bitkub-banner

นักเทรดภาวนาให้เกิดโรคระบาด ‘ไวรัสฮันตา’ หวังปั่นราคาเหรียญมีม HANTA  

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เกิดกระแสสุดอื้อฉาวในกลุ่มนักเทรดเหรียญมีมที่พากัน “สาปแช่งโลก” ให้เกิดการระบาดใหญ่ของไวรัสฮันตา (Hantavirus) หลังพบผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ เพื่อหวังให้เหรียญ HANTA บนระบบ Pump Fun พุ่งทะยาน 100 เท่า
  • นักลงทุนบางส่วนเชื่อว่า วิกฤตสุขภาพครั้งใหม่จะกระตุ้นให้เกิดภาวะ Memecoin Supercycle เหมือนช่วงโควิด-19 โดยไม่สนความรุนแรงของโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50%
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่า ไวรัสฮันตาสายพันธุ์นี้ไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนโควิด-19 และความเสี่ยงต่อสาธารณชนในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ ดับฝันนักเก็งกำไรที่หวังการล็อกดาวน์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish 

แม้ในระยะสั้นเหรียญ HANTA อาจได้รับกระแสปั่นจากการเก็งกำไร และความคึกคักบนโซเชียลมีเดีย แต่ด้วยพื้นฐานของเหรียญที่อิงอยู่บน “โศกนาฏกรรม” และข้อมูลทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า ความเสี่ยงการระบาดใหญ่ในระดับโลกยังอยู่ในระดับต่ำ  อาจทำให้ความต้องการซื้อเหรียญลดลงไปอย่างรวดเร็ว

นักเทรดเหรียญมีมจำนวนมากต่างพากันคาดหวังให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกซ้ำรอยโควิดอีกครั้ง หลังมีรายงานการพบเชื้อ “ไวรัสฮันตา” (Hantavirus) บนเรือสำราญ 

โดยเหล่านักเทรดเชื่อว่า วิกฤตสุขภาพครั้งใหม่จะเป็นชนวนสำคัญที่ผลักดันให้เกิดภาวะ Memecoin Supercycle หรือช่วงเวลาที่เหรียญมีมจะเติบโตอย่างมหาศาล 

ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X หลายรายรวมถึงแพลตฟอร์มเทรดอย่าง Moonshot ได้ทำการรับรองเหรียญโทเคนชื่อ “HANTA” ที่สร้างขึ้นบนระบบ Pump Fun ซึ่งใช้รูปหนูและไวรัสที่สร้างจาก AI เป็นโลโก้ 

ขณะที่ Alex Svanevik ซีอีโอของ Nansen เปรียบเทียบว่า หากปี 2020 คือยุคของ “DeFi Summer” การระบาดครั้งนี้อาจนำไปสู่ยุคของ “Agentic Summer” ได้

เสียงสะท้อนความเฉยเมยต่อโลก เพื่อผลกำไรส่วนตน

พฤติกรรมของนักเทรดกลุ่มนี้แสดงให้เห็นถึงความเมินเฉยต่อสวัสดิภาพของสังคมโลกอย่างชัดเจน โดยหลายคนโพสต์ข้อความในเชิง “ขอให้โลกเข้าสู่ภาวะระบาดใหญ่เต็มตัว เพื่อให้เงินลงทุนเพียง 500 ดอลลาร์ในเหรียญไวรัสฮันตาพุ่งขึ้น 100 เท่า” 

หรือแม้แต่การกล่าวว่า “หากการระบาดครั้งใหญ่คือ สิ่งที่สามารถดึงนักเทรดและโวลุ่มการซื้อขายกลับมา ก็ให้มันเกิดไปเถอะ” คำพูดเหล่านี้สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การเสพติดการเดิมพันในโลกคริปโต ซึ่งมองว่าการล็อกดาวน์ทั่วโลกเหมือนช่วงโควิด-19 คือโอกาสทองที่จะทำให้ปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจริง

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์: ไวรัสฮันตาไม่ได้กระจายง่ายเหมือนโควิด-19

ความหวังของนักเทรดเหล่านี้ดูเหมือนจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างมาก เนื่องจาก ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาเน้นย้ำว่า ไวรัสฮันตา (สายพันธุ์ Andes) ที่พบผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตบนเรือสำราญในอาร์เจนตินานั้น ไม่ได้แพร่กระจายได้ง่ายเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ 

แม้รายงานว่า มีผู้โดยสารติดเชื้อไปแล้ว 5 คน และคาดว่าน่าจะลามไปติดเพิ่มอีก 3 คน ตอนนี้มีคนเสียชีวิตแล้ว 3 ราย ส่วนกลุ่มที่สงสัยว่า ติดเชื้อก็กำลังรับการรักษาและถูกแยกตัวกักโรคอยู่

ขณะที่ Dr. Maria van Kerkhove นักระบาดวิทยาของ WHO ระบุว่า ไวรัสชนิดนี้ต้องอาศัยการสัมผัสใกล้ชิดและยาวนานมากจึงจะติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้ และความเสี่ยงต่อสาธารณชนในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำ ที่สำคัญคือ ไวรัสชนิดนี้ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่และมีวิธีการรับมือทางการแพทย์อยู่แล้ว

อันตรายที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50%

แม้ไวรัสฮันตาจะไม่มีแนวโน้มก่อให้เกิดการล็อกดาวน์ทั่วโลก ตามที่นักเทรดวาดฝันไว้ แต่ในแง่ของความรุนแรงถือว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะเชื้อไวรัสนี้สามารถก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจรุนแรง (Hantavirus Cardiopulmonary Syndrome) ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50% 

การที่กลุ่มนักเทรดนำภัยพิบัติทางสุขภาพที่มีอันตรายถึงชีวิตมาเปลี่ยนเป็นเครื่องมือเก็งกำไรและภาวนาให้เกิดการระบาด จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของจริยธรรมในมุมมืดของวงการเหรียญมีมที่เติบโตขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของโลกปัจจุบัน

ที่มา : protos


มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์นี้คือ “จุดต่ำสุด” ของจริยธรรมนักเทรดคริปโตบางกลุ่มที่มีการนำความตายและโรคระบาดมาสร้างเป็นเหรียญมีม  ซึ่งการภาวนาให้คนตายเพิ่มเพื่อดึงกราฟขึ้นคือ เรื่องที่น่าหดหู่มาก

ในแง่การลงทุน เหรียญ HANTA คือความเสี่ยงระดับสูงสุด เพราะแรงขับเคลื่อนมาจากเฟคนิวส์และความเข้าใจผิดเรื่องการระบาด