bitkub-banner

Lightspark จับมือ Visa เปิดตัว Grid Global Accounts รองรับ Stablecoin ใน 65 ประเทศ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Lightspark ของ David Marcus เปิดตัว Grid Global Accounts ผลิตภัณฑ์ธนาคารระดับองค์กรที่ให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถออกบัญชีดอลลาร์, แปลงสเตเบิลคอยน์, ออกบัตรเดบิต Visa และให้บริการแลกเงินตราต่างประเทศทันทีในกว่า 65 ประเทศ
  • ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้มุ่งเปลี่ยนต้นทุนการชำระเงินระหว่างประเทศให้กลายเป็นแหล่งรายได้สำหรับธุรกิจ โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ร่วมกับเครือข่าย Visa
  • ความร่วมมือนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินรายใหญ่กำลังเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์อย่างจริงจัง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ Lightspark นำสเตเบิลคอยน์เข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานระดับ Visa ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและการใช้งานจริงของสเตเบิลคอยน์ในระดับสถาบัน ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อระบบนิเวศคริปโตในระยะยาว แม้ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจะยังไม่ชัดเจนนัก

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา David Marcus ผู้ก่อตั้ง Lightspark และอดีตหัวหน้าโปรเจกต์คริปโตของ Meta ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ชื่อ “Grid Global Accounts” ซึ่งเป็นบริการธนาคารระดับองค์กรที่ช่วยให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถออกบัญชีดอลลาร์ให้แก่ผู้ใช้ รองรับการแปลงสเตเบิลคอยน์ ออกบัตรเดบิต Visa รวมถึงให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบทันทีในกว่า 65 ประเทศทั่วโลก ตามรายงานจาก Cointelegraph โดย Lightspark วางเป้าหมายที่จะเปลี่ยนต้นทุนการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งปกติเป็นภาระของธุรกิจ ให้กลายเป็นแหล่งรายได้แทน ผลิตภัณฑ์นี้ดึงเอาความร่วมมือกับเครือข่าย Visa มาเป็นแกนกลางในการออกบัตรเดบิตและรองรับการชำระเงิน

Grid Global Accounts คืออะไร และทำงานอย่างไร

Grid Global Accounts เป็นผลิตภัณฑ์ที่ Lightspark ออกแบบมาสำหรับธุรกิจและแพลตฟอร์มที่ต้องการฝังระบบการชำระเงินระดับโลกเข้าไปในบริการของตัวเอง แพลตฟอร์มที่ใช้งาน Grid Global Accounts จะสามารถออกบัญชีดอลลาร์ที่มีแบรนด์ของตัวเองให้กับลูกค้า พร้อมรองรับการแปลงสเตเบิลคอยน์ ออกบัตรเดบิต Visa และให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ทันทีใน 65 ประเทศ หัวใจของผลิตภัณฑ์นี้คือการเปลี่ยน “ต้นทุน” ของการโอนเงินระหว่างประเทศให้เป็น “รายได้” แทน ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าสนใจมากในแง่ธุรกิจ

Lightspark มีเทคโนโลยีสนับสนุนอย่าง Universal Money Address (UMA) และ Spark ซึ่งเป็น Bitcoin Layer 2 ที่ทำงานร่วมกับ Lightning Network ได้ ทำให้การเคลื่อนย้าย Bitcoin และสเตเบิลคอยน์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จึงเป็นการต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานที่ Lightspark สร้างมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2565

Visa กับสเตเบิลคอยน์ ยุทธศาสตร์ที่ขยายตัวไม่หยุด

ความร่วมมือกับ Lightspark ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวของ Visa ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์อย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้ Visa ได้เปิดตัวบริการชำระเงินด้วย USDC บนบล็อกเชน Solana ในสหรัฐฯ เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 มีปริมาณการชำระเงินผ่านสเตเบิลคอยน์ในอัตรารายปีแตะ 3.5 พันล้านดอลลาร์ และมีโปรแกรมออกบัตรที่ผูกกับสเตเบิลคอยน์มากกว่า 130 โปรแกรมในกว่า 40 ประเทศ นอกจากนี้ยังจับมือกับ BVNK และ Bridge เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ออกไปอีก

สิ่งที่ต้องระวังในการรายงานข่าวนี้คือ Cointelegraph ระบุว่า Lightspark ได้เป็น “principal member” ของเครือข่าย Visa โดยตรง แต่จากรายละเอียดที่ Lightspark ประกาศผ่าน Forbes นั้น ความร่วมมือน่าจะเป็นในลักษณะที่ Lightspark อาศัยความสัมพันธ์กับธนาคารพาร์ทเนอร์ที่เป็นสมาชิก Visa เพื่อออกบัตรเดบิตผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง มากกว่าที่ Lightspark จะเป็นสมาชิกโดยตรง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Lightspark ผนึกกำลัง Revolut เปิดตัวระบบการชำระเงิน Bitcoin ผ่านเครือข่าย Lightning Network และ Nubank ธนาคารดิจิทัลบราซิล จับมือกับ Lightspark เปิดตัว Bitcoin Lightning Network บนแพลตฟอร์ม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Lightspark กำลังสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการเงินระดับโลกอย่างต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเคลื่อนไหวของ Lightspark ครั้งนี้น่าสนใจมาก เพราะ David Marcus คือคนที่เคยพยายามสร้าง Libra/Diem ให้ Meta มาก่อน ซึ่งตายไปเพราะแรงต้านจากกฎระเบียบ แต่ตอนนี้เขากลับมาสร้างสิ่งเดียวกันในรูปแบบที่ฉลาดกว่า โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วอย่าง Visa และ Lightning Network แทนที่จะสร้างทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ศูนย์ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือจะมีแพลตฟอร์มรายใดนำ Grid Global Accounts ไปใช้บ้าง และปริมาณการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร เพราะนั่นคือตัวชี้วัดที่แท้จริงว่าโปรดักส์นี้จะสำเร็จหรือไม่

ที่มา: @Cointelegraph

เครดิตภาพจาก @Scottrades