สรุปข่าว
- Morgan Stanley Investment Management เปิดตัว Stablecoin Reserves Portfolio (MSNXX) กองทุนตลาดเงินภาครัฐแห่งใหม่สำหรับผู้ออก Stablecoin โดยเฉพาะ
- กองทุนลงทุนในเงินสด ตั๋วเงินคลัง และพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ เพื่อรักษา NAV ที่ 1.00 ดอลลาร์ รองรับข้อกำหนดสำรอง 100% ตามกฎหมาย GENIUS Act ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามบังคับใช้แล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568
- ยังไม่มีการยืนยันว่า Tether (USDT) หรือ Circle (USDC) ได้เริ่มนำทุนสำรองมาฝากในกองทุนนี้แล้วหรือไม่ แต่การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า TradFi กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับตลาด Stablecoin อย่างจริงจัง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ธนาคารระดับโลกอย่าง Morgan Stanley เปิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินรองรับทุนสำรอง Stablecoin โดยตรง ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความมั่นคงให้กับระบบนิเวศ Stablecoin ทั้งหมด ส่งผลบวกต่อโทเคนอย่าง USDT และ USDC ในระยะยาว รวมถึงทำให้ตลาดคริปโตโดยรวมเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินมากขึ้น
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 Morgan Stanley Investment Management (MSIM) ได้ประกาศเปิดตัว Stablecoin Reserves Portfolio (MSNXX) ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงินภาครัฐแห่งใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ออก Stablecoin โดยเฉพาะ ตามรายงานจาก Cointelegraph กองทุนนี้เปิดให้ผู้ออก Stablecoin นำเงินสำรองมาฝากไว้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย GENIUS Act (Guiding and Establishing National Innovation for U.S. Stablecoins) ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 กองทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Morgan Stanley Institutional Liquidity Funds trust โดยมีเป้าหมายหลักคือรักษาเงินต้น สภาพคล่องรายวัน และรายได้สูงสุด ขณะที่ยังคงรักษามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ที่ 1.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ
กองทุนนี้ทำงานอย่างไร และรองรับอะไรบ้าง
Stablecoin Reserves Portfolio ลงทุนเฉพาะในสินทรัพย์สภาพคล่องสูง ได้แก่ เงินสด ตั๋วเงินคลัง พันธบัตร และตราสารหนี้ของสหรัฐฯ ที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 93 วัน รวมถึงข้อตกลงซื้อคืนข้ามคืนบางประเภทที่ค้ำประกันด้วยหลักทรัพย์กระทรวงการคลังสหรัฐฯ โครงสร้างนี้ตรงกับข้อกำหนดของ GENIUS Act ที่บังคับให้ผู้ออก Stablecoin ต้องสำรองสินทรัพย์เต็ม 100% ด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องสูง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือพันธบัตรระยะสั้นของกระทรวงการคลัง
Fred McMullen ผู้ร่วมอำนวยการ Global Liquidity ของ Morgan Stanley Investment Management กล่าวว่าบริษัทยินดีที่จะนำเสนอโซลูชันการลงทุนใหม่สู่ตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ออก Stablecoin ขณะที่ Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่าย Digital Asset Strategy ของ Morgan Stanley ก็เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการขยายการเข้าถึงโซลูชันการลงทุนด้านดิจิทัลให้กว้างขึ้น
GENIUS Act เปลี่ยนแปลงโลก Stablecoin อย่างไร
กฎหมาย GENIUS Act ไม่ได้เพียงกำหนดข้อบังคับด้านเงินสำรองเท่านั้น แต่ยังวางกรอบการกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สำหรับ Stablecoin เพื่อการชำระเงินอย่างครอบคลุม ผู้ออก Stablecoin ต้องเปิดเผยองค์ประกอบของเงินสำรองต่อสาธารณะเป็นรายเดือน และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินเช่นเดียวกับสถาบันการเงินทั่วไปภายใต้กฎหมาย Bank Secrecy Act สิ่งที่น่าสนใจคือกฎหมายนี้ระบุชัดเจนว่า Stablecoin ไม่ใช่หลักทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้ทั้ง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และหน่วยงานกำกับสินค้าโภคภัณฑ์ไม่มีอำนาจกำกับดูแลหลักเหนือผู้ออก Stablecoin อีกต่อไป
ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า Tether (USDT) หรือ Circle (USDC) ได้เริ่มนำทุนสำรองมาฝากไว้ใน Stablecoin Reserves Portfolio ของ Morgan Stanley แล้วหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าสถาบันการเงินระดับโลกกำลังเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับตลาด Stablecoin ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CEO Coinbase เผย Coinbase จับมือ JPMorgan และธนาคารยักษ์ใหญ่อีก 5 แห่งนำ Stablecoin มาใช้งานจริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการยอมรับ Stablecoin ในระบบการเงินกระแสหลักกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Morgan Stanley ออกมาเปิดกองทุนตลาดเงินรองรับทุนสำรอง Stablecoin โดยเฉพาะนั้น ไม่ใช่แค่ข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ธรรมดา แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่า TradFi กำลังเดิมพันจริงจังกับอนาคตของ Stablecoin ในระบบการเงินสหรัฐฯ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ Tether และ Circle จะตัดสินใจนำเงินสำรองส่วนใดมาฝากในกองทุนลักษณะนี้หรือไม่ เพราะถ้าผู้ออก Stablecoin รายใหญ่เริ่มเคลื่อนไหว มันจะเป็นตัวพิสูจน์ว่ากรอบกฎหมาย GENIUS Act ทำงานได้จริงในทางปฏิบัติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตโดยรวมในระยะยาว
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
