bitkub-banner

วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมโหวต CLARITY Act เร็วสุด 8 พ.ค. นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมนัดประชุมพิจารณาร่าง CLARITY Act ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 8 พ.ค. นี้ โดยมีการส่งร่างกฎหมายให้สมาชิกอุตสาหกรรมบางรายล่วงหน้าแล้ว
  • ทำเนียบขาวตั้งเป้าให้รัฐสภาผ่านกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ภายในวันที่ 4 ก.ค. 2026
  • ประเด็นที่ยังไม่ลงตัวในวุฒิสภา ได้แก่ เรื่องดอกเบี้ย Stablecoin, ข้อบัญญัติ DeFi และการแบ่งอำนาจระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กับ CFTC

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ความคืบหน้าของ CLARITY Act ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับตลาดคริปโต เพราะหากผ่านจะเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ลดความไม่แน่นอนที่กดดันตลาดมาหลายปี อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาที่ต้องเจรจาอยู่หลายจุด และกฎหมายยังไม่ผ่านจริง ผลกระทบต่อราคาจึงขึ้นอยู่กับพัฒนาการในช่วงสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2026 ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Watcher.Guru Vlad Tenev ซีอีโอของ Robinhood ได้ยืนยันอีกครั้งว่าสหรัฐฯ กำลังใกล้จะผ่านกฎหมาย Crypto Clarity Act หรือที่รู้จักในชื่อ Digital Asset Market Clarity Act (CLARITY Act) โดยระบุว่าเป็นกุญแจสำคัญสู่ “การครองอำนาจด้านการเงินดิจิทัลของสหรัฐอเมริกา” ความเคลื่อนไหวนี้มีน้ำหนักมากขึ้น หลังจากทำเนียบขาวประกาศผ่าน Patrick Witt ผู้อำนวยการบริหารของสภาที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของประธานาธิบดีว่า เป้าหมายคือให้รัฐสภาผ่านกฎหมายดังกล่าวภายในวันที่ 4 ก.ค. 2026 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาเตรียมนัดประชุมพิจารณาร่างกฎหมายนี้เร็วที่สุดในวันที่ 8 พ.ค. โดยร่างกฎหมายถูกส่งให้สมาชิกอุตสาหกรรมบางรายล่วงหน้าแล้ว

CLARITY Act คืออะไร และมาไกลแค่ไหน

CLARITY Act ถูกเสนอครั้งแรกโดยประธานคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินของสภาผู้แทนราษฎร French Hill เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2025 โดยมีเป้าหมายสร้างกรอบกฎหมายระดับสหพันธรัฐที่ครอบคลุมสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการแบ่งอำนาจกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กับ CFTC และการแยกความแตกต่างระหว่าง “สัญญาการลงทุน” กับ “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” กฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2025 ด้วยคะแนนเสียง 294 ต่อ 134 และนับตั้งแต่ต้นปี 2026 ก็เข้าสู่กระบวนการเจรจาในวุฒิสภา

อย่างไรก็ตาม เส้นทางในวุฒิสภาไม่ได้ราบรื่นนัก ประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่ ได้แก่ ข้อกำหนดเรื่องดอกเบี้ยของ Stablecoin, มาตรการสำหรับ DeFi และการจัดสรรอำนาจระหว่าง SEC กับ CFTC รวมถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ซีอีโอ Coinbase ถอนการสนับสนุนร่างหนึ่งชั่วคราว เพราะไม่พอใจข้อกำหนดเรื่อง tokenized equities และ DeFi ขณะที่ Senator Cynthia Lummis ได้เตือนว่าหากไม่ผ่านในปี 2026 อาจต้องรอถึงปี 2030 หรือนานกว่านั้น

Vlad Tenev กับบทบาทผู้สนับสนุนกฎหมายคริปโตมาอย่างต่อเนื่อง

ซีอีโอ Robinhood ไม่ใช่คนแปลกหน้าในสมรภูมิล็อบบี้กฎหมายคริปโต เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2026 Tenev แสดงความผิดหวังต่อความล่าช้าของสหรัฐฯ ในการออกกฎหมายคริปโต โดยชี้ให้เห็นว่า Robinhood สามารถให้บริการ staking และ tokenized stocks แก่ลูกค้าในยุโรปได้แล้ว แต่กลับไม่สามารถให้บริการเหล่านี้แก่ลูกค้าในบางรัฐของสหรัฐฯ ได้เลย ต่อมาเดือน มี.ค. 2026 เขายังผลักดันให้ผ่าน CLARITY Act เพื่อให้ Stablecoin สามารถสร้างดอกเบี้ยได้เทียบเท่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CEO ของ Robinhood เผย Tokenization จะมาแทนตลาดลงทุนดั้งเดิม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Tenev มองภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินดิจิทัลในระยะยาว และกฎหมาย CLARITY Act ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนั้น


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสัปดาห์นี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะถ้าคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเรียกประชุมพิจารณาร่าง CLARITY Act จริงในวันที่ 8 พ.ค. นั่นถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาล่างมาได้เกือบปีแล้ว แต่ยังติดหล่มในวุฒิสภาเพราะปัญหา DeFi และดอกเบี้ย Stablecoin ที่ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ เส้นตาย 4 ก.ค. จากทำเนียบขาวฟังดูแน่วแน่ แต่การเมืองในสภาสูงสหรัฐฯ นั้นคาดเดาได้ยาก ผู้ที่ถือ Bitcoin หรือสินทรัพย์คริปโตอยู่ควรจับตาผลโหวตในสัปดาห์นี้ เพราะถ้าผ่านจริง อาจเป็นหมุดหมายสำคัญที่สุดของตลาดคริปโตในปี 2026

ที่มา: @WatcherGuru

เครดิตภาพจาก @MTanguma