bitkub-banner

ทองคำพักฐานที่ $4,705 วิเคราะห์ 5 ปัจจัยหลักตัดสินทิศทาง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคาทองคำสปอต (XAU/USD) อยู่ที่ $4,705.5 ต่อออนซ์ ปรับลงเล็กน้อย -0.36% ใน 24 ชั่วโมง หลังพุ่งขึ้นจากโซน $4,500 ในช่วงไตรมาสที่ 1 และเคยทำจุดสูงสุดที่ $5,595 ก่อนย่อตัวลงในช่วงนี้
  • ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่านักลงทุนในตลาดมองว่ามีโอกาส 70% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ในเดือนมิถุนายน และมีเพียง 28% ที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 0.25%
  • World Gold Council ระบุว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำระดับ 700–900 ตันต่อปี ขณะที่ Gold ETF ในสหรัฐฯ เคยมีเงินไหลออกหนักในเดือนมีนาคม ก่อนเริ่มฟื้นตัวในเดือนเมษายน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ปัจจัยระยะยาวยังสนับสนุนทองคำ แต่ระยะสั้นถูกกดดันจากดอกเบี้ยที่ยังไม่ลด ค่าเงินดอลลาร์แข็ง และเงินใน ETF ที่ยังไม่สม่ำเสมอ

ทองคำสปอต (XAU/USD) ย่อตัวมาอยู่ที่ $4,705.5 หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 43% ในรอบ 1 ปีจากโซน $3,120 และเคยแตะ $5,595 ก่อนเข้าสู่ช่วงพักตัว ปัจจุบันตลาดกำลังจับตาว่าทองคำจะพักเพื่อไปต่อ หรือกำลังเข้าสู่ช่วงปรับฐานที่ยาวขึ้น โดยมี 5 5 ปัจจัยหลักที่จะตัดสินทิศทางในช่วงนี้

ปัจจัยที่ 1 Fed และดอกเบี้ย: แรงหนุนที่ยังไม่มา

CME Group ระบุว่านักลงทุนในตลาดมองว่ามีโอกาส 70% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ย และมีเพียง 28% ที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ เพราะทองคำมักได้แรงหนุนชัดเมื่อดอกเบี้ยลด

ด้าน LiteFinance ระบุว่าความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนอยู่เพียง 5.1% ขณะที่เกือบทั้งหมดของตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ย ซึ่งจำกัดโอกาสการขึ้นต่อของ XAU/USD

ปัจจัยที่ 2 ค่าเงินดอลลาร์ (DXY): ตัวแปรที่เริ่มเปลี่ยนทิศ

Cambridge Currencies คาดว่า DXY จะเคลื่อนไหวในกรอบ 92–103 โดยมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ก่อนอ่อนค่าลงในครึ่งหลังของปี หากดอลลาร์อ่อนค่าจริงจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาทอง

รายงานเดียวกันยังชี้ว่าทุกครั้งที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลง ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลลบต่อราคาทองในระยะสั้น

ปัจจัยที่ 3 ธนาคารกลาง BRICS: แรงซื้อระยะยาว

Visual Capitalist รายงานว่าโปแลนด์เป็นผู้นำการสะสมทองคำในปี 2026 โดยซื้อกว่า 20 ตัน และมีเป้าหมายระยะยาวที่ 700 ตัน ตามด้วยหลายประเทศในตลาดเกิดใหม่ สะท้อนแนวโน้มการสะสมทองที่ยังต่อเนื่อง

ด้าน Market Minute ระบุว่าโครงการชำระเงินของ BRICS ที่ผูกกับทองคำกำลังขยายตัว ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการทองในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยที่ 4 Gold ETF: สัญญาณยังไม่ชัด

World Gold Council รายงานว่า Gold ETF ในอเมริกาเหนือมีเงินไหลออกสุทธิ $1.3 หมื่นล้านในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวในเดือนเมษายน

ขณะเดียวกัน World Gold Council ระบุว่าความต้องการทองคำทั่วโลกในไตรมาสที่ 1ของปี 2026 อยู่ที่ 1,231 ตัน และมูลค่ารวมทำสถิติสูงสุด สะท้อนว่าภาพรวมยังแข็งแรงแม้มีแรงขายระยะสั้น

ปัจจัยที่ 5 สงครามที่ยังไม่สงบ

World Gold Council มองว่าหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ทองคำมีโอกาสปรับขึ้นแรงในระยะถัดไป โดยปัจจัยนี้ยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญตลอดปี 2026

ด้าน LiteFinance ระบุว่าตลาดกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังประเมินความเป็นไปได้ของการดำเนินการเพิ่มเติมต่ออิหร่าน

แนวรับและแนวต้านของทองคำ

StoneX วิเคราะห์ว่าแนวต้านสำคัญอยู่ที่ $4,700 และถัดไปคือ $5,000 ขณะที่แนวรับอยู่ที่ $4,500 และ $4,000 ซึ่งเป็นระดับสำคัญทางจิตวิทยา

ด้าน Scottsdale Bullion & Coin ระบุว่า Goldman Sachs มองเป้าทองคำปี 2026 ที่ $5,400 ขณะที่ J.P. Morgan และ Wells Fargo ให้กรอบ $6,100–$6,300 จากแรงซื้อของธนาคารกลางและค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า

$4,500 — แนวรับสำคัญของกราฟ XAU/USD

เป็นโซนหลักที่ราคาต้องยืนให้ได้ หากหลุดระดับนี้ อาจเปิดทางให้การปรับฐานลึกขึ้นในระยะสั้น

$4,700 — แนวต้านปัจจุบันของกราฟ XAU/USD

เป็นด่านแรกที่ราคากำลังทดสอบอยู่ หากผ่านได้จะช่วยยืนยันแรงซื้อที่กลับมา

$4,800 — แนวต้านถัดไปของกราฟ XAU/USD

เป็นเป้าหมายระยะกลางที่ตลาดจะเริ่มจับตา หากราคาขึ้นต่อเนื่อง โซนนี้มีโอกาสถูกทดสอบ

$5,000 — แนวต้านหลักของกราฟ XAU/USD

เป็นระดับจิตวิทยาสำคัญ หากทะลุได้ จะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของทองคำ


ผู้เขียนมองว่าภาพใหญ่ของทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่ในระยะสั้นอาจอยู่ในช่วงพักตัว ปัจจัยชี้ขาดในช่วงพฤษภาคม–มิถุนายนจะอยู่ที่ท่าทีของ Fed และทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ หากดอกเบี้ยเริ่มผ่อนคลายและดอลลาร์อ่อน ทองมีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบ $5,000 ได้อีกครั้ง

แต่หากดอกเบี้ยยังคงสูงและสถานการณ์โลกผ่อนคลายลง อาจเห็นการย่อลงมาทดสอบโซน $4,500 ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในรอบถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: