สรุปข่าว
- Hyperliquid แพลตฟอร์มกระดานเทรดคริปโตแบบกระจายศูนย์ (DEX) ขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลกเมื่อวัดจากรายได้ต่อพนักงานประจำปี 2025
- เมื่อนำตัวเลขมาเทียบกัน Hyperliquid สามารถทำรายได้ต่อพนักงานชนะบริษัท AI ระดับท็อปอย่าง Anthropic ถึง 18 เท่าตัว และยังชนะได้แม้กระทั่งขาใหญ่อย่าง Tether
- สิ่งที่ทำให้พนักงานเพียง 11 คนสามารถทำเงินได้มหาศาลมาจาก การคัดทีมงานหัวกะทิมาสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองในตลาดที่มีเงินสะพัดสูงโดยไม่ง้อนักลงทุน VC
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ในยุคที่คนส่วนใหญ่มองว่าบริษัทเทคโนโลยีและ AI ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ คือจุดสูงสุดของโลกธุรกิจ แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Artemis กลับเปิดเผยความจริงที่น่าทึ่งว่า บริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก คือ Hyperliquid แพลตฟอร์มกระดานเทรดคริปโตที่มีอายุไม่ถึง 5 ปี โดยบริษัทแห่งนี้สามารถสร้างรายได้ในปี 2025 ถึง 857 ล้านดอลลาร์ด้วยพนักงานเพียง 11 คน ซึ่งคิดเป็นรายได้เฉลี่ยสูงถึง 78 ล้านดอลลาร์ต่อคน ทิ้งห่างบริษัทอย่าง Tether และ Anthropic อย่างขาดลอย เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าในโลกของเศรษฐกิจดิจิทัล หากคุณมีเทคโนโลยีที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและอยู่ในตลาดที่ถูกต้อง จำนวนคนทำงานหลักสิบก็สามารถสร้างมูลค่าระดับหมื่นล้านและเขย่าวงการระดับโลกได้
ในโลกยุคสมัยใหม่ใครต่อใครก็ต่างมีความเชื่อที่ว่า บริษัทบิ๊กเทคยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ เป็นบริษัทที่ไม่ว่าใครก็อยากจะลองเข้าไปร่วมงานดูสักครั้งเพราะบริษัทเหล่านี้ได้ชื่อว่าเป็น บริษัทที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรม
แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากเทียบกันดูแล้วบริษัทที่ “มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก” ไม่ใช่บริษัทเก่าแก่ ไม่ใช่บริษัท AI ไม่ใช่บริษัทอาวุธ แต่เป็นบริษัทคริปโต
บริษัทที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก
คำกล่าวนี้ไม่ใช่การโอ้อวดเกินจริงแต่ข้อมูลได้ระบุว่ามันเกิดขึ้นไปแล้วกับบริษัท Hyperliquid แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ โดย Jeff Yan ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่ถึง 5 ปีเท่านั้น

รายงานจากบริษัทวิจัย Artemis เผยให้เห็นว่า Hyperliquid มีรายได้ในปี 2025 ที่ประมาณ $857 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท) ซึ่งถึงแม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นแซงหน้าทุกคนคือจำนวน “รายรับต่อจำนวนพนักงานในบริษัท”
ที่บริษัท Hyperliquid พนักงาน 1 คนสามารถหารายได้เข้าบริษัทได้สูงถึง $78 ล้าน ต่อคน โดยบริษัทของพวกเขาทั้งหมดมีพนักงานเพียง 11 คน เท่านั้น ซึ่งถือว่าลีนมากๆ ขนาดบริษัทชื่อดังที่ลีนสุดๆ แล้วอย่าง OnlyFans ที่มีพนักงานเพียง 42 คน แต่ถ้าเทียบรายได้ต่อหัวแล้ว Hyperliquid กลับทำได้สูงกว่าถึง 2 เท่าตัวเลยทีเดียว
ถัดมาอย่าง Tether ผู้เล่นรายใหญ่ในวงการ Stablecoin ถึงจะมีรายรับต่อปีที่มากกว่าหลายเท่าตัวที่ $5.2 พันล้านดอลลาร์ แต่เนื่องด้วยจำนวนพนักงานที่มีมากกว่าถึง 300 กว่าคน ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อคนลดลงมาเหลือ $17.3 ล้าน แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ
ขณะเดียวกันบริษัทมาแรงอย่าง Anthropic ผู้อยู่เบื้องหลัง Claude AI พวกเขามีรายได้ที่สูงกว่า Tether กว่าหนึ่งเท่าตัว แต่สัดส่วนรายได้ต่อพนักงานได้ลดลงมาถึง $4.4 ล้านต่อคน เนื่องจากมีการจ้างพนักงานถึง 2,300 คนในบริษัท กลายเป็นว่าตัวเลขที่ Hyperliquid สามารถทำได้นั้น อยู่สูงกว่า Anthropic ถึง 18 เท่าตัว
เคล็ดลับของ Hyperliquid
สาเหตุที่ทำให้ทาง Hyperliquid สามารถเอาชนะได้แม้กระทั่งบริษัท AI ที่ใช้กันทั่วโลก หรือแม้กระทั่งผู้ออกเหรียญ Stablecoin เบอร์หนึ่งอย่าง Tether เป็นผลมาจาก 5 ปัจจัยหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย :
1) โครงสร้างองค์กรมีแต่สุดยอดหัวกะทิ ทำให้สามารถพัฒนาได้เร็วไม่ต้องรอ
2) เลือกที่จะสร้างบล็อกเชนของตัวเอง เก็บค่าธรรมเนียมเข้าตัวได้เต็มๆ ไม่ถูกหัก
3) ไม่มีต้นทุนเพิ่ม ลงทุนระบบอัตโนมัติครั้งเดียวใช้ได้ยาวๆ ไม่ว่าลูกค้าจะเยอะแค่ไหน
4) โมเดลธุรกิจ เลือกที่จะเจาะตลาดที่มีเงินสะพัดสูง เก็บน้อยๆ แต่สะสมได้มาก
5) บริษัทของพวกเขาไม่มี VC ระดมทุนเลย ทำให้มีอิสระตามใจไม่โดนกดดัน
กรณีศึกษาของ Hyperliquid ได้ทำให้โลกตระหนักแล้วว่า หากเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาอยู่ในมือของคนที่เหมาะสมในตลาดที่เหมาะสม การจะสร้างธุรกิจหมื่นล้านระดับโลกก็สามารถเป็นไปได้ แม้จะมีแรงงานเพียงแค่หยิบมือ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าแพลตฟอร์มเว็บเทรดชั้นนำระดับโลกเลยแม้แต่น้อย ซึ่งในอนาคตเราอาจจะเห็นบริษัทรุ่นใหม่มี Hyperliquid เป็นแบบอย่างก็ได้
ที่มา : X
