สรุปข่าว
- Ledger พับแผน IPO มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ ในการเข้าตลาดหุ้นสหรัฐโดยให้เหตุผลเรื่องสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย
- การตัดสินใจของ Ledger เกิดขึ้นตามรอย Kraken ที่เพิ่งถอนตัวไปในช่วงต้นปี ทำให้บริษัทคริปโต BitGo เพียงแห่งเดียวที่เข้าตลาดได้สำเร็จในปีนี้
- แม้จะยกเลิก IPO แต่ Ledger ยังคงมุ่งมั่นในตลาดสหรัฐฯ โดยการเปิดออฟฟิศขนาดใหญ่ในนิวยอร์ก
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Ledger ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตชั้นนำตัดสินใจระงับแผนการทำ IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากสภาพตลาดคริปโตที่ผันผวนและวอลุ่มซื้อขายที่ลดลงส่งผลให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เริ่มขาดความสนใจในหุ้นกลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล สอดคล้องกับสถานการณ์ของ Kraken ที่ถอนตัวไปก่อนหน้า
Ledger ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตชื่อดังจากฝรั่งเศส ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าบริษัทจะทำการพับแผนเข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ทางบริษัทได้มีการเตรียมตัวมาอย่างดีและได้ติดต่อไปยังสถาบันการเงินชั้นนำเช่น Goldman Sachs, Jefferies,Barclays ซึ่งมีการประเมินว่ามูลค่าบริษัทอาจสูงถึง $4 พันล้านดอลลาร์ แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ตัดสินใจชะลอแผน
การเปิดเผยล่าสุดของ Ledger สอดคล้องกับข้อมูลที่บ่งชี้ว่า จนถึงปัจจุบันทางบริษัทยังไม่ได้มีการยื่นเอกสาร S-1 ไปยัง SEC ซึ่งถือเป็นกระบวนการเริ่มต้นในการเอาหุ้นเข้าตลาดสหรัฐฯ และดูเหมือนว่าในขณะนี้พวกเขากำลังชั่งใจเพื่อหาวิธีการระดมทุนรูปแบบอื่นเช่น private funding
การตัดสินใจที่จะชะลอการ IPO ของ ledger นั้นไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเพราะข้อมูลยังบ่งชี้ว่าบรรดาหุ้นบริษัทคริปโตที่ได้ทำการเข้าตลาดไปในปี 2025 กำลังประสบปัญหาอย่างหนักในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความผันผวน ราคาคริปโตร่วง วอลุ่มซื้อขายลด ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่ให้ความสนใจในภาคส่วนธุรกิจคริปโตถึงแม้ว่าบริษัทจะยังคงเติบโตอยู่ต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน Kraken หนึ่งในกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ถอนตัวจากการ IPO ในช่วงต้นปีแม้ว่าพวกเขาจะมีการส่งเอกสารไปยัง SEC แล้ว นั่นจึงทำให้ BitGo กลายเป็นบริษัทคริปโตแห่งเดียวที่เข้าตลาดสหรัฐฯ แล้วในปีนี้ แต่ต่อมาก็ทำผลงานได้ไม่เข้าไปและหุ้นก็ร่วงลงกว่า 36% จากราคาเปิดตัว
อย่างไรก็ตาม การไม่ได้เข้าตลาดหุ้นไม่ได้หมายความว่า Ledger จะล้มเลิกที่จะบุกตลาดสหรัฐฯ เพราะปัจจุบันทางบริษัทได้มีการทุ่มเงินจำนวนไม่น้อยไปกับการเปิดออฟฟิศใหญ่ในมหานครนิวยอร์ก และแต่งตั้งให้ John Andrews อดีตทีมบริหารของ Circle รับหน้าที่เป็น CFO ของบริษัท
พวกเขาเชื่อว่าเม็ดเงินของตลาดคริปโตนั้นกระจุกตัวอยู่ในนิวยอร์ก ไม่ใช่ยุโรปหรือสถานที่อื่น นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพวกเขาถึงหมายปองตลาดสหรัฐฯมากๆ ตามการให้สัมภาษณ์ของ Pascal Gaunthier ซีอีโอ Ledger
ที่มา: Cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน : ดูเหมือนว่าทาง Ledger จะรู้ดีว่าหากฝืนเข้าตลาดตอนนี้ หุ้นของพวกเขาอาจเกิดการถูกกดมูลค่า ได้ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาว การเลือกที่จะถอยออกไปตั้งหลักเพื่อดูเชิงจึงถือเป็นการกระทำที่สมเหตุผล เพื่อที่วันหนึ่งหากสถานการณ์ดีขึ้นพวกเขาจะได้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ และไม่ซ้ำรอยกับผู้ที่รีบร้อนตัดสินใจพลาด

