bitkub-banner

อดีตผู้บริหาร OpenAI เปิดกองทุน $1.37 หมื่นล้าน ทุ่มซื้อหุ้นนักขุด Bitcoin ชอร์ต Nvidia

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Situational Awareness LP กองทุนของ Leopold Aschenbrenner อดีตนักวิจัย OpenAI เปิดเผยรายงาน 13F ไตรมาส 1 ปี 2026 แสดงมูลค่ากองทุนพุ่งเป็น 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 148% จากไตรมาสก่อน
  • กองทุนเปิด Put Option (เดิมพันขาลง) มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน Nvidia และกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ใน VanEck Semiconductor ETF ขณะเดียวกันเพิ่มสถานะ Long ในหุ้นนักขุด Bitcoin อย่าง CleanSpark, Riot Platforms และ Applied Digital
  • แนวคิดหลักของ Aschenbrenner คือนักขุด Bitcoin ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แล้ว คือผู้ชนะตัวจริงในยุค AI มากกว่าผู้ผลิตชิปรายใหญ่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่กองทุน AI ขนาดใหญ่มองว่าหุ้นนักขุด Bitcoin คือโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีมูลค่าสูง ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับภาคการขุดและอาจดึงดูดนักลงทุนสถาบันเข้ามามากขึ้น ส่งผลดีต่อภาพรวมของ Bitcoin ในระยะยาว แม้ผลกระทบต่อราคาโดยตรงในระยะสั้นอาจยังจำกัดอยู่

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk กองทุน Situational Awareness LP ที่ก่อตั้งโดย Leopold Aschenbrenner อดีตนักวิจัยทีม Superalignment ของ OpenAI ได้เปิดเผยรายงาน 13F ประจำไตรมาส 1 ปี 2026 โดยมูลค่ารวมของกองทุนพุ่งแตะ 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นถึง 148% จากไตรมาสก่อน ที่น่าสนใจคือกองทุนเลือกเดิมพันขาลงกับผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD ขณะเดียวกันก็เพิ่มสถานะ Long ในหุ้นบริษัทขุด Bitcoin ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจโฮสต์ AI นับเป็นการส่งสัญญาณสำคัญจากกองทุนที่มีแนวคิดแหวกแนวในวงการ AI

กลยุทธ์สวนกระแส เทขายชิป ซื้อเหมืองขุด

ตามรายงาน 13F ที่เปิดเผยออกมา กองทุน Situational Awareness LP ได้เปิด Put Option (สถานะเดิมพันขาลง) มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน Nvidia และกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ใน VanEck Semiconductor ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นชิปเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงยังเปิด Put Option ใน Broadcom, Oracle, Advanced Micro Devices (AMD) และ Taiwan Semiconductor อีกด้วย

ในเวลาเดียวกัน กองทุนกลับเพิ่มสถานะ Long ในหุ้นบริษัทขุด Bitcoin ที่ปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจโฮสต์ AI อย่าง CleanSpark, Riot Platforms และ Applied Digital โดยก่อนหน้านี้กองทุนยังลงทุนในบริษัทอย่าง Core Scientific, IREN, BitDeer และ Hut 8 รวมมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ในหุ้นนักขุด Bitcoin ด้วย

ทำไมถึงมองว่านักขุด Bitcoin คือโครงสร้างพื้นฐาน AI ตัวจริง

Aschenbrenner ซึ่งมีอายุเพียง 23 ปีและเป็นผู้เขียนบทความความยาว 165 หน้าชื่อ “Situational Awareness: The Decade Ahead” มีแนวคิดหลักว่าตลาดกำลังประเมินมูลค่าของผู้ผลิตชิปสูงเกินไป ขณะที่มองข้ามมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทที่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งก็คือบริษัทขุด Bitcoin นั่นเอง

แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า การพัฒนา AI ในระยะต่อไปต้องการพลังงานและพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์มหาศาล และบริษัทขุด Bitcoin ที่มีสัญญาไฟฟ้าระยะยาวและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ให้บริการโฮสต์ AI ได้เร็วกว่าการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ตั้งแต่ต้น กองทุน Situational Awareness LP เริ่มต้นด้วยเงินทุนตั้งต้นราว 225 ล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2567 โดยมีนักลงทุนอย่าง Nat Friedman, Daniel Gross และผู้ก่อตั้ง Stripe อย่าง Patrick และ John Collison ร่วมสนับสนุน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง นักขุด Bitcoin แห่ทิ้งเหมืองหันไปรับจ้าง AI ใครจะดูแลความปลอดภัยเครือข่าย ซึ่งสะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจขุดสู่ AI กำลังเกิดขึ้นจริงและอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ากลยุทธ์ของ Aschenbrenner น่าสนใจมากในเชิงตรรกะ เพราะถ้าคิดกันตรงๆ บริษัทขุด Bitcoin ที่มีสัญญาไฟฟ้าราคาถูกและดาต้าเซ็นเตอร์พร้อมใช้นั้นมีต้นทุนในการหันมาทำ AI hosting ต่ำกว่าคนอื่นมาก แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ Put Option มูลค่านับพันล้านดอลลาร์ที่เปิดไว้กับ Nvidia นั้น ถ้าราคาหุ้น Nvidia ไม่ร่วงตามที่คาด ก็อาจสร้างผลขาดทุนก้อนใหญ่ให้กองทุนได้เช่นกัน กองทุนนี้เริ่มต้นด้วย 225 ล้านดอลลาร์แต่โตถึง 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่ปี ถือว่าน่าจับตาต่อไปมากครับ

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI