สรุปข่าว
- ปฏิบัติการนานาชาตินำโดยตำรวจดูไบร่วมกับ FBI และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน จับกุมผู้ต้องหา 276 ราย และปิดศูนย์หลอกลวงคริปโตอย่างน้อย 9 แห่งในดูไบ
- ผู้ต้องหา 6 รายถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินในศาลรัฐบาลกลางซานดิเอโก โดยแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี
- ผู้พิพากษาแมนฮัตตันปฏิเสธคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของ Sam Bankman-Fried อดีต CEO ของ FTX โดยระบุว่าข้อเรียกร้องไร้มูลและขัดแย้งกับสำนวนคดี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวการปราบปรามกลุ่มหลอกลวงคริปโตและการปฏิเสธคำร้องของ SBF ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาตลาด แต่เป็นสัญญาณที่ดีต่อความน่าเชื่อถือของวงการในระยะยาว การบังคับใช้กฎหมายระดับนานาชาติที่เข้มข้นขึ้นอาจช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนรายใหม่มากขึ้น
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการคริปโตได้รับข่าวสำคัญด้านการบังคับใช้กฎหมายสองชิ้นพร้อมกัน ตามรายงานจาก Cointelegraph ปฏิบัติการระหว่างประเทศที่นำโดยตำรวจดูไบร่วมกับ FBI สหรัฐฯ และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา 276 ราย และปิดศูนย์หลอกลวงคริปโตอย่างน้อย 9 แห่งในดูไบ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายละเอียดปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อวันที่ 29-30 เมษายน 2569 ในเวลาเดียวกัน ผู้พิพากษา Lewis Kaplan แห่งศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตัน ได้ปฏิเสธคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของ Sam Bankman-Fried (SBF) อดีต CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง FTX เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 โดยระบุว่าข้อเรียกร้องทั้งหมดไร้มูลความจริงและขัดแย้งกับบันทึกในสำนวนคดีอย่างสิ้นเชิง
ปฏิบัติการทลายศูนย์หลอกลวงคริปโตในดูไบ
ในปฏิบัติการครั้งนี้ ผู้ต้องหา 275 รายถูกจับกุมโดยทางการดูไบ และอีก 1 รายถูกจับกุมโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ด้วย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยได้เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมจาก FBI ยืนยันความสำเร็จของปฏิบัติการที่บูรณาการหลายประเทศเข้าด้วยกัน
กลโกงที่ใช้ในศูนย์เหล่านี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “pig-butchering” หรือการหลอกลวงแบบสร้างความสัมพันธ์ปลอม โดยมิจฉาชีพจะทำทีเป็นเพื่อนหรือคนรักก่อน จากนั้นค่อยชักชวนเหยื่อให้ลงทุนในโครงการคริปโตปลอม ผู้ต้องหา 6 รายถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงระดับรัฐบาลกลางและฟอกเงินในศาลรัฐบาลกลางเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งแต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี นอกจากนี้ FBI ยังรายงานว่ามูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงด้านคริปโตและ AI ในปี 2568 ของชาวอเมริกันทะลุ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์
ศาลปฏิเสธ SBF ขอพิจารณาคดีใหม่
ด้านคดีของ SBF นั้น เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 7 ข้อหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงและสมรู้ร่วมคิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 และถูกตัดสินจำคุก 25 ปีในเดือนมีนาคม 2567 ต่อมาเขายื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ด้วยตนเองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยอ้างว่ามีหลักฐานใหม่ แต่น่าสังเกตว่าการยื่นคำร้องครั้งนี้ทำโดยไม่ได้ปรึกษาทีมทนายความของเขา
SBF พยายามจะถอนคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยอ้างว่าเขาไม่เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาที่เป็นธรรมจากผู้พิพากษา Kaplan แต่คำขอถอนก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน ผู้พิพากษา Kaplan ระบุว่าข้อเรียกร้องทั้งหมดของ SBF นั้นไร้มูลความจริง เป็นการสมคบคิด และขัดแย้งกับบันทึกในสำนวนคดีอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม การอุทธรณ์คำตัดสินและโทษจำคุกของ SBF ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลอุทธรณ์ภาคสองแห่งสหรัฐอเมริกา
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาวสำหรับวงการคริปโต แม้ว่าจะไม่ใช่ข่าวที่ดันราคาในระยะสั้น แต่การที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับนานาชาติหลายประเทศจับมือกันทลายศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ถึง 9 แห่งได้ในคราวเดียว แสดงให้เห็นว่าความร่วมมือข้ามพรมแดนในการปราบปรามอาชญากรรมคริปโตเริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาก ส่วนเรื่อง SBF นั้น เรื่องยังไม่จบสิ้นเพราะยังมีการอุทธรณ์อยู่ น่าจับตาดูว่าศาลอุทธรณ์จะตัดสินอย่างไรต่อไป
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

