สรุปข่าว
- นักลงทุนญี่ปุ่นเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ และหนี้สาธารณะรวมกว่า $3 หมื่นล้านในไตรมาสแรกปี 2026 มากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2022
- นี่คือการขายสุทธิไตรมาสแรกนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2024 และเป็นครั้งแรกที่พลิกจากฝั่งซื้อสุทธิในรอบ 11 ใน 12 ไตรมาสที่ผ่านมา
- นักวิเคราะห์จับตาว่าแนวโน้มนี้อาจส่งสัญญาณถึงความกังวลของนักลงทุนสถาบันต่อความมั่นคงทางการเงินของสหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ในระยะยาว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ในปริมาณมากจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่อย่างญี่ปุ่น บ่งชี้ถึงความไม่แน่ใจต่อสินทรัพย์ดอลลาร์และอาจกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) ในตลาดการเงินโลก ซึ่งมักส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงรวมถึงคริปโตในระยะสั้น
ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2026 นักลงทุนญี่ปุ่นได้เทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงหนี้ของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นออกไปกว่า $3 หมื่นล้านในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งนับเป็นการเทขายมากที่สุดในรอบไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2022 หรือเกือบ 4 ปีที่แล้ว ข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่าตัวเลขนี้คิดเป็นการลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ราว 4.95 ล้านล้านเยน ซึ่งแปลงเป็นดอลลาร์ได้ประมาณ $3.2 หมื่นล้าน นอกจากนี้ยังเป็นไตรมาสแรกที่เห็นการขายสุทธิหลังจากที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ซื้อสุทธิมาถึง 11 ใน 12 ไตรมาสที่ผ่านมา

การพลิกกลับครั้งใหญ่หลังเป็นผู้ซื้อสุทธิมานาน
กราฟจากข้อมูลของ Bloomberg และกระทรวงการคลังญี่ปุ่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หลังจากที่นักลงทุนญี่ปุ่นขายพันธบัตรสหรัฐฯ ออกมาแรงในช่วงปี 2022 พวกเขาก็กลับมาซื้อสะสมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2023 โดยในไตรมาสแรกปี 2023 ถึงกับซื้อสุทธิสูงถึง 8 ล้านล้านเยน และทรงตัวเป็นผู้ซื้อสุทธิเรื่อยมา อย่างไรก็ตามในไตรมาสแรกของปี 2026 ทิศทางกลับพลิกอย่างฉับพลัน โดยตัวเลขดิ่งลงไปที่ -6.2 ล้านล้านเยน ซึ่งสูงกว่าช่วงที่ขายมากที่สุดในปี 2022 ด้วยซ้ำ
ที่น่าสังเกตคือ ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ติดตามตัวเลข การถือครอง พันธบัตรของญี่ปุ่นในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2026 กลับพบว่าเพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าการขายในไตรมาสนี้อาจเกิดขึ้นหนักในช่วงเดือนมีนาคมเป็นหลัก หรืออาจเป็นเพราะขอบเขตของ “พันธบัตรสหรัฐฯ” ในข้อมูลญี่ปุ่นครอบคลุมสินทรัพย์หลายประเภทกว่าแค่ US Treasury ล้วนๆ ทั้งนี้ข้อมูล TIC อย่างเป็นทางการของเดือนมีนาคม 2026 จะเปิดเผยในวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 ซึ่งจะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ญี่ปุ่นยังขายพันธบัตรยุโรปด้วย แต่สัปดาห์ล่าสุดกลับมาซื้อ
นอกจากพันธบัตรสหรัฐฯ แล้ว นักลงทุนญี่ปุ่นยังเทขายพันธบัตรยุโรปออกมาด้วย โดยรวม 1.02 ล้านล้านเยนในไตรมาสแรก ประกอบด้วยพันธบัตรฝรั่งเศสราว 8 แสนล้านเยน และพันธบัตรเยอรมนีราว 3.1 แสนล้านเยน การเทขายพร้อมกันทั้งฝั่งอเมริกาและยุโรปนี้สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันญี่ปุ่นอาจกำลังปรับพอร์ตกลับมาถือสินทรัพย์ในประเทศมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน หรือการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณที่น่าสนใจในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 นักลงทุนญี่ปุ่นกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิพันธบัตรต่างประเทศอีกครั้ง ด้วยมูลค่าซื้อสุทธิ 1.64 ล้านล้านเยน หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้าเป็นผู้ขายสุทธิ 8.9 แสนล้านเยน ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าแรงเทขายพันธบัตรต่างประเทศที่เร่งตัวขึ้นตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2026 อาจเริ่มชะลอตัวลงแล้ว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้น่าจับตาดูมาก เพราะญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในผู้ถือพันธบัตรสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าเทรนด์เทขายยังดำเนินต่อเนื่อง มันอาจกดดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และสร้างแรงกดดันทางการเงินในวงกว้างได้ แต่ก็ต้องรอดูข้อมูล TIC ฉบับเต็มในวันที่ 18 พฤษภาคมก่อน เพราะข้อมูลที่ออกมาตอนนี้ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือว่าญี่ปุ่นจะกลับมาซื้อสุทธิในไตรมาสสองหรือยังคงขายต่อเนื่อง เพราะนั่นจะบอกได้ว่านี่คือการปรับพอร์ตชั่วคราว หรือเริ่มเปลี่ยนทิศทางระยะยาวจริงๆ
ที่มา: @KobeissiLetter
ภาพจาก AI

