bitkub-banner

S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่ พุ่ง 13.3% เพิ่มมูลค่าตลาด $7.6 ล้านล้านใน 19 วัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ โดยพุ่งขึ้น 13.3% จากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา
  • ในเวลาเพียง 19 วันทำการ มูลค่าตลาดรวมของ S&P 500 เพิ่มขึ้นกว่า 7.6 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วผิดปกติ
  • ดัชนีปิดที่ระดับ 7,153 จุด ขึ้นมา 44.94 จุด หรือ 0.63% ในวันนี้ สะท้อนภาวะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและทำสถิติสูงสุดใหม่ สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันกลับมารับความเสี่ยงอีกครั้ง ซึ่งในอดีตมักส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดมา อย่างไรก็ตาม ตลาดคริปโตในวันนี้ยังไม่ตอบสนองต่อสัญญาณบวกนี้อย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งแกร่งในคืนวันที่ 24 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย เมื่อ S&P 500 ทะลุขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ระบุว่าดัชนีพุ่งขึ้น 13.3% นับจากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยในช่วงเวลาเพียง 19 วันทำการ มูลค่าตลาดรวมเพิ่มขึ้นมากถึง 7.6 ล้านล้านดอลลาร์ ดัชนีปิดวันนี้ที่ระดับ 7,153.35 จุด เพิ่มขึ้น 44.94 จุด หรือ 0.63% โดยมีกราฟแท่งเขียนเป็นส่วนใหญ่ตลอดเดือนเมษายน สะท้อนแรงซื้อที่ต่อเนื่องหลังจากช่วงดิ่งลงในปลายเดือนมีนาคม

กราฟแท่งเทียนของดัชนี S&P 500 แสดงให้เห็นแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งและราคาปิดล่าสุดที่ 7,153.35
กราฟแท่งเทียนของดัชนี S&P 500 แสดงให้เห็นแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งและราคาปิดล่าสุดที่ 7,153.35 (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

การฟื้นตัว 19 วัน เร็วและแรงกว่าที่คาด

ข้อมูลจากกราฟแท่งเทียนรายวันของ S&P 500 ที่เผยแพร่โดย The Kobeissi Letter แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหลังจากตลาดร่วงลงในช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นแท่งแดงต่อเนื่องหลายวัน ดัชนีได้พลิกกลับมาแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน โดยราคาเปิดในวันนี้อยู่ที่ 7,136.48 จุด จุดสูงสุดแตะ 7,163.73 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 7,112.82 จุด ก่อนจะปิดที่ 7,153.35 จุด

การเพิ่มมูลค่า 7.6 ล้านล้านดอลลาร์ใน 19 วันทำการนั้นถือว่าผิดปกติ เพราะโดยทั่วไปการฟื้นตัวในระดับนี้มักต้องใช้เวลาหลายเดือน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความคาดหวังของนักลงทุนที่มองว่าความตึงเครียดด้านนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าเริ่มคลี่คลายลง รวมถึงสัญญาณเชิงบวกจากผลประกอบการบริษัทในไตรมาสแรกของปีที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์

สัญญาณมหภาคที่ต้องจับตา

การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างรวดเร็วหลังจากร่วงหนัก ถือเป็นสัญญาณที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตามอง เพราะ S&P 500 มักเป็นดัชนีชี้นำความเชื่อมั่นของตลาดการเงินโลก เมื่อนักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงในตลาดหุ้นมากขึ้น มักตามมาด้วยการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ในระยะถัดไป

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Nvidia พุ่ง 4% ทำราคาสูงสุดใหม่ ใกล้แตะมูลค่า $5 ล้านล้านอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ก็ฟื้นตัวพร้อมกับตลาดในภาพรวม และยังมีรายงานว่า DOJ ยุติสอบสวนคดีอาญา Jerome Powell ประธาน Fed ซึ่งอาจช่วยลดความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินสหรัฐฯ และส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการฟื้นตัวของ S&P 500 รอบนี้แรงและเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้มาก การเพิ่มมูลค่า 7.6 ล้านล้านดอลลาร์ใน 19 วันนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่ก็ทำให้ต้องระวังด้วยว่าตลาดที่วิ่งขึ้นเร็วอาจเปราะบางหากมีข่าวร้ายกระทบ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือผลประกอบการบริษัทในไตรมาส 1 ที่ยังทยอยประกาศออกมา และสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะยั่งยืนได้แค่ไหน

ที่มา: @KobeissiLetter

ภาพจาก AI