bitkub-banner

ดอลลาร์ครองโลก SWIFT ทุบสถิติ 51.1% สวนเรื่องเล่า BRICS ฆ่าดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • SWIFT เปิดข้อมูลเดือนมีนาคม 2026 สัดส่วนดอลลาร์ในการชำระเงินระหว่างประเทศแตะ 51.1% สถิติสูงสุดใหม่ เพิ่มจากราว 38-40% ในปี 2022
  • เรื่องเล่า BRICS จะฆ่าดอลลาร์ที่อินฟลูคริปโตขายมา 3 ปีไม่เกิดขึ้นจริง อินเดียค้านการ dedollarization และรัสเซียพิจารณากลับมาใช้ดอลลาร์ ขณะที่หยวนยังครองส่วนแบ่งเพียง 3.1%
  • Bitcoin มี correlation -0.90 กับ DXY ในเดือนเมษายน 2026 ชี้ว่า Bitcoin ไม่ใช่ anti-dollar แต่เป็น risk asset ที่ขยายตัวตามสภาพคล่องดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  NEUTRAL

ข่าวนี้เป็นกลางต่อราคา Bitcoin ในระยะสั้น เพราะแม้ทฤษฎี dedollarization จะถูกหักล้างด้วยข้อมูล SWIFT แต่ Bitcoin เคลื่อนไหวตามสภาพคล่องดอลลาร์ไม่ใช่ตามทฤษฎี anti-dollar นักลงทุนที่เข้าใจ correlation จริงระหว่าง BTC กับ DXY ยังลงทุนได้ปกติ แต่ต้องปรับเหตุผลในการถือใหม่

เป็นเวลา 3 ปีที่อินฟลูสายคริปโตและนักวิเคราะห์มาโครครึ่งโลกพร่ำบอกเราว่า “ดอลลาร์กำลังจะตาย” BRICS จะโค่นบัลลังก์ดอลลาร์ น้ำมันจะซื้อขายด้วยหยวน และ Bitcoin จะกลายเป็นเงินสำรองของโลกใบใหม่ นักเทรดไทยจำนวนมากซื้อ Bitcoin ด้วยความเชื่อนี้ ในฐานะ “ที่หลบภัยจากดอลลาร์ที่กำลังล่มสลาย”

แล้ววันที่ 23 เมษายน 2026 ข้อมูลจริงจาก SWIFT ก็ตบหน้าเรื่องเล่านี้แบบจัง สัดส่วนการใช้ดอลลาร์ในการชำระเงินระหว่างประเทศพุ่งแตะ 51.1% ในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ SWIFT ปรับวิธีเก็บข้อมูลในปี 2023 เพิ่มจาก 49.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และเพิ่มจากระดับราว 38-40% ในปี 2022

อ่านอีกรอบนะครับ สามปีที่ทุกคนตะโกนว่า “ดอลลาร์ตายแล้ว” ดอลลาร์กลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเกือบ 13 จุด คำถามคือ ใครโกหกใคร และนักเทรดไทยที่ซื้อ Bitcoin เพราะเชื่อเรื่องนี้ ตอนนี้ควรคิดอย่างไร?

เรื่องเล่า BRICS ฆ่าดอลลาร์ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

เรื่องเล่า BRICS ฆ่าดอลลาร์ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ภาพจาก AI

ย้อนกลับไปปี 2022 หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน สหรัฐฯ ตัดธนาคารรัสเซียออกจาก SWIFT แล้วอายัดทุนสำรองรัสเซียกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ คนทั้งโลกตกใจ “ดอลลาร์ถูกอาวุธทางการเงินไปแล้ว” ประเทศอื่นต้องหนี ตั้งแต่นั้นมา เรื่องเล่าเรื่อง dedollarization ก็ดังขึ้นเรื่อยๆ

BRICS จะออกสกุลเงินใหม่ ซาอุดิอาระเบียจะรับหยวนแทนดอลลาร์ จีนจะดัน CIPS แทน SWIFT รัสเซียเลิกใช้ดอลลาร์แล้ว อินเดียซื้อน้ำมันด้วยรูปี อินฟลูบางคนถึงขั้นบอกว่า “ปีหน้าดอลลาร์จะเหลือไม่ถึง 30% ของการชำระเงินโลก” และทุกคนก็ปิดท้ายด้วย “ซื้อ Bitcoin ก่อนสาย”

