สรุปข่าว
- Berkshire Hathaway รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 โดยมีเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลรวม 380,000 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาล
- บริษัทขายหุ้นสุทธิ 8,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก นับเป็นการขายสุทธิไตรมาสที่ 14 ติดต่อกัน สะท้อนท่าทีระมัดระวังของ Greg Abel ในฐานะ CEO คนใหม่
- นักลงทุนจับตาว่า Berkshire จะใช้เงินสดก้อนนี้เพื่อเข้าซื้อกิจการในช่วงตลาดปั่นป่วนหรือไม่ ตามรูปแบบที่ Warren Buffett เคยทำในวิกฤตการเงินปี 2551
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การสะสมเงินสดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของ Berkshire เป็นสัญญาณระมัดระวังในตลาดหุ้น แต่ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโต เนื่องจาก Berkshire ไม่ได้มีสถานะในสินทรัพย์ดิจิทัล สัญญาณ risk-off นี้อาจกดดันตลาดได้เล็กน้อยในระยะสั้น แต่ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนทิศทางตลาดแต่อย่างใด
Berkshire Hathaway รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่ายอดเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของบริษัทพุ่งสูงถึง 380,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาล ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter บริษัทยังขายหุ้นสุทธิ 8,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ นับเป็นการขายสุทธิติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 14 และนี่ยังเป็นไตรมาสแรกภายใต้การนำของ Greg Abel ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ หลังจาก Warren Buffett ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568
เงินสด 380,000 ล้านดอลลาร์ มากแค่ไหน
ตัวเลข 380,000 ล้านดอลลาร์คือจำนวนเงินที่มากกว่า GDP ของประเทศส่วนใหญ่ในโลก และมากกว่ามูลค่า ETF Bitcoin ทั้งหมดที่มีอยู่ในสหรัฐฯ หลายเท่า เงินก้อนนี้ประกอบด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดราว 360,000 ล้านดอลลาร์ และพันธบัตรรัฐบาลที่ซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้รับโอนอีกประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากเกือบ 382,000 ล้านดอลลาร์ที่รายงานไว้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2568 เล็กน้อย แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ
หากดูกราฟย้อนหลังตั้งแต่ปี 2534 จะเห็นว่าเงินสดของ Berkshire เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ราวปี 2553 โดยในช่วงปลายปี 2567 บริษัทมีเงินสดอยู่ที่ 325,200 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีครึ่ง
ขายหุ้นติดต่อกัน 14 ไตรมาส สัญญาณอะไร
การที่ Berkshire ขายหุ้นสุทธิติดต่อกันถึง 14 ไตรมาสโดยไม่ซื้อเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นสัญญาณที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก เพราะแนวทางของ Buffett ในอดีตคือการสะสมเงินสดจำนวนมากเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อกิจการในภาวะที่ตลาดตกต่ำ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือช่วงวิกฤตการเงินปี 2551 ที่บริษัทใช้เงินสดเข้าซื้อสินทรัพย์ในราคาถูก ท่าทีระมัดระวังนี้อาจสะท้อนว่าทั้ง Buffett และ Abel มองว่าราคาหุ้นในตลาดยังสูงเกินกว่าจะเข้าซื้อในเชิง value investing ได้อย่างสมเหตุสมผล
สำหรับผลประกอบการไตรมาสแรกนี้ยังมีความพิเศษตรงที่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่ Greg Abel นั่งเก้าอี้ CEO อย่างเป็นทางการ โดย Warren Buffett ยังคงดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอยู่ ทิศทางการลงทุนที่ระมัดระวังนี้จึงสะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องของปรัชญาการลงทุนแบบ Berkshire ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามผู้บริหารใหม่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 380,000 ล้านดอลลาร์ของ Berkshire นี้น่าจับตามองมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ใช่แค่การรายงานผลประกอบการธรรมดา แต่เป็นสัญญาณที่บอกว่า Buffett และ Abel ยังไม่เห็นอะไรน่าซื้อในตลาดหุ้นขณะนี้ คำถามที่น่าสนใจคือ ถ้าตลาดร่วงแรงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เงินก้อนนี้จะไปอยู่ที่ไหน จะซื้อกิจการใหญ่ หรือหุ้นอีกครั้ง สิ่งที่ต้องจับตาคือการประชุมผู้ถือหุ้นและ filing ครั้งต่อไป ว่า Berkshire เริ่มเดินหน้าลงทุนหรือยังคงนิ่งรอต่อไป
ที่มา: @KobeissiLetter
เครดิตภาพจาก @OnlyOTrades
