bitkub-banner

Trump ด่า Powell เป็น “ภัยพิบัติของอเมริกา” ขณะบอนด์ยีลด์ 10 ปีใกล้แตะ 4.5%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Trump วิจารณ์ Jerome Powell ซ้ำอีกครั้ง เรียกว่าเป็น “ภัยพิบัติของอเมริกา” และตำหนิว่าดอกเบี้ยสูงเกินไป
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 4.41%-4.45% ขณะที่ดอกเบี้ยเฉลี่ยสินเชื่อบ้านอายุ 30 ปีอยู่ที่ประมาณ 6.37%-6.41%
  • วาระของ Powell ในฐานะประธาน Fed จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ค. 2569 นี้ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การที่ Trump วิจารณ์ Powell ซ้ำไม่ใช่เรื่องใหม่ และตลาดคริปโตยังไม่ได้ตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเรื่องผู้นำ Fed หลัง 15 พ.ค. อาจสร้างความผันผวนในตลาดได้ในระยะกลาง

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาตามเวลาไทย ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ระบุว่า Donald Trump ออกมาวิจารณ์ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อีกครั้ง โดยเรียกเขาว่าเป็น “ภัยพิบัติของอเมริกา” และกล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน “สูงเกินไป” ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ณ วันที่ 5 พ.ค. 2569 อยู่ที่ประมาณ 4.41%-4.45% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสินเชื่อบ้านอายุ 30 ปีอยู่ที่ราว 6.37%-6.41% ตามข้อมูลของ Freddie Mac และแหล่งข้อมูลอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง อย่างไรก็ตาม การวิจารณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ Trump ได้โจมตี Powell ในลักษณะเดียวกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 และต้นปี 2569

โพสต์จาก Donald J. Trump แสดงภาพ Jerome Powell กำลังตกลงไปในถังขยะ พร้อมข้อความวิพากษ์วิจารณ์ Powell และอัตราดอกเบี้ย
โพสต์จาก Donald J. Trump แสดงภาพ Jerome Powell กำลังตกลงไปในถังขยะ พร้อมข้อความวิพากษ์วิจารณ์ Powell และอัตราดอกเบี้ย (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

Trump กับ Powell ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

การที่ Trump ออกมาตำหนิ Powell ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น ย้อนกลับไปในเดือน ส.ค. 2568 Trump เคยเรียก Powell ว่า “คนดื้อรั้นที่โง่เขลา” หลังจาก Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน จากนั้นในเดือน ม.ค. 2569 เขาเรียก Powell ว่า “คนโง่” หลังจากคณะกรรมการ Fed มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่กรอบ 3.5%-3.75% โดยปัจจุบัน Fed ยืนยันจะรักษาระดับดอกเบี้ยนี้ต่อไป แม้จะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองจากทำเนียบขาว

นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา นั่นคือวาระการดำรงตำแหน่งของ Powell จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ค. 2569 ซึ่งเหลืออีกเพียงไม่กี่วัน โดยมีรายงานว่า Kevin Warsh อดีตสมาชิกคณะกรรมการ Fed ถูกพูดถึงในฐานะผู้มีโอกาสขึ้นนั่งตำแหน่งประธาน Fed คนต่อไป ซึ่งหากเกิดขึ้น อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ

ดอกเบี้ยสูงส่งผลต่อตลาดอย่างไร

สิ่งที่ Trump กังวลเรื่องดอกเบี้ยสูงนั้นมีมิติที่เป็นรูปธรรม เพราะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน 30 ปีที่ยังทรงตัวเหนือ 6% ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ชะลอตัว ผู้ซื้อบ้านหน้าใหม่แบกภาระสูงขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่ใกล้แตะ 4.5% ก็สะท้อนความคาดหวังของตลาดว่า Fed ยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ สภาวะดอกเบี้ยสูงโดยทั่วไปทำให้นักลงทุนย้ายเงินไปจอดในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร แทนที่จะเสี่ยงกับสินทรัพย์เก็งกำไรต่างๆ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า เฟดมินนีแอโพลิสเตือนว่าสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้ออาจบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลว่า Fed อาจไม่มีช่องพักผ่อนจากแรงกดดันเงินเฟ้อในอนาคต อีกทั้ง Siam Blockchain ยังรายงานว่า เฟดเตรียมซื้อพันธบัตรราว 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์เดือนนี้ แต่ย้ำว่าไม่ใช่การเพิ่มปริมาณเงินในระบบรอบใหม่ สัญญาณเหล่านี้รวมกันบ่งชี้ว่าเงื่อนไขทางการเงินของสหรัฐฯ ยังคงตึงตัว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การที่ Trump ด่า Powell ซ้ำๆ กลายเป็นเรื่องที่ตลาดเริ่มชินชาไปแล้ว คำวิจารณ์ลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้ Fed เปลี่ยนใจลดดอกเบี้ยเร็วขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือใครจะมาเป็นประธาน Fed คนต่อไปหลัง 15 พ.ค. นี้ ถ้าได้คนที่เอนเอียงไปตามแรงกดดันทางการเมืองมากขึ้น อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่รุนแรงกว่าที่คาด ซึ่งตรงนั้นแหละที่ตลาดจะตอบสนองจริงๆ

ที่มา: @KobeissiLetter

ภาพจาก AI