bitkub-banner

FTX ขายหุ้น Cursor ทิ้งแค่ $200,000 ปัจจุบันมูลค่าพุ่งกว่า $3 พันล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ดูแลทรัพย์สินล้มละลาย FTX ขายหุ้น Anysphere (บริษัทเบื้องหลัง Cursor) ในราคา $200,000 เมื่อเดือนเม.ย. 2566 ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ Alameda Research ลงทุนไว้ตั้งแต่ต้น
  • ปัจจุบัน SpaceX (ที่ควบรวมกับ xAI แล้ว) ได้รับสิทธิ์ซื้อ Anysphere ในราคา $60,000 ล้าน หรือจ่าย $10,000 ล้านเพื่อร่วมพัฒนาหากไม่มีการซื้อกิจการเต็มรูปแบบ
  • หุ้นที่ถูกขายไปในราคา $200,000 นั้น ปัจจุบันคาดว่ามีมูลค่าหลายร้อยล้านถึงหลายพันล้านดอลลาร์ กลายเป็นหนึ่งในความผิดพลาดทางการเงินที่น่าเจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์วงการ crypto

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์คริปโต แต่เป็นเรื่องเตือนใจถึงความบกพร่องในการบริหารจัดการทรัพย์สินของ FTX ในช่วงล้มละลาย และยังตอกย้ำว่าการลงทุนใน AI startup ในยุคนี้มีศักยภาพสูงมากเพียงใด

เรื่องราวที่ชวนเจ็บปวดสำหรับเจ้าหนี้ FTX เพิ่งถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง หลังจาก ตามรายงานจาก Cointelegraph เปิดเผยว่า ผู้ดูแลทรัพย์สินล้มละลายของ FTX ได้ขายหุ้นใน Anysphere บริษัทเบื้องหลังเครื่องมือเขียนโค้ด AI ชื่อ Cursor ไปในราคา $200,000 เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2566 ซึ่งเป็นราคาเดิมที่ Alameda Research บริษัทลูกของ FTX ลงทุนไว้ตั้งแต่ปี 2565 โดยมีเอกสารล้มละลายคดีหมายเลข 22-11068-JTD ยืนยันการขายหุ้นดังกล่าวชัดเจน ขณะที่ปัจจุบัน SpaceX ซึ่งควบรวมกับ xAI แล้วในเดือนก.พ. 2569 ได้ประกาศเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 ว่าได้รับสิทธิ์ในการซื้อกิจการ Anysphere ในราคา $60,000 ล้าน ทำให้หุ้นที่ถูกขายทิ้งไปแค่ $200,000 นั้นมีมูลค่าที่ควรจะเป็นสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

จากเมล็ดพันธุ์ $200,000 สู่ยักษ์ใหญ่ AI มูลค่า $60,000 ล้าน

เรื่องนี้เริ่มต้นในเดือนเม.ย. 2565 เมื่อ Alameda Research แขนงการลงทุนของ FTX ทุ่มเงิน $200,000 เข้าร่วม pre-seed round ของ Anysphere มูลค่า $400,000 ได้หุ้นมาประมาณ 5% ของบริษัท หลังจาก FTX ล่มสลายในเดือนพ.ย. 2565 จากการที่ Alameda ใช้เงินฝากของลูกค้า ผู้ดูแลทรัพย์สินล้มละลายจึงต้องเร่งเปลี่ยนทรัพย์สินต่างๆ ให้เป็นเงินสดเพื่อคืนให้เจ้าหนี้ และได้ขายหุ้น Anysphere ออกไปในราคาที่จ่ายมาพอดิบพอดี โดยไม่ได้กำไรเลยแม้แต่น้อย

นับตั้งแต่นั้น Anysphere เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในเดือนต.ค. 2566 ปิด seed round ได้ $8 ล้าน นำโดย OpenAI Startup Fund, กลางปี 2567 มีมูลค่า $400 ล้านหลัง Series A, พ.ย. 2567 พุ่งสู่ $2,500 ล้าน, มิ.ย. 2568 ปิด Series C ที่ $9,900 ล้าน และในเดือนพ.ย. 2568 ปิด Series D ที่ $29,300 ล้าน จนถึงเดือนเม.ย. 2569 Cursor มีผู้ใช้งานรายวันกว่า 1 ล้านคน สร้างโค้ดให้ภาคธุรกิจกว่า 150 ล้านบรรทัดต่อวัน และมีบริษัทใน Fortune 500 เป็นลูกค้าถึง 67%

SpaceX และ xAI เข้าสู่เกม Anysphere ด้วยดีลมูลค่า $60,000 ล้าน

ล่าสุด SpaceX ซึ่งควบรวมกับ xAI แล้ว ได้ประกาศว่าได้รับ option ในการซื้อกิจการ Anysphere ในราคา $60,000 ล้านในปีนี้ หรือเลือกจ่าย $10,000 ล้านสำหรับงานพัฒนาร่วมกันหากการซื้อกิจการเต็มรูปแบบไม่เกิดขึ้น โดยข้อตกลงนี้จะสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนา AI สำหรับการเขียนโค้ดและการทำงานด้านความรู้ขั้นสูง โดยใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Colossus ของ SpaceX ในการเทรนโมเดล ทั้งนี้ก่อนหน้าการประกาศของ SpaceX นั้น Anysphere ก็กำลังอยู่ระหว่างการระดมทุนรอบใหม่ที่ประเมินมูลค่าระหว่าง $50,000 ล้านถึง $60,000 ล้านอยู่แล้ว

หากคำนวณจากมูลค่าปัจจุบัน หุ้น 5% ที่ FTX เคยถืออยู่นั้นควรมีมูลค่าอยู่ที่ราว $3,000 ล้านขึ้นไป (5% ของ $60,000 ล้าน) แต่กลับถูกขายออกไปในราคาเพียง $200,000 ซึ่งหมายความว่าเจ้าหนี้ FTX พลาดกำไรไปกว่า 15,000 เท่า ความผิดพลาดครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายของการบริหารที่บกพร่องในยุค FTX ที่ยังคงตามหลอกหลอนเจ้าหนี้จนถึงทุกวันนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า เรื่องนี้น่าเจ็บปวดมากสำหรับเจ้าหนี้ FTX ที่รอเงินคืนมาหลายปี การที่ผู้ดูแลทรัพย์สินล้มละลายขาย Anysphere ในราคาทุนนั้นเข้าใจได้จากมุมมองของปี 2566 เพราะตอนนั้น Anysphere ยังเป็นแค่ startup เล็กๆ ที่ยังไม่มีใครรู้จัก แต่ในมุม hindsight มันคือหนึ่งในการตัดสินใจที่แพงที่สุดในประวัติวงการคริปโต สิ่งที่น่าจับตาตอนนี้คือดีลระหว่าง SpaceX และ Anysphere จะปิดในมูลค่า $60,000 ล้านจริงหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น Cursor จะกลายเป็นหนึ่งใน exit ที่ใหญ่ที่สุดในวงการ AI และเป็นเรื่องที่คนในวงการ crypto จะเล่าถึงการพลาดครั้งนี้ของ FTX ไปอีกนานแน่นอน

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Shane11235