก็เริ่มให้บริการแอปคริปโตสำหรับลูกค้ารายย่อยแล้ว

Morgan Stanley มีจุดได้เปรียบสำคัญในสนามนี้คือเครือข่ายที่ปรึกษาทางการเงินขนาดใหญ่ถึง 16,000 ราย ที่ดูแลสินทรัพย์ลูกค้ามูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ ทำให้กองทุน MSBT มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่กว้างและเข้าถึงนักลงทุนสถาบันได้ง่ายกว่าคู่แข่งรายอื่น ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Morgan Stanley เปิดตัว Spot Bitcoin ETP ของตัวเอง ดึงเงินเข้ากว่า $30 ล้านวันแรก และ Kraken ทุ่ม $550 ล้านซื้อ Bitnomial รุกตลาดอนุพันธ์คริปโตสหรัฐฯ ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินไม่ได้แค่ “กำลังจะมา” แต่มาถึงแล้วอย่างเต็มตัว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการพลิกทิศของ Morgan Stanley จากปี 2560 ที่บอกว่า Bitcoin อาจมีมูลค่าเป็นศูนย์ มาสู่การสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องทุกวันในปี 2569 นั้น เป็นหนึ่งในประโยค irony ที่ดีที่สุดในวงการคริปโต และมันบอกอะไรเราได้มากกว่าตัวเลขการซื้อขาย เพราะนี่คือสัญญาณว่าแม้แต่สถาบันที่เคยต่อต้านอย่างชัดเจนก็ยังกลับลำได้ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่า Goldman Sachs จะเปิดตัวกองทุนของตัวเองได้เร็วแค่ไหน และถ้าเงินสถาบันยังไหลเข้าต่อเนื่องแบบนี้ แรงหนุนราคา Bitcoin ในระยะกลางก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็อย่าลืมว่าตลาดยังผันผวน ควรติดตามสถานการณ์มหภาคควบคู่ไปด้วย

ที่มา: @BitcoinMagazine, @OnchainIns5699, @just_stevin

ภาพจาก AI