bitkub-banner

Durov ชี้ข้อมูลรั่วทำเจ้าของคริปโตในฝรั่งเศสถูกลักพาตัว 41 ราย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram อ้างว่าการลักพาตัวที่เกี่ยวข้องกับคริปโต 41 กรณีในฝรั่งเศสช่วง 3 เดือนครึ่งแรกของปี 2569 นั้นมีต้นเหตุมาจากการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้งาน
  • ฝ่ายอัยการฝรั่งเศสยืนยันมีผู้ถูกตั้งข้อหา 88 รายรวมถึงผู้เยาว์กว่า 10 คน จาก 12 คดีลักพาตัวเพื่อบังคับโอนคริปโต และมีคดีรวมกว่า 135 กรณีนับตั้งแต่ปี 2566
  • Durov เตือนว่า Telegram อาจถอนตัวออกจากตลาดฝรั่งเศส หากรัฐบาลยังกดดันให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและแชทที่เข้ารหัสของผู้ใช้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาคริปโต แต่สะท้อนให้เห็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ถือคริปโตในโลกจริง ประเด็นเรื่องการปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อแพลตฟอร์มอย่าง Telegram เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรจับตาในระยะยาว

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram ออกมาอ้างว่าการลักพาตัวที่มีความเกี่ยวข้องกับคริปโตถึง 41 กรณีซึ่งเกิดขึ้นในฝรั่งเศสช่วง 3 เดือนครึ่งแรกของปีนี้ มีสาเหตุมาจากการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดย Durov ชี้ว่าข้อมูลที่รั่วไหลนั้นรวมถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ภาษีฝรั่งเศสขายข้อมูลเจ้าของคริปโตให้อาชญากร รวมถึงการรั่วไหลของฐานข้อมูลภาษีขนาดใหญ่ ตามรายงานจาก Cointelegraph เขายังเตือนด้วยว่า Telegram อาจถอนตัวออกจากตลาดฝรั่งเศส หากรัฐบาลยังคงกดดันให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ต่อไป ในวันเดียวกัน อัยการฝรั่งเศสก็ออกมายืนยันว่ามีผู้ถูกตั้งข้อหาแล้ว 88 ราย รวมถึงผู้เยาว์กว่า 10 คน จากคดีลักพาตัวเพื่อบังคับโอนคริปโตรวม 12 คดี และนับตั้งแต่ปี 2566 มีคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นกว่า 135 กรณี

ฝรั่งเศสเผชิญคลื่นลักพาตัวเจ้าของคริปโต เฉลี่ยทุก 2.5 วัน

สถานการณ์ในฝรั่งเศสถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยในปี 2569 เพียงแค่ 3 เดือนครึ่งแรก มีคดีลักพาตัวที่เกี่ยวข้องกับคริปโตถึง 41 กรณี หรือเฉลี่ยทุก 2.5 วัน ตัวเลขนี้เร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่มีประมาณ 30 กรณีตลอดทั้งปี รูปแบบที่พบบ่อยคือการโจมตีด้วยกำลัง ซึ่งคนร้ายจะใช้ความรุนแรงเพื่อบังคับเหยื่อโอนคริปโต โดยมักระบุตัวเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดีย ข้อมูลที่รั่วไหลจากหน่วยงานราชการ และกิจกรรมบนบล็อกเชนที่ตรวจสอบได้แบบสาธารณะ คดีที่โดดเด่นล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2569 ที่เมือง Ploudalmézeau แคว้น Brittany มีครอบครัวหนึ่งถูกมือปืนจับเป็นตัวประกันกว่า 3 ชั่วโมง และถูกบังคับให้โอนคริปโตมูลค่าราว 820,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ข้อมูลจาก Sirasco หน่วยข่าวกรองด้านอาชญากรรมองค์กรของฝรั่งเศสยังระบุว่า คดีลักพาตัวที่เกี่ยวข้องกับคริปโตปัจจุบันคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีลักพาตัวในเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมดที่ติดตามอยู่

Durov ยังชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์เหล่านี้ซ้อนทับกับการรั่วไหลของข้อมูลครั้งใหญ่ของฝรั่งเศส โดยเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2569 ทางการฝรั่งเศสยืนยันว่าฐานข้อมูลของ France Titres ซึ่งเป็นระบบที่จัดการหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน และใบขับขี่ ถูกเจาะระบบ และอาจมีข้อมูลส่วนตัวของประชาชนประมาณ 12 ถึง 19 ล้านคนรั่วไหลออกไป

Telegram เตือนจะถอนตัวจากฝรั่งเศส หากถูกบังคับเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้

จุดยืนของ Durov ในเรื่องนี้ค่อนข้างแข็งกร้าวมาโดยตลอด โดยเขาย้ำอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 ว่าหาก Telegram ถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลการสื่อสารที่เข้ารหัสของผู้ใช้ Telegram ก็จะเลือกออกจากตลาดนั้นแทน เขาระบุว่าหากรัฐบาลฝรั่งเศสได้สิ่งที่ต้องการ นั่นคือการเข้าถึงแชทที่เข้ารหัสและข้อมูลประจำตัวดิจิทัลของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย การรั่วไหลในอนาคตจะยิ่งเลวร้ายยิ่งกว่านี้ ทั้งนี้ Durov เคยออกคำเตือนในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือน เม.ย. 2568 เมื่อสภานิติบัญญัติฝรั่งเศสเกือบผ่านกฎหมายที่บังคับให้แอปส่งข้อความต้องเปิดช่องลับสำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้คริปโตทั่วโลก เพราะ Telegram ถือเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ชุมชนคริปโตใช้สื่อสาร และหากข้อมูลในนั้นถูกส่งต่อให้รัฐบาล ก็อาจทำให้เจ้าของคริปโตกลายเป็นเป้าหมายได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาของ Durov เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ภาษีฝรั่งเศสที่ขายข้อมูลให้อาชญากรนั้น ยังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข้อมูลอื่นอย่างเป็นอิสระ ทางการฝรั่งเศสก็ยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะที่กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสกำลังเตรียมมาตรการใหม่เพื่อรับมือกับการโจมตีลักษณะนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รัสเซียตรวจสอบผู้ก่อตั้ง Telegram ข้อหาช่วยเหลือผู้ก่อการร้าย TON อาจได้รับผลกระทบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Durov และ Telegram ยังคงตกอยู่ในแรงกดดันจากหลายรัฐบาลพร้อมกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่ากังวลมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาของคนในฝรั่งเศส แต่เป็นสัญญาณเตือนให้เจ้าของคริปโตทุกคนทั่วโลกต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว การที่คนร้ายสามารถระบุตัวเหยื่อได้จากข้อมูลที่รั่วไหลและกิจกรรมบนบล็อกเชนที่ตรวจสอบได้สาธารณะ หมายความว่าการโอ้อวดว่าตัวเองถือคริปโตจำนวนมากในโซเชียลมีเดียอาจเป็นอันตรายในโลกจริง สำหรับประเด็น Telegram กับรัฐบาลฝรั่งเศส ต้องจับตาดูว่าจะมีกฎหมายหรือนโยบายใหม่ออกมาบังคับใช้หรือไม่ เพราะถ้า Telegram ถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูล ผลกระทบจะกว้างกว่าแค่ฝรั่งเศสแน่นอน

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Cointelegraph