แต่ความจริงล่ะ? ความจริงคือ ไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการของ BRICS เรื่อง dedollarization เลย การประชุม BRIC ครั้งแรกในปี 2009 พูดเพียงคลุมเครือว่าอยากเห็น “ระบบการเงินระหว่างประเทศที่หลากหลายขึ้น” เท่านั้น ส่วนอินเดียซึ่งเป็นสมาชิก BRICS ก็ออกมาคัดค้านการ dedollarization ตรงๆ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ Subrahmanyam Jaishankar ระบุชัดในเดือนมีนาคม 2025 ว่าดอลลาร์คือ “แหล่งที่มาของเสถียรภาพเศรษฐกิจระหว่างประเทศ”

ไม่หยุดแค่นั้น เดือนกุมภาพันธ์ 2026 Bloomberg เปิดเผยบันทึกภายในของรัสเซีย ที่ระบุว่ารัสเซียกำลังพิจารณากลับมาใช้ระบบชำระเงินดอลลาร์ถ้าสหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตร โฆษกเครมลิน Dmitry Peskov ถึงขั้นต้องออกมาแก้ตัวว่าการใช้ดอลลาร์ในการค้ากับสหรัฐฯ ไม่ขัดกับนโยบาย dedollarization เพราะดอลลาร์เป็นสกุลเงินของสหรัฐฯ

พูดง่ายๆ คือ แม้แต่รัสเซียที่โดนคว่ำบาตรหนักที่สุด ยังอยากกลับมาใช้ดอลลาร์ แล้วเรื่องเล่า BRICS ฆ่าดอลลาร์ของอินฟลู มันเหลืออะไร?

ตัวเลข SWIFT ที่อินฟลูคริปโตไม่อยากให้คุณเห็น

ตัวเลข SWIFT ที่อินฟลูคริปโตไม่อยากให้คุณเห็น
ภาพจาก AI

ลองดูเส้นทางของสัดส่วนดอลลาร์ใน SWIFT แบบเรียงปี ดังนี้

  • ปลายปี 2021 ราว 40%
  • ต้นปี 2022 ราว 38-39% (ช่วงสงครามยูเครนปะทุ)
  • มีนาคม 2024 ที่ 47.37%
  • สิงหาคม 2024 ที่ 49.1% (สูงสุดในรอบ 12 ปี)
  • ธันวาคม 2025 ที่ 50.5%
  • กุมภาพันธ์ 2026 ที่ 49.2%
  • มีนาคม 2026 ที่ 51.1% (สถิติสูงสุดใหม่)

ส่วนหยวนของจีน ที่อินฟลูบอกว่ากำลังจะขึ้นมาแทนดอลลาร์? เดือนมีนาคม 2026 อยู่ที่ 3.1% ครับ ใช่ครับ สามจุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ดอลลาร์อยู่ที่ 51.1%

ที่ตลกร้ายกว่านั้นคือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่อินฟลูบอกว่าจะ “เร่งให้โลกหนีดอลลาร์” กลับกลายเป็นปัจจัยที่ดันดอลลาร์ขึ้นมาแทน เพราะเมื่อโลกผันผวน ทุกคนวิ่งหา “safe haven” ซึ่งก็คือดอลลาร์ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นยิ่งทำให้ความต้องการสภาพคล่องดอลลาร์เพิ่ม เพราะน้ำมันโลกราว 80% ยังซื้อขายด้วยดอลลาร์อยู่ดี

เรื่องนี้สื่อรัฐจีนเองยังยอมรับ ว่าไม่มีการประสานงานระดับโลกเรื่อง dedollarization จริงจัง CIPS ของจีนแม้จะขยายตัว แต่ก็ยังเล็กมากเมื่อเทียบกับ SWIFT

แล้วทำไม Bitcoin ถึงพุ่ง ทั้งที่ดอลลาร์แข็งกว่าเดิม

แล้วทำไม Bitcoin ถึงพุ่ง ทั้งที่ดอลลาร์แข็งกว่าเดิม
ภาพจาก AI

นี่คือคำถามที่ทำให้นักลงทุนไทยจำนวนมากปวดหัว ถ้าทฤษฎี “Bitcoin คือป้องกันความเสี่ยงจากดอลลาร์ที่กำลังตาย” ผิด แล้วทำไม Bitcoin ถึงพุ่งขึ้นมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา?

