bitkub-banner

Bitcoin หลุด $75,000 อีกครั้ง ร่วง 1.10% แตะ $74,662

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วงลง 1.10% มาอยู่ที่ $74,662 ในวันที่ 20 เม.ย. 2569 หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $76,165 ก่อนถูกแรงขายกดกลับ
  • ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 6.32 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน
  • ราคายังคงอยู่ในกรอบการแกว่งตัวระยะกลาง $65,000 $78,000 โดยยังไม่มีสัญญาณยืนยันการทะลุขึ้นหรือลงอย่างชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การที่ราคาร่วงกลับหลุด $75,000 หลังจากพยายามยืนเหนือระดับนี้ไม่สำเร็จ สะท้อนถึงแรงขายที่ยังหนักอยู่บริเวณขอบบนของกรอบการแกว่งตัว สัญญาณระยะสั้นจึงเอนเอียงไปทางขาลงในช่วงนี้

วันนี้ (20 เม.ย. 2569) ตลาดคริปโตได้รับแรงกดดันอีกระลอก เมื่อ Bitcoin (BTC) ร่วงลงมาแตะ $74,662 คิดเป็นการลดลง 1.10% จากระดับก่อนหน้า และเมื่อนับจากจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $76,165 ราคาดิ่งลงมาแล้วกว่า $1,500 ในช่วงเวลาไม่นาน ส่งผลให้ BTC หลุดกลับลงมาอยู่ใต้เส้น $75,000 อีกครั้ง มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงแตะ 6.32 หมื่นล้านดอลลาร์

BTC 4H price chart

เส้นทางที่นำมาสู่จุดนี้

หากย้อนกลับไปดูภาพรวม Bitcoin ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายเดือน หลังจากที่เคยพุ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ $124,000 เมื่อกลางปี 2568 ราคาก็เริ่มร่วงต่อเนื่องจนหล่นลงมาแตะบริเวณ $62,854 ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 นับเป็นการสูญเสียมูลค่าไปกว่า 38% จากจุดสูงสุด ตลอดช่วงนั้นโครงสร้างราคาสะท้อนภาพขาลงที่ชัดเจน มีการทำจุดต่ำใหม่และจุดสูงที่ต่ำลงเรื่อย ๆ

แต่จากนั้นตลาดก็เริ่มฟื้นตัว BTC ค่อย ๆ สะสมแรงจากบริเวณ $65,000 ในต้นเดือนเมษายน 2569 ก่อนจะทะยานขึ้นทะลุ $70,000, $73,000 และ $75,000 ตามลำดับ พร้อมกับปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น การดีดตัวจากจุดต่ำที่ $65,970 เมื่อวันที่ 30 มีนาคมมาถึงระดับสูงสุดช่วงนี้ คิดเป็นการฟื้นตัวราว 15% เรียกได้ว่าเป็นการวิ่งที่น่าประทับใจในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ทว่าราคากลับมาชนกำแพงที่ขอบบนของกรอบการแกว่งตัว และนั่นคือจุดที่เรื่องราวเริ่มพลิกผัน

จุดพลิกผันที่กระตุ้นแรงขาย

เมื่อ Bitcoin วิ่งขึ้นมาใกล้บริเวณ $76,000 ขึ้นไป ตลาดก็เจอแรงขายที่หนักขึ้นเป็นเงาตามตัว สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในกรอบการแกว่งตัวระยะกลาง $65,000 $78,000 ที่ Bitcoin ยึดอยู่มาหลายสัปดาห์ ทุกครั้งที่ราคาพุ่งเข้าใกล้ขอบบน ก็มักจะเจอแรงต้านและถูกกดกลับมา

ในมิติของปัจจัยพื้นฐาน ตลาดคริปโตยังคงเผชิญกับสภาพแวดล้อมมหภาคที่ไม่เอื้ออำนวยนัก ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม รวมถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะลดความเสี่ยงและล็อกกำไรหลังจากที่ราคาดีดขึ้นมาได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์จากจุดต่ำ นอกจากนี้ กระแสเงินทุนเข้า-ออกจาก ETF Bitcoin ในสหรัฐฯ ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่นักวิเคราะห์จับตาอยู่ เพราะมีผลโดยตรงต่อแรงซื้อแรงขายในตลาด

จากนี้ไปจะเป็นอย่างไร

สถานการณ์ตอนนี้น่าจับตามากกว่าที่ตัวเลข 1.10% จะบอกได้ Bitcoin อยู่ในจุดที่ละเอียดอ่อน การร่วงกลับจากบริเวณ $76,000 มาที่ $74,662 ทำให้ภาพระยะสั้นที่เคยดูดีเริ่มขุ่นมัวขึ้น ถ้าราคายึดเหนือ $74,000 $75,000 ได้ นั่นอาจหมายความว่าการดึงกลับครั้งนี้เป็งแค่การพักหายใจก่อนจะลองวิ่งขึ้นใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าแรงขายยังไม่หมด ก็อาจเห็นการทดสอบแนวรับที่ $70,000 ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญและเป็นจุดที่ตลาดเคยหยุดพักระหว่างทางขึ้นมา

ตลาดยังไม่มีการยืนยันการพลิกตัวขึ้นจากแนวโน้มขาลงที่กินเวลามานานกว่า 9 เดือน การที่จะออกจากกรอบ $65,000 $78,000 นี้ได้จริง ต้องการแรงซื้อที่เข้มแข็งและปริมาณซื้อขายที่สูงกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยังไม่ปรากฏให้เห็นในตอนนี้ สัปดาห์หน้าจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการติดตามว่าตลาดจะเลือกทิศทางไหน


ความเห็นผู้เขียน

ผมมองว่าการร่วงครั้งนี้ไม่ได้น่าตกใจในแง่ของขนาด แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ “เวลา” ของมัน Bitcoin วิ่งขึ้นมาอย่างสวยงามตลอดต้นเดือนเมษายน ทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่ารอบนี้อาจจะไปได้ไกลกว่าเดิม แต่พอราคาเข้าใกล้บริเวณ $76,000 ก็เจอผนังล้มสะพัด ราวกับว่าตลาดกำลังบอกว่า “ยังไม่ถึงเวลา”

สิ่งที่ผมจะจับตาดูในช่วงนี้คือพฤติกรรมของเจ้ามือและกระแสเงินทุนเข้าออกจาก ETF ถ้าเห็นการสะสมซื้อในช่วงราคาต่ำ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถ้าแรงซื้อหายไปพร้อมกับราคาที่ร่วง ก็อาจเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวระยะสั้นนี้ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ตลาดตอนนี้อยู่ในโหมดที่ต้องการหลักฐาน ไม่ใช่แค่ความหวัง

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI