bitkub-banner

น้ำมันพุ่งแตะ $107 หลังสื่ออิหร่านรายงานโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สื่อของรัฐอิหร่าน (Fars) รายงานว่ามีการยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ใกล้เกาะ Jask ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งสู่ระดับ $109.88 ต่อบาร์เรล
  • รายงานดังกล่าวมาจากสำนักข่าวอิหร่านเพียงแห่งเดียวและยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการสหรัฐฯ ขณะที่ Trump ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อเรือที่มุ่งหน้าเข้าท่าเรืออิหร่าน
  • ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงต่อเนื่องจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกและเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยกระดับขึ้นอีกครั้งสร้างบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) ซึ่งมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในระยะสั้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีการยืนยันการโจมตีจริง แรงเทขายในตลาดการเงินโลกอาจรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงถูกล้างพอร์ตสถานะ Long ของ Bitcoin กว่า $6.8 พันล้าน หากราคาร่วงลง $5,000

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 สำนักข่าว Fars ของรัฐอิหร่านรายงานว่ามีการยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบสหรัฐฯ บริเวณใกล้เกาะ Jask ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่เรือดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent Crude พุ่งแตะ $109.88 ต่อบาร์เรล ตามรายงานจาก Ash Crypto อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังมาจากสื่อของรัฐอิหร่านเพียงแหล่งเดียวและยังไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หรือสำนักข่าวอิสระอื่น ๆ ในเวลาเดียวกัน ประธานาธิบดี Trump ได้ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อเรือทุกลำที่มุ่งหน้าไปยังท่าเรืออิหร่าน หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว

ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็น “จุดร้อน” ของตลาดน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดของโลก คิดเป็น 20-30% ของปริมาณน้ำมันทั้งหมดที่ส่งออกทางทะเล การปิดกั้นเส้นทางนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจึงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาพลังงานให้พุ่งสูงทั่วโลก ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ราคา Brent ทะลุ $107 ต่อบาร์เรลไปแล้ว และเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ยังเคยพุ่งแตะ $120 ต่อบาร์เรลชั่วคราว ก่อนปรับลงมาที่ราว $113

กองทัพเรืออิหร่านประกาศให้แบตเตอรี่ป้องกันชายฝั่งอยู่ในสถานะพร้อมรบเต็มที่ และรายงานว่าได้ขัดขวางไม่ให้เรือรบสหรัฐฯ เข้าสู่เขตควบคุมที่อิหร่านกำหนดขึ้นใหม่ในช่องแคบ ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้มาหลังจากที่เมื่อวันที่ 19 เม.ย. กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยึดเรือสินค้าสัญชาติอิหร่านชื่อ Touska ในอ่าวโอมาน ซึ่งอิหร่านประณามว่าเป็น “การโจรสลัดด้วยอาวุธ” และขู่จะตอบโต้

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและความเสี่ยงที่ต้องจับตา

ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ยกระดับขึ้นอีกครั้งสร้างบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก โดยในฝั่งคริปโต มีรายงานว่าหากราคา Bitcoin ร่วงลงอีก $5,000 จะเกิดความเสี่ยงถูกล้างพอร์ตในสถานะ Long รวมกันกว่า $6.8 พันล้าน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin แกว่งใกล้ $78,700 หลังอิหร่านขู่โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์นี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดมาอย่างต่อเนื่องแล้ว

ที่น่าสังเกตคือ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา อิหร่านยังได้ประกาศกำหนดให้เรือน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องชำระค่าผ่านทางในรูปแบบ Bitcoin ซึ่งเป็นการนำคริปโตเข้ามาเชื่อมโยงกับโครงสร้างการค้าระหว่างประเทศโดยตรง สถานการณ์นี้ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขามินนีแอโพลิสเคยเตือนไว้ว่าหากสงครามยืดเยื้อ อาจบังคับให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะยิ่งกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอีกทางหนึ่ง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้คือ “กับระเบิดที่รอจุดชนวน” มากกว่าสงครามที่ปะทุขึ้นแล้วเต็มรูปแบบ รายงานการโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ยังมาจากสื่อรัฐอิหร่านเพียงแหล่งเดียว ซึ่งต้องรอการยืนยันจากฝั่งสหรัฐฯ ก่อน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเช่นกัน เพราะถ้าสหรัฐฯ ยืนยันว่าเรือรบถูกโจมตีจริง ปฏิกิริยาของตลาดทั่วโลกจะรุนแรงกว่าที่เห็นตอนนี้มาก สิ่งที่ต้องจับตาคือการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในชั่วโมงถัดไป

ที่มา: @AshCrypto

เครดิตภาพจาก @PublicNewsX