คำตอบคือ Bitcoin ไม่ได้เป็น “anti-dollar” อย่างที่อินฟลูเคยเล่า มันเป็น pro-dollar liquidity ต่างหาก

ในทางสถิติ Bitcoin มีความสัมพันธ์ผกผันกับ U.S. Dollar Index (DXY) มาโดยตลอด เมื่อ DXY แข็งค่า Bitcoin มักโดนกดดัน เมื่อ DXY อ่อนค่า Bitcoin มักวิ่ง ในเดือนเมษายน 2026 ค่าสัมประสิทธิ์ correlation 30 วันระหว่าง Bitcoin กับ DXY แตะ -0.90 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ผกผันที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี แปลว่าราว 81% ของการเคลื่อนไหวราคา Bitcoin เชื่อมโยงทางสถิติกับการเคลื่อนไหวของดอลลาร์

สังเกตให้ดี Bitcoin ไม่ได้วิ่งเพราะดอลลาร์ตาย Bitcoin วิ่งเพราะสภาพคล่องดอลลาร์ในระบบเพิ่ม เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ย เมื่อ Treasury ออกพันธบัตรเพิ่ม เมื่อสภาพคล่องโลกขยายตัว Bitcoin จะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ดูดเงินก้อนนั้นเข้าไป

ในปี 2026 เงินทุนสะสมที่ไหลเข้า spot Bitcoin ETF ทะลุ 53,000 ล้านดอลลาร์ คนที่ซื้อไม่ใช่นักรบ “hard money” ที่เกลียดเฟด คนที่ซื้อคือ กองทุนสถาบันที่อยู่ในระบบดอลลาร์ ใช้ดอลลาร์ซื้อ ใช้ดอลลาร์ขาย และเก็บกำไรเป็นดอลลาร์

ลองคิดดู ถ้า Bitcoin เป็นศัตรูของดอลลาร์จริง BlackRock, Fidelity, และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ใหญ่ๆ จะแห่ซื้อทำไม? พวกเขาไม่ได้ซื้อเพื่อหนีดอลลาร์ พวกเขาซื้อเพราะ Bitcoin คือ “สินทรัพย์เสี่ยงที่ขยายตัวตามสภาพคล่องดอลลาร์” ต่างหาก

ทฤษฎี Sound Money ปะทะความจริงทางสถิติ

ทฤษฎี Sound Money ปะทะความจริงทางสถิติ
ภาพจาก AI

นี่คือจุดที่กระทบใจ Bitcoin maxi ของไทยจริงๆ เรื่องเล่า “sound money vs fiat” ที่ขายกันมาเป็นสิบปี ที่บอกว่า Bitcoin คือเงินที่เป็นอิสระจากระบบธนาคารกลาง คือทางหนีจากเงินเฟ้อที่รัฐสร้างขึ้น คือ “ทองคำดิจิทัล” ของยุคใหม่

ข้อมูลทางสถิติบอกอีกเรื่องครับ ถ้า Bitcoin เป็นเงินที่แท้จริงและเป็นอิสระจากระบบ fiat จริง ราคามันไม่ควรมี correlation -0.90 กับ DXY มันควรเคลื่อนไหวตาม fundamental ของตัวเอง เช่น hash rate, การใช้งาน, supply schedule แต่ความจริงคือ Bitcoin เคลื่อนไหวตาม macro ของดอลลาร์เป็นหลัก

ในตลาดขาลงปี 2022 Bitcoin ทำจุดต่ำสุดภายใน 6 สัปดาห์หลัง DXY ทำจุดสูงสุด การกลับตัวของ Bitcoin ในปี 2023 ก็ตามหลัง DXY ที่อ่อนค่า การวิ่งครั้งใหญ่ในปี 2024-2025 ก็เกิดขึ้นในช่วงที่เฟดเริ่มลดดอกเบี้ย และเงินดอลลาร์ในระบบขยายตัว

นี่ไม่ใช่ “sound money หนี fiat” นี่คือ “risk asset ขี่คลื่นสภาพคล่อง fiat” ต่างหาก ความจริงนี้ไม่ได้ทำให้ Bitcoin แย่ลงในฐานะการลงทุน แต่มันทำลายเรื่องเล่าเชิงอุดมการณ์ที่อินฟลูใช้ขายมาตลอด

นักเทรดไทยควรอ่านเกมใหม่อย่างไร

นักเทรดไทยควรอ่านเกมใหม่อย่างไร
ภาพจาก AI

ถ้าคุณคือนักลงทุนไทยที่ซื้อ Bitcoin ตั้งแต่ปี 2022-2023 ด้วยเหตุผลว่า “ดอลลาร์กำลังตาย” หรือ “BRICS จะโค่นดอลลาร์” ข่าวร้ายคือเหตุผลที่คุณใช้ตัดสินใจผิด ข่าวดีคือผลตอบแทนคุณยังอาจกำไรได้ เพราะเหตุผลที่ Bitcoin วิ่งจริงๆ ต่างจากที่คุณคิด

