bitkub-banner

Hyperliquid ดึงผลตอบแทน USDC เข้าระบบ Coinbase-Circle จ่อเสียรายได้ $160 ล้านต่อปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 Coinbase และ Circle จับมือกับ Hyperliquid ภายใต้กรอบ AQAv2 โดย Coinbase ตกลงแบ่งรายได้จากผลตอบแทน USDC อย่างน้อย 90% ให้กับโปรโตคอล Hyperliquid
  • นักวิเคราะห์จาก Compass Point คาดว่าดีลนี้จะเปลี่ยนทิศทางรายได้ราวๆ $135-202 ล้านต่อปี เข้าสู่ระบบนิเวศ Hyperliquid แทนที่จะตกถึงมือ Coinbase และ Circle เช่นเดิม
  • รายได้ที่ไหลเข้าจะถูกนำไปซื้อคืนโทเคน HYPE และสนับสนุน Hyperliquid Auxiliary Fund ซึ่งคาดว่าจะดัน Revenue ของโปรโตคอลเพิ่มขึ้น 22-26%

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ดีลนี้เป็นบวกต่อโทเคน HYPE โดยตรง เพราะรายได้ก้อนใหม่จะถูกใช้ซื้อคืน HYPE อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตัวเลข $160 ล้านยังเป็นการประมาณการของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันแล้ว และแรงกดดันต่อ Coinbase และ Circle อาจเป็นลบต่อหุ้น COIN ในระยะสั้น

ตามรายงานจาก CoinDesk ดีลความร่วมมือระหว่าง Hyperliquid กับ Coinbase และ Circle ที่ประกาศเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 อาจพลิกโฉมการกระจายรายได้ในวงการ Stablecoin ครั้งใหญ่ นักวิเคราะห์จาก Compass Point ประเมินว่าข้อตกลงการแบ่งผลตอบแทน USDC ภายใต้กรอบ AQAv2 (Aligned Quote Asset v2) จะเปลี่ยนทิศทางรายได้ประมาณ $160 ล้านต่อปีจากมือ Coinbase และ Circle มาสู่โปรโตคอล Hyperliquid แทน ขณะที่ปริมาณ USDC บน Hyperliquid เติบโตแตะราวๆ $5 พันล้านแล้ว เพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบปีต่อปี

AQAv2 คืออะไร และใครได้ประโยชน์

ภายใต้กรอบ AQAv2 Coinbase ได้รับสถานะเป็น USDC Treasury Deployer อย่างเป็นทางการบน Hyperliquid พร้อมพันธะว่าจะแบ่งรายได้จากผลตอบแทนสำรอง USDC อย่างน้อย 90% ให้กับโปรโตคอล ส่วน Circle ทำหน้าที่พาร์ทเนอร์ด้านเทคนิค รับผิดชอบการเสก การไถ่ถอน และการโอนข้ามเชนผ่าน CCTP นอกจากนี้ Circle ยังได้สเตก HYPE เพิ่มอีก 500,000 โทเคน และเดินหน้าสู่การเป็น Validator บนเครือข่าย

ด้วยผลตอบแทนพันธบัตรในปัจจุบันบวกกับปริมาณ USDC สำรอง $5 พันล้าน นักวิเคราะห์ประเมินว่ารายได้สำรองต่อปีจะอยู่ระหว่าง $140-225 ล้าน และเมื่อ Coinbase แบ่งผลตอบแทน 90% กลับไป จำนวนที่ไหลเข้า Hyperliquid จะอยู่ที่ราวๆ $135-202 ล้านต่อปี สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเดิมที่โปรโตคอลแทบไม่ได้รับรายได้จาก USDC สำรองเลย

ผลกระทบต่อ Coinbase, Circle และโทเคน HYPE

รายได้ที่ไหลเข้าใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ซื้อคืนโทเคน HYPE และสนับสนุน Hyperliquid Auxiliary Fund โดยตรง ซึ่งคาดว่าจะดัน Revenue รวมของโปรโตคอลขึ้นราว 22-26% นับเป็นก้าวกระโดดสำคัญสำหรับระบบนิเวศ DeFi ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ฝั่ง Coinbase และ Circle ต้องยอมสละรายได้ก้อนใหญ่ที่เคยได้จากผลตอบแทนสำรอง USDC แม้ดีลนี้จะช่วยรักษาและขยายสถานะของ USDC ในฐานะ Stablecoin หลักบน Hyperliquid ก็ตาม

นอกจากนี้ USDC จะกลายเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันหลักในทุกตลาดของ Hyperliquid รวมถึง HIP-1, HIP-2, HIP-3 และตลาด Prediction อย่าง HIP-4 ในอนาคต ส่วน USDH Stablecoin ดั้งเดิมของ Hyperliquid ที่ออกโดย Native Markets ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 กำลังถูกทยอยยกเลิก โดยผู้ถือสามารถแลกเป็น USDC หรือเงินสดได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านแดชบอร์ดของ Native Markets

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Coinbase ขึ้นเป็นผู้ดูแล USDC บน Hyperliquid พร้อมซื้อแบรนด์ USDH และ CEO ของ Coinbase ประกาศเป้าหมายผู้ใช้งาน 1 พันล้านคนพร้อมลุยตลาด AI และ Hyperliquid ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายกำลังขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าดีลนี้น่าสนใจมากในเชิงโครงสร้างรายได้ DeFi เพราะมันแสดงให้เห็นว่า Hyperliquid มี Leverage มากพอที่จะบีบให้ยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase และ Circle ยอมแบ่งรายได้กลับมา แทนที่จะกินคนเดียวเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ตัวเลข $160 ล้านยังเป็นการประมาณการ ไม่ใช่ตัวเลขจริงที่ได้รับการยืนยัน และผลตอบแทนจริงจะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตและปริมาณ USDC ที่ยังคงอยู่บน Hyperliquid สิ่งที่ต้องจับตาคือว่า USDC บน Hyperliquid จะเติบโตต่อจาก $5 พันล้านไปได้แค่ไหน และ Stablecoin คู่แข่งอย่าง USDT จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งหรือเปล่า

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI