bitkub-banner

ส.ว. Tillis ดัน CLARITY Act เข้าโหวตวุฒิสภาสหรัฐฯ พ.ค. 2569

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วันที่ 29 เม.ย. 2569 ส.ว. Thom Tillis ประกาศว่า CLARITY Act พร้อมสำหรับการพิจารณาของคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ และเร่งให้ประธานคณะกรรมการ Tim Scott นัดหมายการประชุม markup หลังความล่าช้ามาหลายสัปดาห์
  • Tillis ระบุว่าได้ข้อสรุปเป็น “ฉันทามติที่สำคัญ” แล้ว โดยข้อพิพาทหลักเรื่องผลตอบแทน Stablecoin ระหว่างอุตสาหกรรมคริปโตและธนาคารได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่ง และคาดว่าจะผลักดัน markup ได้เร็วที่สุดในวันที่ 11 พ.ค. 2569
  • หากผ่านขั้น markup ได้สำเร็จ กฎหมายนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การกำหนดกรอบกำกับดูแลคริปโตที่ชัดเจนในสหรัฐฯ ครอบคลุมการแบ่งอำนาจระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ความคืบหน้าของ CLARITY Act เป็นสัญญาณบวกสำหรับตลาดคริปโต เนื่องจากหากกฎหมายผ่านได้สำเร็จจะให้ความชัดเจนทางกฎหมายแก่อุตสาหกรรม ลดความไม่แน่นอนที่กดดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมายาวนาน และเปิดทางให้สถาบันการเงินเข้ามาลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ส.ว. Thom Tillis จากพรรครีพับลิกัน รัฐนอร์ธแคโรไลนา ได้ประกาศว่า Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act พร้อมสำหรับขั้นตอน markup ของคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ แล้ว โดย Tillis ได้เร่งเร้าให้ประธานคณะกรรมการ Tim Scott เดินหน้านัดหมายการประชุมหลังจากที่กฎหมายนี้ล่าช้ามาหลายสัปดาห์ ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่เผยแพร่บน X โดย Tillis ระบุว่าได้บรรลุ “ฉันทามติที่สำคัญ” บนร่างกฎหมายแล้ว และปัญหาหลักของภาคธนาคารที่เกี่ยวกับผลตอบแทน Stablecoin ได้รับการแก้ไขในการเจรจาล่าสุด นอกจากนี้เขายังระบุว่าจะผลักดันให้เกิด markup เร็วที่สุดในวันที่ 11 พ.ค. 2569 หลังจากที่วุฒิสภากลับมาจากการพักสมัยประชุม

CLARITY Act คืออะไร และมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

CLARITY Act หรือชื่อทางการคือ H.R. 3633 ถูกเสนอโดยประธานคณะกรรมการบริการทางการเงินสภาผู้แทนราษฎร French Hill เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 และผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เสียงเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 ด้วยความสนับสนุนจากสองพรรค ก่อนจะถูกส่งต่อให้คณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาพิจารณา ซึ่งเป็นจุดที่ความคืบหน้าหยุดนิ่งมานานกว่าครึ่งปี

เป้าหมายหลักของกฎหมายนี้คือการสร้างกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนในสหรัฐฯ โดยแบ่งสินทรัพย์คริปโตออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทสินค้าโภคภัณฑ์ (digital commodity) สินทรัพย์ตามสัญญาการลงทุน (investment contract asset) และ Stablecoin ที่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะช่วยกำหนดว่าหน่วยงานใดระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC จะมีอำนาจกำกับดูแลแต่ละประเภท และยังรวมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างการห้ามนำเงินของลูกค้าและของบริษัทมาปะปนกัน รวมถึงข้อกำหนดด้านเงินทุนและสภาพคล่อง

อุปสรรคที่เคยสกัดและก้าวต่อไปที่ต้องจับตา

ความล่าช้าหลักของร่างกฎหมายนี้มาจากข้อพิพาทระหว่างอุตสาหกรรมคริปโตและภาคธนาคารในเรื่องการให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือ Stablecoin รวมถึงการนำกฎหมายอาญาที่มีอายุกว่า 60 ปีมาบังคับใช้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์คริปโตที่ไม่ใช่ผู้ดูแลสินทรัพย์ ซึ่ง Tillis เองก็สนับสนุนแนวทางของ ส.ว. Cynthia Lummis ในการจำกัดการใช้กฎหมายดังกล่าว โดย Tillis ระบุว่าจะปล่อยร่างกฎหมายฉบับอัปเดตเรื่อง Stablecoin yield ล่วงหน้า 4-5 วันก่อนการไต่สวน เพื่อให้อุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ตรวจสอบ

นักวิเคราะห์และผู้เกี่ยวข้องในวงการต่างเตือนถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ เนื่องจากหน้าต่างเวลาทางนิติบัญญัติกำลังแคบลงเรื่อย ๆ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และหากยังไม่มีความคืบหน้า กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตที่ครอบคลุมอาจถูกเลื่อนออกไปอีกหลายปี ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ส.ว. รีพับลิกันขู่คว่ำกฎหมาย Clarity Act หากไม่สั่งห้ามทรัมป์โปรโมตเหรียญคริปโต และก่อนหน้านั้น Donald Trump ประกาศกลางงานคริปโตว่าจะไม่ยอมให้ธนาคารขวาง Clarity Act ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเมืองรอบกฎหมายนี้ยังคงซับซ้อนและตึงเครียด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Tillis ออกมาประกาศแบบนี้เป็นสัญญาณที่ดีกว่าที่คาดไว้มาก เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าร่างหลุดออกจากตารางวุฒิสภาไปแล้ว แต่ก็ยังต้องดูต่อว่าเมื่อวุฒิสภากลับมาในวันที่ 11 พ.ค. จะสามารถนัด markup ได้จริงหรือเปล่า เพราะในอดีตกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ มักสะดุดในชั่วโมงสุดท้ายเสมอ สิ่งที่ต้องจับตาคือท่าทีของ Tim Scott ว่าจะตอบรับคำเรียกร้องของ Tillis หรือไม่ และจะมีเซอร์ไพรส์ทางการเมืองเพิ่มเติมหรือเปล่า ถ้า markup ผ่านได้จริงในเดือน พ.ค. นี้ ก็จะเป็นก้าวที่สำคัญที่สุดของกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ ในรอบหลายปี

ที่มา: @CryptoRover

เครดิตภาพจาก @CryptoRover