bitkub-banner

5 เหตุผลทำไมวอร์เรน บัฟเฟตต์ถึงชอบหุ้นมากกว่าอสังหาฯ ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วอร์เรน บัฟเฟตต์ ตอบคำถามนักลงทุนถึงเหตุผลที่เขาเลือกทุ่มเทให้ “หุ้น” มากกว่า “อสังหาริมทรัพย์” กลางงานประชุม Berkshire Hathaway 2025
  • ปู่ชี้ชัดว่า ตลาดหุ้นมีความคล่องตัวสูงกว่ามาก สามารถปิดดีลมูลค่ามหาศาลได้ในไม่กี่วินาที ในขณะที่ดีลอสังหาฯ มักยืดเยื้อและเต็มไปด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องมากมาย
  • อสังหาฯ เป็นเกมที่ต้องใช้เวลาเจรจาต่อรองสูง ซึ่งสำหรับบัฟเฟตต์ในวัย 94 ปี เขามองว่า การเสียเวลาเป็นปีๆ ไปกับดีลเดียว สู้การบริหารเงินทุนในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าเวลากว่าไม่ได้

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral 

วอร์เรน บัฟเฟต์ ตอบคำถามในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ว่า ทำไมเขาถึงชอบ “หุ้น” มากกว่า “อสังหาฯ” นั่นเพราะหุ้นมีสภาพคล่องสูง ปิดดีลระดับพันล้านได้ในไม่กี่วินาที ต่างจากอสังหาฯ ที่การเจรจามักยืดเยื้อและมีรายละเอียดเยอะกว่ามาก แถมเวลาเกิดปัญหาก็ต้องปวดหัวกับขั้นตอนที่ล่าช้าของธนาคาร นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังมีของดีราคาถูกให้เลือกเยอะกว่า และให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปมากกว่า ท้ายที่สุด ปู่แกยอมรับตรง ๆ ว่าชอบ “ความสะดวกสบาย” ที่สามารถจบดีลใหญ่ได้ง่าย ๆ แค่การยกหูโทรศัพท์ครั้งเดียว

ในการประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ประจำปี 2025 ที่ผ่านมา มีคำถามหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการลงทุน โดย แจ็คกี้ ฮาน นักลงทุนชาวจีน ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในโตรอนโตได้ยิงคำถามใส่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ว่า “ครอบครัวชาวจีนมักนิยมการสะสมอสังหาฯ  แล้วทำไมปู่ถึงยังเลือกซื้อแต่หุ้น แทนที่จะเก็บอสังหาฯ ให้มากขึ้น?”

ปู่บัฟเฟตต์ ในวัย 95 ปี ได้ให้คำตอบที่สั่นสะเทือนวงการ ซึ่งสรุปออกมาได้เป็น 5 เหตุผลเชิงธุรกิจที่นักลงทุนทุกคนควรฟัง

1. “หุ้น” จบไว แต่ “อสังหาฯ” มักใช้เวลานาน

ปู่บัฟเฟตต์มองว่า การซื้ออสังหาฯ มีความจุกจิกเรื่องรายละเอียดสูงมาก คุณต้องรับมือกับเจ้าของที่มักมีอารมณ์ร่วมกับสินทรัพย์ หรือครอบครัวที่ถือครองที่ดินมานานจนเจรจายาก

ในขณะที่หุ้น ถ้าตกลงราคากันได้ ดีลจบใน 5 วินาที ตัดภาพกลับมาที่อสังหาฯ การเซ็นสัญญาเป็นการเริ่มต้นของการเจรจาที่ไม่จบสิ้น 

ปู่บัฟเฟตต์เน้นย้ำว่า ตัวเขาในวัย 95 ปี ไม่อยากเอาเวลาไปเสียกับการรอคอยดีลที่ยาวนานเป็นปี ๆ

2. สภาพคล่องและโอกาสปิดดีลเกือบ 100%

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น ปู่บัฟเฟตต์ระบุว่า เราสามารถเคลื่อนย้ายเงินระดับพันล้านดอลลาร์ได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีโดยแทบไม่ต้องระบุตัวตน ที่สำคัญคือหากเคาะราคาซื้อขายกันแล้ว โอกาสปิดดีลแทบจะเป็น 100% ต่างจากอสังหาฯ ที่ต่อให้ตกลงราคากันได้แล้ว ก็ยังมีโอกาสที่ปัจจัยภายนอกจะทำให้ดีลล่มได้เสมอ

3. ตลาดหุ้นถูกกว่าและคุ้มค่ากว่าในเชิงเวลา

ปู่บัฟเฟตต์เปรียบเทียบดีลอสังหาฯ ในช่วงวิกฤตปี 2008 กับการขยับตัวในตลาดหุ้น ผลลัพธ์คือ “เทียบกันไม่ได้เลย” เขาชี้ให้เห็นว่า ในตลาดหุ้นมักมีของดีราคาถูกให้เลือกมากกว่า และเมื่อนำเวลาที่ต้องเสียไปมาคิดเป็นต้นทุน หุ้นให้ผลตอบแทนต่อชั่วโมงทำงานที่สูงกว่าอสังหาฯ มหาศาล

4. ปัญหาที่มองไม่เห็น และความล่าช้าของแบงก์

เมื่อธุรกิจอสังหาฯ มีปัญหา คุณไม่ได้ดีลกับแค่ผู้ถือหุ้น แต่ต้องไปดีลกับเจ้าหนี้ แบงก์ และข้อกฎหมายที่ซับซ้อน บัฟเฟตต์ยกตัวอย่างวิกฤตอสังหาฯ ในอดีตว่า ธนาคารมักไม่ยอมรับความจริงในทันที ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาลากยาวจนกัดกินกำไรของนักลงทุน

5. ความสะดวกสบายคือ กำไรสูงสุดของชีวิต

เหตุผลสุดท้ายคือ เรื่องของแนวคิดหรือ “Mindset” ปู่บัฟเฟตต์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเป็นคนที่เคยตัวกับความสะดวกสบาย เขาชอบการทำงานที่แค่ยกหูโทรศัพท์สายเดียวก็จบธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ได้

แม้คู่หูผู้ล่วงลับอย่าง ชาร์ลี มังเกอร์ จะชอบลงทุนอสังหาฯ ในช่วงบั้นปลายชีวิต เพราะมองว่าเป็นเกมที่สนุก แต่บัฟเฟตต์เชื่อว่า ถ้ามีคนไปถามมังเกอร์ให้เลือกลงทุนเพียงอย่างเดียวตลอดชีวิต มังเกอร์ก็จะเลือก “หุ้น” เหมือนกับเขาอย่างแน่นอน


มุมมองผู้เขียน: หัวใจสำคัญที่นักลงทุนควรตระหนักจากคำตอบนี้ ไม่ใช่การด้อยค่าอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการเข้าใจขอบเขตความเชี่ยวชาญของตนเอง บัฟเฟตต์ไม่ได้แค่ซื้อหุ้น แต่เขาซื้อ “เวลา” และ “ความสะดวกสบาย” ที่การลงทุนในอสังหาฯ ไม่มีทางให้เขาได้ 


ที่มา:yapss