สรุปข่าว
- Strategy ถือครอง 815,061 BTC แซงหน้า BlackRock กลายเป็นผู้ถือครอง Bitcoin รายเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว
- Galaxy Research คาดว่า Strategy จะแซง Satoshi Nakamoto ซึ่งถือครองอยู่ประมาณ 1.096 ล้าน BTC ได้เร็วสุดภายในเดือนพฤศจิกายน 2026
- Peter Schiff เรียกหุ้นบุริมสิทธิ STRC ของ Strategy ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Galaxy Research ประเมินว่า Strategy อาจเข้าซื้อสะสม Bitcoin แซงหน้าผู้สร้างอย่าง Satoshi ได้อย่างเร็วสุดภายในเดือน พ.ย. 2026 ในขณะที่ Michael Saylor ประกาศว่า “ฤดูหนาวของวงการคริปโตสิ้นสุดลงแล้ว” แม้จะโดนนักลงทุนรุ่นใหญ่อย่าง Peter Schiff โจมตีว่า โมเดลระดมทุนมาจ่ายปันผลของบริษัทเข้าข่าย “แชร์ลูกโซ่” แต่ Saylor ได้ตอกกลับว่า ขอแค่ราคา BTC ขึ้นปีละ 2% ก็เพียงพอจ่ายปันผลทั้งหมดแล้ว
Galaxy Research ระบุว่า Strategy ซึ่งเป็นบริษัทของ Michael Saylor เพิ่งกลายเป็นผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยยอดสะสมรวม 815,061 BTC แซงหน้ากองทุน Bitcoin ETF (IBIT) ของ BlackRock ไปเรียบร้อย พร้อมคาดการณ์ว่าอีกไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า บริษัทอาจแซงแม้กระทั่ง Satoshi Nakamoto ผู้สร้างบิตคอยน์ได้
ในช่วงวันที่ 14–20 เมษายนที่ผ่านมา Strategy กว้านซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 34,164 BTC ด้วยมูลค่าราว 2.54 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดรวมพุ่งไปที่ 815,061 BTC ขณะที่ IBIT ของ BlackRock ตามหลังมาที่ประมาณ 806,178 BTC
Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy Research แชร์ภาพที่แสดงให้เห็นว่า หากความเร็วในการเข้าซื้อยังเป็นแบบนี้ต่อไป ยอดถือครองของบริษัท Strategy มีโอกาสแซงหน้ากระเป๋าเงินของ Satoshi Nakamoto ที่ประเมินกันว่ามีอยู่ราว 1.096 ล้าน BTC ได้ภายในเดือนพฤศจิกายนปี 2026

เงินที่ Strategy ใช้ซื้อมาจากการระดมทุนผ่านวิธีการขายหุ้นเพิ่มทุนแบบ ATM หรือ “At-the-Market Equity Offerings” รวมถึงหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ให้ดอกเบี้ยนักลงทุน 11.5% ต่อปี
Saylor บอก “ฤดูหนาวสิ้นสุดลงแล้ว” ส่วน Schiff บอก “แชร์ลูกโซ่”
เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา Saylor ออกมาส่งสัญญาณกระทิงด้วยการโพสต์บน X ว่า “Winter’s Over” หรือฤดูหนาวของวงการคริปโตสิ้นสุดลงแล้ว พร้อมแนบภาพ AI ของตัวเขาเองขี่ม้าในช่วงเดียวกับที่บิตคอยน์ซื้อขายอยู่แถว $77,800 ต่อ BTC
ทว่า Peter Schiff กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยเขาชี้ว่า หุ้นบริมสิทธิ์ STRC ของ Strategy นั้นมีความอันตราย เพราะเงินปันผล 11.5% ต่อปี ไม่ได้มาจากกำไรจากการดำเนินงาน แต่มาจากการระดมทุนรอบใหม่ ซึ่งในมุมมองของเขาคือ “นิยามของแชร์ลูกโซ่”
ฝั่ง Saylor ตอบโต้ว่า ขอแค่ราคา Bitcoin ขยับขึ้น 2.05% ต่อปี ก็ครอบคลุมเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ STRC ทั้งหมดที่ Strategy ต้องจ่ายได้แล้ว และบริษัทก็ได้แจ้งความเสี่ยงนี้ไว้ในเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) อย่างครบถ้วน
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ $78,255 ลดลง 0.05% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

มุมมองผู้เขียน: หลายคนในวงการมักมองว่า Strategy เป็นทั้ง “เดอะแบก” และ “ความเสี่ยงขนาดมหึมา” ของอุตสาหกรรม แต่บทพิสูจน์สำคัญคือ ช่วงที่ราคา BTC ปรับฐานหนักลงไปเทสแนวรับ $60,000 พวกเขาก็ยังยืนหยัดผ่านมาได้สบาย ๆ แถมยังระดมทุนได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ตราบใดที่ราคา Bitcoin ยังไม่หลุดระดับนี้ ความกังวลเรื่องคริปโตจะพังเพราะบริษัทนี้ ก็ยังคงเป็นแค่เพียงภาพลวงตาที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง
ที่มา:beincrypto
