สรุปข่าว
- คณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 15-9 ผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569
- ส.ว. Cynthia Lummis ประกาศเดินหน้าผลักดันให้ร่างกฎหมายนี้ไปถึงโต๊ะประธานาธิบดีทรัมป์ ชี้เป็นงานนิติบัญญัติที่ยากที่สุดในชีวิต
- ยังมีด่านสำคัญรออยู่ ทั้งการโหวตเต็มสภา ซึ่งต้องการเสียง 60 เสียงเพื่อผ่านฟิลิบัสเตอร์ และการประนีประนอมกับร่างของสภาล่าง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่คณะกรรมาธิการวุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายด้วยเสียงข้ามพรรคถือเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโต เพราะแสดงให้เห็นว่าการกำกับดูแลที่ชัดเจนกำลังใกล้เข้ามา อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอนก่อนจะกลายเป็นกฎหมายจริง
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 คณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติ 15 ต่อ 9 เพื่อผ่านร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือที่รู้จักในชื่อ CLARITY Act ด้วยเสียงสนับสนุนข้ามพรรค โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันทั้ง 13 คนและสมาชิกพรรคเดโมแครตอีก 2 คนลงคะแนนเห็นด้วย ตามรายงานจาก Cointelegraph ส.ว. Cynthia Lummis แห่งรัฐไวโอมิงได้ออกมากล่าวว่า “ตอนนี้มาเดินหน้าให้ Clarity Act ไปถึงโต๊ะประธานาธิบดีกันเถอะ!” พร้อมยอมรับว่านี่คืองานนิติบัญญัติที่ยากที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ เนื่องจากต้องจัดการกับประเภทสินทรัพย์และเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
CLARITY Act คืออะไร และผ่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
ร่างกฎหมาย CLARITY Act เริ่มต้นเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร French Hill ยื่นร่างกฎหมายนี้ต่อสภาล่าง จากนั้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 สภาผู้แทนราษฎรก็ลงมติผ่านด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เสียง ก่อนจะส่งต่อมายังวุฒิสภาเพื่อพิจารณา และล่าสุดก็ผ่านด่านคณะกรรมาธิการไปได้แล้วเมื่อ 4 วันก่อน
สาระสำคัญของกฎหมายนี้คือการสร้างกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชัดเจนในสหรัฐฯ โดยจัดให้โทเคนคริปโตส่วนใหญ่เป็น “สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล” ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC ขณะที่โทเคนบางส่วนที่ถือว่าเป็นหลักทรัพย์จะยังอยู่ภายใต้การดูแลของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) กฎหมายนี้ยังมุ่งคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมนวัตกรรม และต่อต้านกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย
ด่านสำคัญที่ยังรออยู่ก่อนกลายเป็นกฎหมาย
แม้ผ่านคณะกรรมาธิการมาได้ แต่ร่างกฎหมายนี้ยังต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญอีกหลายด่าน ด่านแรกคือการโหวตเต็มในที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งต้องการเสียง 60 เสียงเพื่อผ่านกระบวนการฟิลิบัสเตอร์ หมายความว่าต้องดึงสมาชิกพรรคเดโมแครตมาสนับสนุนอีกอย่างน้อย 7 คน จากนั้นยังต้องประนีประนอมเนื้อหากับร่างของสภาล่าง และอาจต้องแก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย
ส.ว. Lummis เคยเตือนไว้ว่า หากกฎหมายไม่ผ่านก่อนช่วงหยุดภาคฤดูร้อนของสภา อาจทำให้กฎหมายคริปโตฉบับครอบคลุมต้องถูกเลื่อนออกไปถึงปี 2573 เลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Cynthia Lummis เปลี่ยนรูปโปรฯ ใส่ “เลเซอร์” ที่ตาส่งสัญญาณบวกก่อนโหวต CLARITY และ วุฒิสภาสหรัฐฯ เตรียมโหวต CLARITY Act เร็วสุด 8 พ.ค. นี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโมเมนตัมที่สะสมมาตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการโหวต 15-9 ในคณะกรรมาธิการครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญมาก เพราะมีเสียงข้ามพรรคซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรื่องกฎหมายคริปโตไม่ได้เป็นแค่ประเด็นพรรครีพับลิกันอีกต่อไป อย่างไรก็ตามด่านที่หนักที่สุดยังอยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะการหาเสียงเดโมแครตเพิ่มอีก 7 คนสำหรับการโหวตเต็มสภา ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะทำได้ สิ่งที่น่าจับตาดูในช่วงต่อไปคือความเคลื่อนไหวของสมาชิกเดโมแครตสายกลางและท่าทีของทำเนียบขาวว่าจะกดดันให้ผ่านก่อนปิดภาคฤดูร้อนได้หรือไม่ ถ้าผ่านได้จริง นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph

