bitkub-banner

กรรมการ FED หนุนขึ้นดอกเบี้ย หลังแรงกดดันเงินเฟ้อยังกระจายตัว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ประจำเดือนล่าสุดระบุว่ามีคณะกรรมการหลายคนสนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อที่ยังคงกระจายตัวอยู่ทั่วระบบเศรษฐกิจ แม้ว่าเสียงส่วนใหญ่จะโหวตให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมก็ตาม
  • มีกรรมการที่มีสิทธิโหวต 3 คนจากสาขา Cleveland, Dallas และ Minneapolis ที่ลงมติคัดค้านและต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในขณะที่กรรมการอีกหลายคนก็เตือนว่าการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอาจเป็นเรื่องจำเป็นหากเงินเฟ้อยังไม่ยอมปรับลดลง
  • ในที่ประชุมยังมีการพูดคุยกันถึงเทรนด์การลงทุนใน AI ว่าอาจจะไปกระตุ้นความต้องการในตลาดจนดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้นได้ รวมไปถึงเรื่องที่ประธาน FED คนใหม่อย่าง Kevin Warsh เสนอให้ลดจำนวนรอบการประชุมลงเหลือแค่ปีละ 6 ครั้งในอนาคต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากท่าทีที่เข้มงวดของเจ้าหน้าที่ FED บางส่วนรวมถึงโอกาสที่อาจจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยจริงถ้าเงินเฟ้อยังพุ่งสูงอยู่ สิ่งเหล่านี้มักจะทำให้นักลงทุนกังวลและส่งผลเสียต่อสภาพคล่องของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต

รายงานการประชุมของ FED ที่เพิ่งเปิดเผยออกมาล่าสุดทำเอาตลาดการเงินแอบหวั่นใจกันเล็กน้อย เพราะเนื้อหาระบุว่ามีคณะกรรมการนโยบายการเงินหลายคนเลยทีเดียวที่อยากให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อเดือนที่แล้ว ถึงแม้ว่ามติส่วนใหญ่จะจบลงที่การคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมเพื่อรอดูตัวเลขเศรษฐกิจกันต่อไปก่อนก็ตาม โดยกลุ่มคนที่อยากให้ขึ้นดอกเบี้ยให้เหตุผลว่า ตอนนี้แรงกดดันเรื่องของแพงมันยังกระจายอยู่ทั่วเลย ดอกเบี้ยก็เลยควรจะสูงกว่านี้เพื่อช่วยเบรกความร้อนแรงของเศรษฐกิจและดึงเงินเฟ้อให้กลับมาอยู่ในเป้าหมายที่ตั้งไว้

ถ้าไปเจาะดูรายชื่อกรรมการที่มีสิทธิโหวต จะเห็นว่ามีถึง 3 คนที่โหวตสวนมติหลัก ได้แก่ Beth Hammack จากสาขา Cleveland, Lorie Logan จากสาขา Dallas และ Neel Kashkari จากสาขา Minneapolis ซึ่งทั้งสามคนนี้อยากให้ขยับดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.25% นอกจากนี้ยังมีกรรมการคนอื่นๆ อย่าง Jeff Schmid จากสาขา Kansas City ที่ออกมาพูดทำนองเดียวกันว่าอยากให้นโยบายการเงินเข้มงวดกว่านี้ โดยในรายงานเขียนไว้ชัดเจนว่ากรรมการหลายคนมองตรงกันว่า ถ้าเงินเฟ้อยังไม่ยอมลงตามที่คาดไว้ การบีบให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นอีกก็คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อหรือ CPI เดือนกรกฎาคมจะเริ่มดูดีขึ้นบ้างแล้วก็ตาม

นอกเหนือจากเรื่องดอกเบี้ยแล้ว ในวงประชุมยังมีการคุยกันถึงกระแสการทุ่มเงินลงทุนใน AI ด้วย โดยบางคนมองว่าการลงทุนพวกนี้อาจจะไปกระตุ้นให้คนจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นจนดันราคาสินค้าให้แพงตามไปด้วย และที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่ได้เสนอไอเดียว่าอยากจะลดรอบการประชุมนโยบายการเงินลง จากเดิมที่จัดกันปีละ 8 ครั้ง ให้เหลือแค่ปีละ 6 ครั้ง หรือประมาณสองเดือนครั้ง เพื่อให้คณะกรรมการมีเวลาไปเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจให้รอบด้านขึ้นก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่ได้โหวตกันเป็นทางการและน่าจะยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในปี 2026 ก็ตาม

ที่มา: yahoo


มุมมองส่วนตัวคิดว่ารายงานการประชุม FED รอบนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าเรายังวางใจเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้นไม่ได้ 100% ถึงแม้ตลาดจะเริ่มหวังว่าเดี๋ยวเขาก็คงลดดอกเบี้ยลงมา แต่การที่มีกรรมการหลายคนพร้อมใจกันโหวตให้ขึ้นดอกเบี้ยก็แปลว่าปัญหาเงินเฟ้อยังเป็นเรื่องปวดหัวหลักของ FED อยู่ ถ้าเกิดตัวเลขเศรษฐกิจหลังจากนี้ดันกลับมาร้อนแรงอีก ความไม่แน่นอนตรงนี้แหละที่จะกลายเป็นตัวกดดันไม่ให้ตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ปรับตัวขึ้นไปได้ไกลในระยะสั้น