สิ่งที่ต้องปรับมุมมองตั้งแต่วันนี้ ดังนี้

  • ติดตาม DXY ก่อนติดตามข่าว BRICS เพราะ DXY บอกทิศทาง Bitcoin ได้แม่นกว่าเรื่องเล่าทางการเมือง
  • ติดตามนโยบายเฟด เป็นสำคัญที่สุด เพราะ Bitcoin ตอบสนองต่อสภาพคล่องดอลลาร์ ไม่ใช่ตอบสนองต่อการประชุม BRICS
  • เลิกฟังอินฟลูที่ขายเรื่อง dedollarization โดยไม่อ้างข้อมูล SWIFT จริง พวกเขาขายอารมณ์ ไม่ได้ขายความจริง
  • มอง Bitcoin เป็น risk asset ที่ทำหน้าที่ขยายตัวตามสภาพคล่อง ไม่ใช่ “ที่หลบภัย” จากระบบ fiat
  • ระวังตอนดอลลาร์แข็ง เพราะถ้าดอลลาร์ทุบสถิติแล้วยังขยับขึ้นต่อ Bitcoin มักจะโดนกดดันตามมาในระยะสั้น

นี่ไม่ใช่การบอกให้ขาย Bitcoin นะครับ แต่เป็นการบอกให้ “รู้ว่าทำไมเราถือ” คนที่ถือเพราะเข้าใจ macro จริงๆ จะรู้ว่าควรซื้อหรือลดน้ำหนักตอนไหน คนที่ถือเพราะเชื่อเรื่องเล่า “ดอลลาร์ตาย” จะหลงทางเมื่อข้อมูลจริงสวนทางกับเรื่องเล่า

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมเขียนเรื่องนี้แล้วเหนื่อยใจกับวงการคริปโตไทยพอสมควรครับ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผมเห็นเพื่อนหลายคนซื้อ Bitcoin ด้วยเหตุผลผิดๆ บางคนเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาทุ่ม เพราะเชื่อว่า “อีกไม่นานดอลลาร์จะกลายเป็นเศษกระดาษ” บางคนถึงขั้นเลิกถือเงินดอลลาร์เลย เพราะเชื่ออินฟลูที่บอกว่า BRICS จะออกสกุลเงินใหม่ภายในปีหน้า

ทุกวันนี้ผ่านไป 3 ปี ดอลลาร์ไม่ตาย แต่แข็งแกร่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่วน BRICS ก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะใช้สกุลเงินอะไร อินเดียบอกดอลลาร์ดี รัสเซียอยากกลับมาใช้ดอลลาร์ จีนเองก็ยังต้องพึ่งดอลลาร์ในการค้าโลก แล้วใครคือคนที่หลงเชื่อจริงจัง? ก็นักเทรดรายย่อยที่ฟังอินฟลูครับ

ผมไม่ได้บอกว่า Bitcoin ไม่ดี ตรงกันข้าม ผมเชื่อว่า Bitcoin ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในพอร์ต แต่เหตุผลที่ถือต้องถูกต้อง ถ้าคุณถือเพราะเข้าใจว่ามันคือ risk asset ที่ตอบสนองต่อสภาพคล่องโลก เข้าใจว่ามันมี correlation กับ DXY เข้าใจว่ามันคือเดิมพันต่อนโยบายเฟด แบบนี้คุณจะเล่นได้แม่น แต่ถ้าคุณถือเพราะคิดว่าเป็น “เงินทดแทนดอลลาร์” คุณจะตกใจทุกครั้งที่ข้อมูลจริงออกมาขัดกับเรื่องเล่า

สิ่งที่ผมอยากฝากที่สุดคือ เลิกฟังอินฟลูที่ขายอารมณ์ แล้วหันมาดูข้อมูลจริง SWIFT, BIS, IMF, Federal Reserve เปิดเผยข้อมูลฟรีหมด ใช้เวลาอ่านสัก 30 นาทีต่อเดือน ดีกว่าฟังคลิป YouTube 10 ชั่วโมงที่ขายความกลัว ตัวเลข SWIFT 51.1% นี้คือบทเรียนราคาแพงสำหรับคนที่ตัดสินใจลงทุนด้วยอุดมการณ์แทนที่จะใช้ข้อมูล

สุดท้ายแล้ว ดอลลาร์อาจจะไม่ครองโลกตลอดไป สักวันหนึ่งระเบียบโลกการเงินอาจเปลี่ยน แต่วันนั้นไม่ใช่วันนี้ และไม่ใช่ปีหน้า สำหรับนักเทรดที่ต้องตัดสินใจในกรอบเวลา 1-5 ปี ดอลลาร์ยังคงเป็นแกนกลางของระบบ และ Bitcoin ก็ยังเล่นในระบบนั้น ไม่ใช่อยู่ตรงข้ามกับมัน เข้าใจตรงนี้ก่อน แล้วการลงทุนของคุณจะมีเหตุผลขึ้นมาก

ภาพจาก AI