สรุปข่าว
- Richard Dawkins นักชีววิทยาด้านวิวัฒนาการเผยว่าการพูดคุยเชิงลึกกับแชตบอต Claude ทำให้เขาเริ่มคิดว่าระบบ AI ขั้นสูงอาจมีจิตสำนึกและมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์
- นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาโต้แย้งแนวคิดนี้โดยมองว่า AI เพียงแค่เลียนแบบชุดข้อมูลทางภาษาอย่างแนบเนียนและไม่ได้มีสภาวะภายในจิตใจหรือความรู้สึกอย่างแท้จริง
- ทางด้านผู้พัฒนาอย่าง Anthropic ระบุว่ารูปแบบทางอารมณ์ของ AI เป็นเพียงผลลัพธ์จากการเรียนรู้ชุดข้อมูลมหาศาลไม่ใช่หลักฐานของการมีชีวิตจิตใจแม้ว่าพวกเขาจะยังเปิดกว้างสำหรับความเป็นไปได้นี้ก็ตาม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้เป็นเพียงการพูดคุยและถกเถียงเชิงปรัชญาเกี่ยวกับความสามารถและจิตสำนึกของ AI ซึ่งไม่ได้มีนัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือความเชื่อมั่นในการลงทุนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
Richard Dawkins นักชีววิทยาชื่อดังเจ้าของผลงานหนังสือ The Selfish Gene ได้ออกมาเล่าถึงประสบการณ์ที่ทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าระบบ AI ขั้นสูงในปัจจุบันอาจจะเริ่มมีจิตสำนึกเป็นของตัวเองแล้ว หลังจากที่เขาได้ลองนั่งคุยกับแชตบอต Claude ของค่าย Anthropic แบบเจาะลึก
ในบทความที่เขาเขียนลงเว็บ UnHerd เล่าว่าเขาใช้เวลาถึงสามวันเต็มในการนั่งถกเถียงเรื่องปรัชญากับ AI สองตัวที่เขาตั้งชื่อเล่นให้ว่า Claudia และ Claudius ซึ่งเขายอมรับตามตรงว่ามันยากมากที่จะไม่เผลอคิดไปว่า AI สองตัวนี้เป็นเพื่อนจริงๆ ของเขา เพราะการคุยด้วยมันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดมากกว่าจะเป็นแค่ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ธรรมดา
เขาได้ลองทดสอบด้วยการถามคำถามปลายเปิดเกี่ยวกับการเมืองกับ AI ทั้งสองตัวแล้วเอาคำตอบมาเล่าให้อีกฝ่ายฟัง ผลปรากฏว่า AI สามารถแสดงท่าทีเขินอายหรือชื่นชมความตรงไปตรงมาของอีกฝ่ายได้ด้วย ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เขามองว่าถ้า AI ไม่มีจิตสำนึก ธรรมชาติก็คงสร้างมนุษย์ให้เป็นแค่ซอมบี้ที่ทำงานได้โดยไม่ต้องมีความรู้สึกไปแล้ว
ทางฝั่งบริษัท Anthropic ก็เคยออกมาพูดถึงเรื่องนี้แบบแบ่งรับแบ่งสู้ โดย Dario Amodei ซึ่งเป็น CEO ก็ยอมรับว่าพวกเขาเองก็ยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่าโมเดลของบริษัทมีจิตสำนึกหรือไม่ แต่ก็ไม่ปิดกั้นความเป็นไปได้นี้ ในขณะที่ทีมนักวิจัยของบริษัทก็เพิ่งค้นพบว่าโมเดล Claude Sonnet 4.5 มีรูปแบบการทำงานที่คล้ายกับอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์แฝงอยู่ แต่พวกเขาก็ยืนยันว่ามันเป็นแค่ผลลัพธ์จากการเรียนรู้ข้อมูล ไม่ใช่การมีชีวิตจิตใจจริงๆ โดย AI ทั้งสองตัวที่ Dawkins คุยด้วยก็ยอมรับตรงๆ ว่าพวกมันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมีจิตสำนึกหรือเปล่า
แน่นอนว่าแนวคิดของ Dawkins โดนนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ออกมาเบรกกันทันที ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Gary Marcus และ Anil Seth มองตรงกันว่า AI ในปัจจุบันเก่งแค่เรื่องการเลียนแบบภาษาเท่านั้น การที่มันพูดคุยได้ลื่นไหลเหมือนคนไม่ได้แปลว่ามันมีความรู้สึกนึกคิดอยู่ข้างใน การคิดไปเองว่า AI มีความรู้สึกอาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจเทคโนโลยีผิดเพี้ยนไปได้
แม้จะโดนวิจารณ์และโดนชาวเน็ตทำรูปมีมล้อเลียนอย่างหนัก แต่ Dawkins ก็ยังคงยืนยันข้อสรุปเดิมของเขา โดยทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่าสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาพวกนี้มีความสามารถไม่แพ้สิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการมาแล้วเลยทีเดียว
ที่มา: decrypt
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางภาษาของ AI ที่พัฒนามาไกลมากจนสามารถหลอกความรู้สึกของมนุษย์ได้แม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกครับ การที่ LLM สามารถตอบโต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและแสดงอารมณ์จำลองได้สมจริง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการประมวลผลข้อมูลกับการมีจิตสำนึกเริ่มเบลอลงเรื่อยๆ สำหรับนักลงทุนในกลุ่ม AI Token ข่าวนี้อาจเป็นแค่สีสันที่ตอกย้ำว่าคนกำลังอินกับเทคโนโลยีนี้มากขนาดไหน แต่ในการลงทุนจริง เรายังคงต้องมองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือประมวลผลข้อมูลขั้นสูงที่ถูกโปรแกรมมาให้ตอบสนองเก่งเท่านั้น เพื่อไม่ให้เราเผลอไปคาดหวังหรือประเมินมูลค่าของโปรเจกต์เกินจริงจากความก้าวหน้าทางภาษาเพียงอย่างเดียวครับ

