สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin แสดงความแข็งแกร่งด้วยการรักษาระดับเหนือ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นก็ตาม
- กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสุทธิกลับเข้ามาได้กว่า 197.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเงินทุนไหลออกติดต่อกันยาวนานถึง 8 สัปดาห์ลงได้อย่างสวยงาม
- ข้อมูลจาก Glassnode เผยให้เห็นว่าแรงขายในตลาดสปอตชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญโดยในเดือนมิถุนายนมีแรงขายเฉลี่ยสูงถึงเกือบ 2,000 Bitcoin ต่อวันแต่พอเข้าสู่เดือนกรกฎาคมตัวเลขนี้กลับลดลงเหลือเพียงเฉลี่ย 53 Bitcoin ต่อวันเท่านั้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ในระยะสั้นเนื่องจากแรงเทขายจากกลุ่มนักลงทุนที่มักจะ panic sell เริ่มหายไปจากตลาดและเริ่มมีเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่กองทุน ETF อีกครั้งแต่ตลาดในภาพรวมยังคงต้องการแรงซื้อสปอตมาช่วยหนุนเพิ่มเติมเพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้น
ตลาด Bitcoin เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวหลังจากที่ราคาดิ่งลงไปกว่า 28% ในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์เริ่มเห็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าแรงกดดันจากการ panic sell ที่ครอบงำตลาดมานานหลายเดือนอาจจะกำลังสิ้นสุดลงเนื่องจากกลุ่มผู้ขายไม่เหลือช่องว่างให้ทำกำไรจากการกดราคาอีกต่อไป
ความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งราคา Bitcoin แทบจะไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้จะมีข่าวการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกาและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งภาพนี้แตกต่างจากพฤติกรรมของตลาดในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนอย่างสิ้นเชิงที่ราคามักจะร่วงลงอย่างหนักเมื่อมีข่าวความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มนักลงทุนที่ใจไม่แข็งพอได้เทขายและออกจากตลาดไปเกือบหมดแล้ว
นอกจากนี้เม็ดเงินที่ไหลกลับเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ช่วยยืนยันว่าผู้ขายรายสุดท้ายในตลาดกำลังหมดแรงลง อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์อาวุโสจาก FxPro ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการฟื้นตัวของราคาจากจุดต่ำสุดของปีที่ 57,700 ดอลลาร์สหรัฐในรอบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักเทรดรายย่อยในตลาดฟิวเจอร์สเป็นหลัก
ในขณะที่แรงซื้อในตลาดสปอตของจริงยังไม่ได้กลับมาอย่างเต็มที่ ซึ่งหากตลาดสปอตยังขาดสภาพคล่องฝั่งซื้อ ราคาก็อาจจะเคลื่อนไหวออกข้างหรือไซด์เวย์ต่อไปได้อีกหลายเดือน
สิ่งที่ทุกคนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้คือการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI ของสหรัฐอเมริกาประจำเดือนมิถุนายนในวันอังคาร รวมถึงการขึ้นแถลงต่อสภาคองเกรสครั้งแรกของ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ซึ่งเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าการฟื้นตัวของตลาดรอบนี้จะไปต่อได้อย่างแข็งแกร่งหรือจะสะดุดลงกลางทาง
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการฟื้นตัวของราคา Bitcoin ในรอบนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่ช่วยล้างกลุ่มนักลงทุนระยะสั้นที่ชอบ panic sell ออกไปจากระบบ การที่ราคาไม่ร่วงลงตามข่าวสงครามแสดงให้เห็นว่าฐานราคาบริเวณ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐเริ่มมีความแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือมากขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นการที่แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากตลาดอนุพันธ์และฟิวเจอร์สก็เป็นสิ่งที่เตือนใจว่าขาขึ้นรอบนี้อาจจะยังไม่มั่นคงนัก ตราบใดที่นักลงทุนสถาบันและผู้ซื้อในตลาดสปอตยังชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอดูความชัดเจนของตัวเลขเงินเฟ้อและท่าทีของประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ตลาดก็ยังมีโอกาสที่จะผันผวนได้ตลอดเวลา
ดังนั้นนักลงทุนควรเน้นตั้งรับและบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวังในช่วงรอยต่อของปัจจัยมหภาคในสัปดาห์นี้เพื่อไม่ให้พอร์ตการลงทุนได้รับผลกระทบหากตลาดเกิดการพลิกผัน

