bitkub-banner

Coinbase, Kraken, Gemini ล็อบบี้สภาสหรัฐฯ ตัดข้อกำหนดป้องกันบิดราคาออกจาก CLARITY Act

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Coinbase, Kraken และ Gemini ยื่น “redlines” ต่อคณะกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อขอตัดข้อกำหนดที่ห้ามลิสต์โทเคนที่ “เสี่ยงต่อการบิดราคา” ออกจาก CLARITY Act
  • กระดานเทรดทั้งสามอ้างว่าข้อกำหนดดังกล่าวอาจจำกัดการลิสต์โทเคนขนาดเล็กและขัดขวางนวัตกรรม แต่ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคมองว่าการลบข้อกำหนดนี้จะลดมาตรการคุ้มครองนักลงทุน
  • CLARITY Act ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในวุฒิสภา ต้องจับตาว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะรับฟังอุตสาหกรรมหรือฝั่งคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่ากัน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

การล็อบบี้ครั้งนี้ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของวุฒิสภา หากข้อกำหนดดังกล่าวถูกตัดออกจริง กระดานเทรดอาจสามารถลิสต์โทเคนได้มากขึ้น ซึ่งในระยะสั้นอาจหนุนตลาด แต่ความเสี่ยงด้านการบิดราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างแรงกดดันในระยะยาว

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569 กระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ Coinbase, Kraken และ Gemini เปิดเผยว่าได้ยื่นข้อเสนอแก้ไข หรือที่เรียกว่า “redlines” ต่อคณะกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อขอตัดถ้อยคำที่กำหนดให้กระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถลิสต์เฉพาะโทเคนที่ “ไม่เสี่ยงต่อการถูกบิดราคา” ออกจากร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act โดยอ้างอิงรายงานจาก Politico ซึ่งได้รับการยืนยันจากสำนักข่าวหลายแห่ง กระดานเทรดทั้งสามให้เหตุผลว่าข้อกำหนดนี้อาจ “บั่นทอนนวัตกรรม” และจำกัดการลิสต์โทเคนขนาดเล็กอย่างไม่สมเหตุสมผล

ข้อกำหนดที่เป็นปัญหาใน CLARITY Act คืออะไร

CLARITY Act เป็นร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายสร้างกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างครอบคลุม โดยแบ่งความรับผิดชอบระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายนี้ด้วยคะแนนเสียงสองพรรคที่ 294 ต่อ 134 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ขณะนี้ร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาในวุฒิสภา

ข้อกำหนดที่เป็นประเด็นคือการกำหนดให้กระดานเทรดที่จดทะเบียนกับ CFTC ลิสต์เฉพาะโทเคนที่ “ไม่เสี่ยงต่อการถูกบิดราคา” เท่านั้น ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันความเสียหายให้นักลงทุน แต่กระดานเทรดทั้งสามกลับมองว่าข้อกำหนดนี้กว้างเกินไปจนอาจกีดกันโทเคนหลายประเภทออกจากการลิสต์ โดยเฉพาะโทเคนขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องต่ำ

สองมุมมองที่ขัดแย้งกัน

ฝั่งกระดานเทรดมองว่าการตัดข้อกำหนดนี้จะเปิดทางให้โทเคนจำนวนมากขึ้นสามารถเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งนักลงทุนและนวัตกรรมในวงการคริปโต อย่างไรก็ตาม ฝั่งคุ้มครองผู้บริโภคอย่าง Consumer Reports เคยออกมาเตือนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ว่า CLARITY Act ในเวอร์ชันสภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญกับความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมคริปโตมากเกินไป จนอาจกระทบการคุ้มครองนักลงทุน และหากมีการตัดมาตรการป้องกันการบิดราคาออกด้วย ความเสี่ยงดังกล่าวก็จะยิ่งทวีขึ้น

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวตั้งเป้าดัน Clarity Act ผ่านสภาภายใน 4 ก.ค.นี้ และในเดือนเมษายน 2569 กลุ่มองค์กรคริปโตกว่า 120 แห่ง รวมถึง Coinbase, Kraken, Ripple และ Circle ได้ร่วมกันส่งจดหมายถึงคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภา เรียกร้องให้เร่งพิจารณา CLARITY Act โดยเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมในการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของการที่อุตสาหกรรมพยายามผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อตัวเองในช่วงที่กฎหมายคริปโตกำลังจะถูกตีกรอบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในวอชิงตัน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าคือถ้าข้อกำหนดป้องกันการบิดราคาถูกตัดออกจริง อาจเปิดช่องให้โทเคนที่มีความเสี่ยงสูงลิสต์บนกระดานเทรดใหญ่ได้ง่ายขึ้น นักลงทุนรายย่อยอาจเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงนั้นแทน ต้องจับตาดูว่าวุฒิสมาชิกจะรับฟังอุตสาหกรรมหรือฝั่งคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่ากัน

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI